Home ข่าวสาร เทคโนโลยีบล็อกเชน

เทคโนโลยีบล็อกเชน

รัฐบาลรัสเซียกำลังศึกษาเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อนำมาพัฒนาระบบการใช้จ่ายในประเทศ

สมัชชาแห่งรัฐ Duma, กระทรวงการคลังและรัฐบาลกลางแห่งรัสเซียกำลังเตรียมตัวหารือในการเริ่มร่างกฏหมายการเงินในประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะพัฒนาระบบการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยมีข้อกฏหมายข้อหนึ่งในแบบร่างที่ระบุถึงแผนการในการติดตั้งและทดสอบเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อทำการสร้างระบบบันทึกการช้ายจ่ายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ โดยกล่าวคือ รัฐบาลรัสเซียกำลังพยายามที่จะศึกษาวางแผนเพื่อใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการทำระบบการใช้จ่ายภายในประเทศ สื่อรัสเซียนามว่า PlusWorld ได้รายงานว่า "โดยมีโอกาสในการขยายเพื่อหวังผลการบันทึกการใช้จ่ายในระยะสั้นภายใต้ผู้ใช้งาน และความพยายามในการติดตั้งเพื่อใช้งานตัวช่วยบันทึกเพียงหนึ่งตัว (คาดว่าน่าจะเป็นเทคโนโลยีบล็อกเชน)" ข้อดีและข้อเสียของการใช้บล็อกเชน ข้อดีหลักๆในการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นระบบใช้จ่ายในประเทศที่มีให้เห็นก็คือการเก็บข้อมูลในระบบที่ปลอดภัยและไม่สามารถถูกแฮคออกไปได้ ตามที่เคยได้กล่าวไปหลายรอบแล้ว ว่าธรรมชาติของบล็อกเชนนั้นสามารถทำให้มีการส่งผ่านไฟล์ไปหาทุกๆคนที่อยู่ปลายทางในระบบได้ อีกทั้งยังสามารถที่จะตรวจสอบหาผู้คนรวมถึงยืนยันตัวตนอีกด้วย อีกทั้งระบบการกระจายของบล็อกเชนยังสามารถที่จะป้องกันนักแฮคได้ เนื่องจากการจะโจมตีข้อมูลนั้นจะต้องโจมตีระบบปลายทางที่เก็บข้อมูลพร้อมๆกัน การโจมตีแค่ที่ใดที่หนึ่งไม่สามารถที่จะโค่นระบบทั้งระบบลงได้ อีกทั้งความพยายามในการที่จะปรับเปลี่ยนข้อมูลในระบบก็ไม่สามารถทำได้อีกด้วย ปัญหาและความขัดแย้ง เหมือนๆกับระบบการเงินที่ผ่านๆมา รัฐย่อมต้องการที่จะเป็นเจ้าของและควบคุม โดยพวกเขาอาจจะสร้างระบบยืนยันตัวตันขึ้นมาเพื่อที่จะสามารถควบคุมและตรวจจับทุกๆคนได้ อย่างไรก็ตาม มันเป็นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างระบบแบบนั้นแล้วพยายามที่จะหาทางควบคุมมัน เพราะธรรมชาติของบล็อกเชนนั้นไม่สามารถมีใครมาควบคุมมันได้ หรือหากจะพูดง่ายๆคือ มันไม่สามารถที่จะถูกนำมารวมเป็นศูนย์กลางได้นั่นเอง

พบกับ CryptaMail อีเมลล์แบบใหม่ที่ทำงานบนระบบบล็อกเชน

ในขณะที่โลกเรากำลังอยู่ในช่วงยุคแห่งดิจิตอลนี้ มีข้อมูลและเนื้อหาต่างๆถูกอัพโหลดขึ้นบนอินเทอร์เนตมากมาย และนี่จึงทำให้เกิดการจารกรรมข้อมูลกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลส่วนตัวอย่างอีเมล์ที่ทุกวันนี้ประสบปัญหาข้อมูลรั่วไหล อันเนื่องมาจากการมีระบบศูนย์กลาง หลังจากการถูกจารกรรมอีเมล์บน Yahoo ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้ผู้คนเริ่มหันมาใช้ระบบส่งข้อความที่มีลักษณะแบบ end-to-end encrypt อย่างเช่น WhatsApp, Telegram และ iMessage แต่คำถามที่ตามมาคือเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะทำให้ระบบอีเมล์ปลอดภัยแบบนี้ได้บ้าง มีบริษัทบางบริษัทได้ตัดสินใจออกแบบระบบอีเมล์ใหม่ให้ทำงานอยู่บนระบบบล็อกเชนอย่างเช่น CrytaMail และ SwiftMail ของนาย John McAfee บล็อกเชนจะช่วยปิดผนึกข้อมูล ข้อมูลจาก CryptaMail เผยว่าการที่บล็อกเชนใช้ระบบการกระจายนั้น ทำให้มันไม่มีเซอเวอร์ต้นทางในการส่งข้อมูล โดยข้อมูลที่ถูกส่งหากันจะเป็นระบบ P2P ดังนั้นจะไม่มีข้อมูลใดๆถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลเลย โดยวิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการจารกรรมข้อมูลกลางอากาศในระหว่างการส่งอีเมล์หากันได้ นั่นแปลว่าข้อความหรืออีเมล์ที่ส่งหากันจะถูก encrypt...

