<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สองพี่น้อง Winklevoss ยังไม่ยอมแพ้ เตรียมตัวกลับไปแก้ไขโครงการบิทคอย ETF อีกครั้ง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ราคาของบิทคอยดูเหมือนจะไม่เป็นที่หอมหวานนักในเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ SEC ได้เปิดเผยการตัดสินใจของพวกเขาในการปฏิเสธร่างบิทคอย ETF ของสองพี่น้องคู่นี้ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และคาดหวังว่าทาง SEC จะหาทางร่วมงานกับพวกเขาในการที่จะนำพากองทุนบิทคอย ETF เข้ามาสู่ตลาดให้ได้ เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่ากองทุนบิทคอย ETF นั้นจะสามารถทำให้นักลงทุนหันมาลงทุนในบิทคอยในรูปแบบของการซื้อขายกองทุน

นาย Tyler Winklevoss ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพวกเขายังคงตั้งหน้าตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับทาง SEC และยังกล่าวอีกว่าพวกเขาจะไม่ย่อท้อที่จะละทิ้งโครงการที่พวกเขาเสียหยาดเหงื่อกับมันมาเป็นเวลาถึงสี่ปีอย่างแน่นอน เขากล่าวว่าการมองข้ามโปรเจ็คกองทุนบิทคอย ETF ของพวกเขาถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่งของตลาด รวมไปถึงความปลอดภัยของนักลงทุนอีกด้วย

โดยแบบคำขอของพวกเขาที่ยืนไปล่าสุดนั้น มีการขออนุญาตให้บริการซื้อขายผ่านทางตลาดหุ้น Bats BZX ภายใต้ตัวย่อ COIN

ความกังวัลของ SEC

ทาง SEC กล่าวว่าเว็บผู้ให้แลกเปลี่ยนบิทคอยส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ถูกทำให้ถูกกฏหมาย และยังตกอยู่ในความเสี่ยงเรื่อง “การฉ้อโกงและการปั่นราคา” ทาง SEC นั้นยังบอกด้วยว่าความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเว็บผู้ให้แลกเปลี่ยนบิทคอยหลักๆแล้วมาจาก “ความผันผวนและความไม่นิ่งของราคา”

ราคาของบิทคอยนั้นตกจาก 1300 ดอลลาร์ลงมาที่ 975 หลังจากที่ทาง SEC ออกมาประกาศถึงการตัดสินใจของพวกเขา

ในขณะที่การปฏิเสธของทาง SEC ทำให้ฝันของนักเก็งราคาและนักเทรดหลายๆคนที่จะทำเงินเร็วในระหว่างนี้ต้องสลายไป แต่ก็มีอีกหลายๆคนเชื่อว่ายังไงกองทุนบิทคอย ETF ก็ต้องเป็นจริงสักวันแน่ๆ

“นี่มันไม่ได้หมายความว่ากองทุนบิทคอยจะไม่สามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ในอนาคต กล่าวโดยนาง Julie Hyman แห่ง Bloomberg หลังจากที่ได้มีการประกาศออกมาจาก SEC “การที่พวกเขาไม่อนุญาตนั้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับผลิตภัณฑ์นี้มาก”

“ยังมีใครอีกหลายๆคนที่พยายามที่จะทำให้กองทุนบิทคอย ETF เป็นเรื่องจริงขึ้นมา” กล่าวโดยนาย Joe Weisenthal แห่ง Bloomberg “พวกเขามีวิธีการและโครงสร้างที่ต่างกันออกไปในการทำให้บิทคอยปลอดภัย”

ไม่มีความจำเป็นต้องเศร้าไป กล่าวโดยผู้เชี่ยชาญ

นาย Joe ยังได้กล่าวอีกว่า GLD หรือกองทุนทองคำ ETF ก็เคยประสบปัญหาเรื่องการอนุมัติมาแล้วก่อนหน้านี้ “ทองคำคือสินทรัพย์ขนาดหนักที่ผู้คนส่วนใหญ่ลงทุนกันมาก ก่อนที่จะมี ETF เสียอีก” เขากล่าว

ยังมีบริษัทอื่นๆอีกสองบริษัทที่กำลังพยายามที่จะนำเสนอกองทุนบิทคอย ETF แห่งแรกของโลก แต่อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด กล่าวโดยผู้รายงานข่าว Ryan Vlastelica และ Joseph Adinolfi แห่ง MarketWatch

ทาง SEC มีเวลาถึงวันที่ 22 กันยายนปีนี้ในการให้คำตอบกับบริษัท Grayscale ที่อยากจะให้มีการเทรดบิทคอยบนตลาด NYSE โดยนาย Barry Silbert หรือ CEO ของบริษัท Grayscale ที่มีบริษัทแม่นามว่า Digital Currency Group ไม่ขอออกความเห็นใดๆเกี่ยวกับการถูกปฏิเสธของสองพี่น้อง Winklevoss

โฆษกของ SolidX Bitcoin Trust ที่เคยออกแถลงข่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วเกี่ยวกับการเพิ่มบิทคอยเข้าไปในลิสของ NYSE ก็ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นเช่นกัน

โดยการยื่นขอกองทุนบิทคอย ETF ของทาง Grayscale และ SolidX นั้นได้ขอให้มีการอ้างอิงราคาบิทคอยจาก TradeBlock bitcoin index ในขณะที่ทางสองพี่น้อง Winklevoss ขออ้างอิงจากเว็บของพวกเขาที่มีนามว่า Gemini Exchange

สาเหตุที่นักลงทุนไม่มีอะไรต้องเสีย

ในขณะที่ทางผู้ที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆนั้นได้มีการทำนายถึงการพุ่งขึ้นของราคาบิทคอยในกรณีที่กองทุนบิทคอยถูกอนุมัติ โดยนาย Jen Wieczner หรือนักเขียนของนิตยสาร Fortune ได้ชี้ว่านักลงทุนที่จะลงทุนในกองทุนบิทคอย ETF ของสองพี่น้อง Winklevoss นั้นจะไม่มีโอกาสได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้แน่นอน เนื่องจากกองทุนบิทคอยนั้นถูกออกแบบมาให้จำกัดจำนวนของบิทคอยที่สามารถลงทุนได้หนึ่งครั้งต่อวันเท่านั้น โดยทำได้ภายในวันจันทร์ถึงศุกร์ที่เวลาบ่ายสี่บนเว็บ Gemini Exchange โดยเว็บดังกล่าวนี้จะทำการเฉลี่ยราคาจากเว็บตลาดบิทคอยทั่วโลก

นาย Wieczner ได้กล่าวว่า Index ของสองพี่น้อง Winklevoss นั้นได้แสถงถึงราคาที่เพิ่มขึ้นถึง 23% ภายในปีนี้ โดยเปรียบเทียบกับ 30% ของราคาบิทคอยที่แท้จริง

ถึงแม้ว่าการตัดสินใจจะทำให้ราคาตกลงอย่างรุนแรง แต่ราคาของบิทคอยก็เพิ่มขึ้นถึง 120% โดยหากนับจากเมื่อปี 2012

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น