มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยในการที่จะทำเว็บซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญ cryptocurrency ขึ้นมาสักหนึ่งเว็บ โดยเฉพาะการให้บริการทางด้านออนไลน์ที่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับระบบการเงินของคนอื่นๆ Bx หรือ Bitcoin Thailand ถือเป็นผู้ให้บริการกระดานซื้อขายเหรียญ cryptocurrency เจ้าแรกของไทยที่ต้องผ่านมรสุมต่างๆมามากมาย ทั้งการขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการจากธนาคารแห่งประเทศไทย รวมไปถึงการสร้างความน่าเชื่อถือจากตลาดผู้เทรด cryptocurrency ในประเทศไทย (ที่เพิ่งจะเริ่มมีมาเมื่อไม่นานนี้) นายเดวิด บาร์น CEO แห่ง Bitcoin Thailand สัญญาติอเมริกันเปิดตัวเว็บ Bitcoin Thailand

ดีไซน์และความง่ายต่อการใช้งาน

ตัวเว็บไซต์ใช้สีขาว-น้ำเงินเข้มในการคลุมโทน ทำให้คิดถึงบรรยากาศการใช้ Windows 95 ในสมัยเด็ก การจัดวางเลเอาท์นั้นถือว่าทำได้ค่อนข้างที่จะง่ายต่อการใช้งาน ในขณะที่หากพูดถึงเรื่องความสวยงามนั้น คงเป็นเรื่องของความชอบของแต่ละคน ข้างบนมีแถบเมนูแบบในสไตล์เรียบง่ายแบบที่เห็นๆในเว็บสมัยนี้ทั่วๆไป ทางด้านขวาจะมีกล่องแสดงจำนวนเงินและเหรียญที่คุณมีอยู่ในบัญชีและถัดไปอีกจะมีตัวช่วยในการเปลี่ยนภาษา โดยทางผู้ใช้สามารถเลือกที่จะเปลี่ยนภาษาได้ระหว่างอังกฤษ – ไทย ถัดลงมาจะมีคู่เหรียญที่สามารถกดเพื่อเลือกเทรดได้ โดยคู่ที่ถูกนำมาโชว์คือ THB/BTC หากกดที่ทางลูกศรด้านขวาสุดจะสามารถที่จะดึงเอากระดานคู่เทรดทั้งหมดออกมาดูได้ ซึ่งนับว่าเป็นไอเดียที่ค่อนข้างดีสำหรับการจัดการระบบยูเซอร์อินเตอเฟซ

ถัดลงมาอีกจะเป็นเครื่องมือในการซื้อขายออเดอร์และกราฟแสดงราคาแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยใช้เว็บแลกเปลี่ยนซื้อขายเข้ามาใช้บริการเว็บนี้อาจจะต้องงุนงงสักเล็กน้อยเนื่องจากเว็บนี้ไม่ได้ทำ tutorial สอนไว้ที่หน้าแรก แต่ผู้ใช้งานสามารถที่จะกดเข้าไปในหน้าข้อมูล และ Knowledge Base เพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการสมัครและวิธีใช้งานได้

สำหรับนักเทรดมืออาชีพทาง Bx ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะคุณเดวิดนั้นได้ทำการจัดทะเบียนกับเว็บ Trading View เพื่อให้รองรับกราฟราคาของทาง Bx เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ใช้งานสามารถที่จะกดดูกราฟแบบละเอียดของ Trading View ได้โดยการกดที่ปุ่มดูแผนภูมิอย่างละเอียด ขณะเดียวกัน หากคุณกดเลือกที่ปุ่ม Trade View บนเมนูข้างบนก็จะเป็นการเปิดเครื่องมือหน้ากระดานเทรดแบบใหม่สีดำแดงเขียวขึ้นมาที่เป็นการแสดงกราฟ, ออเดอร์ และข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ โดยคุณสามารถเลือกที่จะเทรดจากหน้านี้ก็ได้เช่นกัน

ถัดลงมาทางด้านล่างจะมีกระดานการซื้อขายในอดีตและกระดานออเดอร์ทั้งซื้อและขายรวมอยู่ด้านล่าง จุดที่น่าสนใจคือออเดอร์ที่เมื่อนำไปเทียบราคากับตลาดโลกแล้วพบว่าถูกกว่าหรือแพงกว่าก็จะมีไฮไลท์เป็นสีส้มและไอคอนรูปไฟเป็นตัวระบุ (ยกตัวอย่างเช่นถ้าราคาตลาดโลกขายบิทคอยน์ละ 20000 บาท แต่กระดานตั้งขายในไทยขายราคาแค่ 19500 เป็นต้น) โดยรวมแล้วถือว่าการจัดวางเลเอาท์และดีไซน์สำหรับกระดานการซื้อขายถือว่าทำออกมาได้ไม่เลว