บริษัท STARTUP ในลอนดอนใช้บล็อกเชนตรวจจับไวน์ปลอม

บริษัท Everledger แห่งเมืองผู้ดีได้เซ็นสัญญาจับมือกับ IBM เพื่อพัฒนาระบบตรวจจับไวน์ปลอมที่ตั้งอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชน ณ ตอนนี้ผู้ผลิตไวน์ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีตรวจจับไวน์ปลอมด้วยการเช็คข้อมูลในกระดาษและใบรับรอง โดยระบบที่ว่านี้ประกอบไปด้วยการสแตมป์และลายเซ็นลงบนกระดาษเพื่อรับรองว่าไวน์ที่วางขายนั้นเป็นของจริง และบอกที่มาของผู้ผลิตได้ แต่อย่างไรก็ตาม การรับรองที่ว่านี้ต่างจากการรับรองของระบบ cryptographic ตรงที่ลายเซ็นที่เซ็นด้วยมือสามารถปลอมแปลงได้ไม่ยาก รวมถึงกระดาษและใบรับรองที่สามารถปลอมได้ง่ายโดยนักฉ้อโกงมืออาชีพก็ด้วยเช่นกัน กว่าสองปีมาแล้ว นักวิเคราะห์ได้เผยให้เห็นว่ามากกว่า 20 เปอเซนต์ของไวน์ที่ถูกส่งออกไปขายทั่วโลกนั้นเป็นของปลอม โดยนักต้มตุ๋นสามารถที่จะปลอมได้ทั้งขวดและและงานออกแบบด้วยต้นทุนที่ถูก และส่งออกไปขายในราคาปกติ หนังสือพิมพ์แห่งประเทศฝรั่งเศส Sud Ouest ได้รายงานถึงเคสการปลอมไวน์ขายอยู่สองสามเคส ที่ซึ่งเกิดขึ้นกับทั้งผู้ขายปลีกและขายส่ง ในขณะที่การปลอมไวน์ได้กลายเป็นเทรนด์ระดับประเทศที่สามารถทำเงินได้ถึงระดับพันล้านดอลลาร์ โดยการกระทำดั่งกล่าวอาจจะดึงดูดให้นักฉ้อโกงคนอื่นๆกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วยก็ได้อันเนื่องมาจากต้นทุนที่ต่ำ บวกกับการทำเงินที่เร็ว การที่จะทำให้วงการผู้ผลิตไวน์โปร่งใสตรวจสอบได้นั้น บริษัท Everledger ได้ใช้ระบบบล็อกเชนที่มีความสามารถในการเก็บข้อมูลได้ถึง 90 data point ต่อไวน์...

ในสงครามไซเบอร์ครั้งต่อไป บิทคอยและบล็อกเชนคือตัวป้องกันที่ดีกว่าระบบป้องกันที่มีแค่ศูนย์กลาง

ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ถือเป็นปัญหาที่ในหลายๆประเทศอย่างเช่นสหรัฐ, ยุโรป, รัสเซีย, จีน หรือในอีกๆหลายประเทศกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ การโจมตีทางไซเบอร์ที่มีการเตรียมพร้อมมาดีสามารถที่จะทำลายระบบสื่อสาร, เครื่องบินเจ็ทของทหาร, หรือแม้แต่ระบบของหน่วยงานสาธารณะเช่นโรงพยาบาล, โรงงานไฟฟ้า และระบบเสาโทรคมนาคมในเมือง ฯลฯ นาย Adeolu Fadale ประธานและผู้ก่อตั้ง Cryptography Development Initiative of Nigeria (CDIN) ได้กล่าวว่า "ตอนนี้ดูเหมือนจะเป้นที่รู้ๆกันว่าสงครามครั้งต่อไปจะต่อสู้กันผ่านออนไลน์ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการจู่โจมระบบความมั่นคงของประเทศจึงเป็นเรื่องที่มีมาให้เห็นบ่อย การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเป็นผู้นำในยุคดิติตอลของโลกได้นั้น ประเทศนั้นจะต้องมีความสามารถและพลังในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์" ระบบความปลอดภัยนั้นพึ่งพาไม่ได้ ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นเป็นที่รู้กันว่ามีไว้ใช้แค่ถ่วงเวลานักแฮกเกอร์เท่านั้น เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการโจมตีแบบ DDoS ที่ทำให้เว็บไซต์ชื่อดังทั้งหลายอาทิ Twitter, Amazon และ...