หลายคนอาจจะมีไสตล์การเทรดที่แตกต่างกันไป โดยหนึ่งในนั้นอาจจะรวมถึงแผนการในการทำให้คู่แข่งของคุณไขว้เขวเพื่อหลอกเอาเงินของเขาอีกด้วย โดยทาง Bx นั้นก็ไม่ลืมข้อนี้ไป ได้ทำการเพิ่ม Troll Box (ช่องพูดคุยแบบไม่มีผู้ควบคุม อยากจะด่าอยากจะข่มกันทำได้เต็มที่) ชึ้นมาด้านล่าง โดยทางผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อ หรือพิมพ์เพื่อคุยหรือด่ากันก็สามารถที่จะทำได้เต็มที่เช่นกัน

ความหลากหลายของบริการ

ปัจจุบันมีเว็บกระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนผุดขึ้นมามากมายทั่วโลก ในการจะเป็นเบอร์หนึ่งหรือผู้ครองตลาดนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือความหลากหลายของบริการที่เว็บแลกเปลี่ยนนั้นจะนำเสนอให้กับผู้เข้ามาใช้บริการ ในขณะที่ Bx นั้นอาจจะมาแหวกแนวสักเล็กน้อย กล่าวคือเปิดให้บริการแบบ spot trading อย่างเดียว

ในอดีตนั้น คุณเดวิดเคยนำเสนอการเทรดแบบตราสารอนุพันธ์ในหมวด option มาได้พักหนึ่งก่อนที่จะลบทิ้งออกไปจากแถบเมนูทางด้านบน โดยให้เหตุผลว่าทางผู้เทรดไม่ค่อยใช้กันและมันยังทำให้หลายๆคนงุนงงถึงวิธีใช้งาน อย่างไรก็ตามหน้ากระดานการเทรดแบบ option นั้นยังคงเปิดให้ใช้งานอยู่ เพียงแต่ผู้ใช้งานไม่สามารถหาปุ่มเจอเพราะมันถูกลบออกไปแล้ว และข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดแบบ option ก็ยังคงอยู่ในหน้าคำถามที่พบบ่อยของ Bx อีกเช่นเดียวกัน โดยสาเหตุที่ option นั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมนั้น ทางผู้เขียนเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะทาง Bx นั้นไม่ได้ให้บริการการ leverage (กู้ยืมเพื่อเทรด) ก็เป็นได้

หากถามถึงหมวดหมู่การเทรดที่เป็นที่นิยมที่สุดในตอนนี้คงไม่พ้นตราสารอนุพันธ์แบบ future ที่มี leverage หรือมาร์จิน แบบที่ผู้อ่านส่วนใหญ่นั้นทราบกันดี โดยเฉพาะนักเทรดบิทคอยน์มืออาชีพส่วนใหญ่มักจะไปคลุกคลีอยู่กับ Okcoin, Bitmex, Krakren และ Bitfinex ซึ่งสาเหตุที่มันเป็นที่นิยมนั้นทางผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะการ leverage ที่เว็บที่กล่าวมานั้นให้บริการอยู่ โดย Okcoin นั้นให้ทางผู้เทรดสามารถกู้ยืมได้ถึง 20 เท่าของวงเงินที่ทางผู้เทรดวาง ส่งผลให้ทางผู้เทรดสามารถที่จะทำกำไรได้ทีละมากๆในการเทรดภายในหนึ่งครั้ง ซึ่งต่างจากการเทรดแบบ spot ที่ไม่สามารถกู้ยืมได้นั่นเอง

เมื่อถามคุณเดวิดถึงแผนการที่จะเปิดให้บริการการกลับมาเปิดให้บริการการเทรดแบบ option ในอนาคตว่าจะมีขึ้นอีกหรือไม่ คำตอบที่ได้กลับมาคือไม่ รวมไปถึงแผนการที่จะเปิดให้บริการการเทรดบนมาร์จินหรือแบบกู้ยืมนั้นก็ไม่มีแพลนให้เห็นเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่ามันคงไม่สามารถที่จะดึงดูดผู้ใช้งานได้เข้ามามากนัก อย่างไรก็ตาม ทางผู้เขียนเชื่อว่ายังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การเทรดแบบมาร์จินในไทยนั้นยังไม่สามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ในเร็วๆนี้เนื่องมาจากกฏหมายของประเทศไทยที่ยังไม่เปิดช่องให้โบรคเกอร์สามารถทำธุรกิจโดยให้ลูกค้ากู้ยืมเพื่อนำเงินมาเทรดได้นั่นเอง

15 คู่เหรียญที่คุณสามารถเทรดได้

สิ่งหนึ่งที่สร้างความเพลิดเพลินให้ผู้เขียนได้เป็นอย่างดีคือการลองสลับคู่เทรดไปมาเพื่อดูโวลลุ่มบนเว็บ Bx ซึ่งทางเราพบว่าจำนวนคู่ของเหรียญที่ทาง Bx ให้บริการนั้นมีมากถึง 15 คู่ด้วยกัน โดยคู่หลักๆที่เป็นที่นิยมอยู่บนเว็บในตอนนี้คือ THB/BTC และ THB/ETH

มีเหรียญ altcoin อื่นๆบนโลกนี้อีกตั้งมากมายและยังเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยการทำกระดานซื้อขายคู่เหรียญใหม่ๆขึ้นมาบน BX นั้นถือเป็นข่าวดีสำหรับเทรดเดอร์และนักขุดเหรียญในไทยที่ชื่นชอบการลงทุนใน altcoin ใหม่ๆโดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลาแลกเหรียญทีละหลายขั้นตอน และยังช่วยประหยัดเงินค่าแลกเปลี่ยนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เราได้ค้นพบว่ามีกระดานเหรียญ altcoin อีกเป็นจำนวนมากที่ร้างผู้ซื้อขาย อย่างเช่น Pandacoin, XCN, FTC, XPM และ XPY โดยคุณเดวิดได้เปิดเผยว่าเขาได้ทำการลบกระดาน altcoins อื่นๆที่ไม่เป็นที่นิยมออกไปหลายกระดานแล้ว แต่ในขณะเดียวกันบางกระดานของคู่เหรียญนั้นที่ไม่เป็นที่นิยมแต่ยังคงอยู่ไม่สามารถลบออกไปได้อันเนื่องมากจากยังมีเทรดเดอร์อีกหลายคนที่ยังคงเหลือเหรียญ altcoins นั้นๆในบัญชีอยู่

“ปัญหาคือเมื่อผมเพิ่มเหรียญเข้ามาในระบบแล้วผมไม่สามารถที่จะลบมันออกไปได้ง่ายๆ เพราะยังมีผู้ใช้งานบางคนที่ยังคงเหลือเหรียญนั้นๆอยู่ในระบบ อย่างเช่นถ้ามีผู้ใช้งาน 1000 คนถือ Pandacoins อยู่นั้น ยังไงคุณก็ไปลบบัญชีของเขาทิ้งไม่ได้ แต่ผมก็ลบ altcoin บางอันออกจากระบบไปแล้ว คืออันที่ไม่เป็นที่นิยม และก็อันที่ไม่เคยมีคนเข้ามาเทรดหรือซื้อเก็บไว้เลย”

กล่าวโดยคุณเดวิด อย่างไรก็ตาม คุณเดวิดมีแผนการที่จะเพิ่มเหรียญ altcoins อื่นลงในระบบ แต่ก็ยังชั่งใจไว้อยู่เนื่องจากว่าต้องให้แน่ใจจริงๆว่า altcoin นั้นจะเป็นที่นิยมในอนาคตเพื่อที่จะไม่ทำผิดซ้ำสองอีก โดยเขาให้เหตุผลว่าการเพิ่ม altcoin หนึ่งตัวลงไปในระบบหมายถึงการที่ต้องเช่าซื้อเซอเวอร์เพิ่ม ซึ่งถ้าหาก altcoin ที่เพิ่มเข้ามาไม่สามารถที่จะทำกำไรเพียงพอเพื่อจ่ายค่าเช่าของเซฟเวอร์ได้นั้น altcoin นั้นก็จะตกจากลิสไป แต่ถึงกระนั้นคุณเดวิดก็ได้แอบเผยถึงเหรียญ altcoin ตัวต่อไปที่เขาอาจจะเพิ่มเข้ามาในลิสซึ่งก็คือเหรียญ ripple โดยในอนาคตเราอาจจะได้เห็นกระดานเทรด THB/XRP ก็เป็นได้

ความปลอดภัยและความโปร่งใส

Bx ใช้การคอนเฟิร์มการฝากถอนเงินแบบด้วยมือ และเหรียญที่มีมูลค่ามากกว่า 10 บิทคอยน์ขึ้นไปก็จะถูกทำการอนุมัติการถอนด้วยมือเช่นกัน ซึ่งในประวัติการโดนแฮคของ Bx นั้นถือว่ายังไม่เคยมีเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว คุณเดวิดเผยว่าเหรียญทุกเหรียญนั้นจะถูกเก็บไว้ใน cold storage เป็นอย่างดีจึงทำให้ไม่สามารถถูกจารกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ อย่างไรก็ตามในอดีตเคยมีเว็บหลายๆเว็บที่ถูกแฮคเอาบิทคอยน์ออกไปแม้ว่าเหรียญนั้นจะถูกเก็บไว้ใน cold storage ก็ตาม โดยหลายๆคนเชื่อว่าน่าจะเป็นการขโมยภายในกันเองมากกว่า เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการจะขโมยเหรียญใน cold storage ได้นั้นจะต้องเดินเข้าไปหยิบและเดินออกไป ไม่ใช่การส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์

คุณยังสามารถที่จะทำการตรวจสอบความโปร่งใสถึงจำนวนเงินและเหรียญทั้งหมดที่ไหลเวียนอยู่บนเว็บ Bx ได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีโวลลุ่มการฝากเงินถึง 61 ล้านบาท และจำนวนบิทคอยน์ที่ถูกฝากถึง 2002 BTC (ราวๆ 56 ล้านบาท) ซึ่งคุณยังสามารถที่จะยื่นคำร้องในการตรวจสอบบัญชีบิทคอยน์ได้ทุกบัญชีโดยการกดยื่นคำร้องตรวจสอบผ่านหน้าเว็บ

เมื่อพูดถึงระบบการติดต่อพนักงานเพื่อช่วยเหลือนั้น ทางเราพบว่าวิธีการเดียวที่จะติดต่อพนักงานได้ก็คือการส่งข้อความหาพนักงานทางหน้าติดต่อเรา ส่วน Troll Box ด้านล่างนั้นไม่สามารถใช้ติดต่อเพื่อขอส่งคำร้องหรือข้อความหาพนักงานแต่อย่างใด อีกทั้งเบอร์โทรศัพท์สายฉุกเฉินหาพนักงานก็ไม่มีปรากฏบนเว็บ ดังนั้นคุณอาจจะต้องนั่งรอภายในหนึ่งวันหากเกิดปัญหาทางด้านเทคนิคขึ้นบนเว็บไซต์นี้ (ซึ่งจากประสบการณ์ทดสอบการใช้งานของผู้เขียน ส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็นความล่าช้าในการฝากถอนเงิน) แต่อย่างไรก็ตาม ทางผู้เขียนยังไม่เคยประสบปัญหาทางเทคนิคในระดับร้ายแรงเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เริ่มใช้งานมา

สภาพคล่อง

Bx มีโวลลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 200-300 บิทคอยน์ต่อวันซึ่งแสดงถึงขนาดตลาดบิทคอยน์ในประเทศไทยที่ยังค่อยข้างเล็กถ้าหากมองในมุมมองของ Bx ผู้ซึ่งเป็นรายแรกที่เปิดให้บริการในไทย

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเทียบกับโวลลุ่มเมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่ Bx เปิดใหม่ๆแล้วนั้น ถือว่ามาไกลมาก เพราะโวลลุ่มเฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นมาจาก 20-80 มาเป็น 200+ ต่อวันซึ่งการเติบโตของตลาดบิทคอยน์ในไทยในอนาคตอาจส่งผลให้โวลลุ่มเฉลี่ยต่อวันบนเว็บ Bx สูงขึ้นกว่านี้อีกก็ได้

Comments

comments

REVIEW OVERVIEW
ความง่ายต่อการใช้งาน
เทคนิคอลซัพพอร์ท
ความหลากหลายของหมวดหมู่ที่มีให้เทรด
ความหลากหลายของเหรียญที่มีให้เทรด
ดีไซน์และความสวยงาม
ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
สภาพคล่อง
SHARE
Previous articleผู้ใช้บิทคอยน์รายใหม่อาจเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ล้านคนจากสัญญาณ 92% วัยมิลเลเนียลไม่ไว้ใจธนาคาร
Next articleBLOOMBERG รายงานว่า BITCOIN ขึ้นทำเนียบค่าเงินแห่งปี 2016
ผู้หลงไหลในบิทคอยน์และเทคโนโลยี Blockchain เริ่มรู้จักบิทคอยน์เมื่อประมาณปี 2013 แต่เริ่มมาให้ความสนใจจริงๆเมื่อตอนเล่นเกม Bitcoin Billionaire ประมาณปลายปี 2014 หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษาการเทรดบิทคอยน์และเริ่มเทรดจริงอยู่สักพัก ก่อนที่จะเทรดจนได้เงินมาเรียนต่อที่จีนและเปิดเว็บไซต์นี้ขึ้นมา