ผู้เชี่ยวชาญเผยประเทศไทยเริ่มปรับตัวใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนเร็วขึ้น วิ่งไล่ตามสิงคโปร์และฮ่องกง

นายอเล๊กซ์ แทปสก็อต CEO แห่ง Blockchain และ Northwest Passage Ventures ได้พยายามโน้มน้าวให้บริษัทและทางภาครัฐในประเทศไทยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อรองรับผู้ใช้งานอินเทอร์เนตหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ ที่การประชุม "Blockchain Revolution" ที่จัดขึ้นโดย Total Access Communication Bangkok นั้น นายอเล๊กซ์ได้เน้นย้ำถึงประสิทธืภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจการเงินทั่วๆไปได้ ซึ่งสามารถที่จะช่วยธนาคารหรือสถาบันการเงินประหยัดเงินได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ เขาได้กล่าวว่า "มีตั้งหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ถ้าลองเปรียบกับสมัยก่อนตอนที่อินเทอร์เนตมาใหม่ๆที่ตอนนั้นเราทำได้แค่ใช้มันเพื่อเก็บข้อมูล, ค้นหาข้อมูล และแบ่งปันข้อมูล" ประเทศไทยจะเป็นผู้นำทางด้านอุตสหากรรมบล็อกเชนพร้อมๆกับสิงคโปร์และฮ่องกง โดยอ้างอิงจากธุรกิจภาคเอกชนที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยที่มีอยู่รอบๆผู้ใช้งานอินเทอร์เนตและผู้บริโภคนั้น นายอเล๊กซ์ได้กล่าวถึงใจความสำคัญอีกว่าถ้าหากพวกเขามีงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญที่เพียงพอสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ว่านั้น ประเทศไทยสามารถที่จะกลายเป็นผู้นำทางด้านบล็อกเชนระดับโลกแบบสิงคโปร์, ฮ่องกง, เบอร์ลินและจีนได้ หนุ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่นายอเล๊กซ์ลืมพูดถึงไปก็คือเรื่องเกี่ยวกับการที่ตอนนี้มีจำนวนธนาคารในประเทศไทยจำนวนมากที่ให้ความสนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน และการก่อตั้งของสมาคมดิจิทัลเคอเรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนแห่งประเทศไทย มีธนาคารใหญ่ๆหลายธนาคารรวมถึงทางหน่วยงานภาครัฐที่ตอนนี้เริ่มมีการศึกษาเกี่ยวกับผลดีของเทคโนโลยีบล็อกเชนแล้ว...

ชาวนาออสเตรเลียเริ่มทดสอบขายข้าวสาลีด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน

การปลูกข้าวสาลีในออสเตรเลียถือเป็นภาระของผู้ปลูกอย่างมหาศาลเนื่องจากทุนที่ใช้ต้องมีมากถึงระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ มีบริษัทหนึ่งต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ปลูกด้วยการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยขาย บริษัทสัญชาติออสเตรเลียนามว่า AgriDigital ผู้นำเอาระบบ cloud มาใช้ในการบริหารสัญญา, การขนสง, ใบแจ้งหนี้, บัญชีการใช้จ่าย และระบบสินค้า โดยเริ่มต้นไอเดียโดยบริษัทที่มีชื่อว่า Full Profile ที่เพิ่งจะทำระบบทดสอบเชื่อมต่อกับบล็อกเชนของ Ethereum สำเร็จไปเมื่อต้นเดือนนี้ โดยสืบเนื่องจากเว็บไซต์ Australian Financial Review พวกเขาอ้างว่านี่เป็นครั้งแรกของโลกที่นำเอาผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้มาผูกกับเทคโนโลยีบล็อกเชน อย่างไรก็ตาม โดยรายงานข่าวบอกได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการที่นาย David Whillock นักปลูกข้าวสาลีแบรนด์ Whillock Pastoral ใกล้กับเมือง Geurie ใน New...

“ประเทศไทยควรที่จะหันหน้าเข้าหาเทคโนโลยี BLOCKCHAIN” กล่าวโดย ALEX TAPSCOTT

นายอเล๊กซ์ แทปสก็อต ผู้บริหารระดับสูงแห่ง Northwest Passage Ventures หรือบริษัทผู้ให้คำปรึกษาทางด้านบล็อกเชนกล่าวว่าประเทศไทยควรที่จะเริ่มจริงจังกับเทคโนโลยีบล็อกเชนได้แล้ว เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อ้างอิงจาก Bangkok Post โดยสือบเนื่องมาจากการประชุมที่ผ่านมาในหัวข้อ 'Blockchain Revolution' ที่จัดขึ้นโดย DTAC นั้น นาย Tapscott เป็นผู้พูดหลักในเกี่ยวกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก โดยเขาได้เรียกมันว่า "อินเทอร์เนตยุคที่สอง" โดยอ้างอิงจากการสำรวจพบว่ามีประมาณ 40% ของประชากรไทยที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เนตผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน โดยนาย Tapscott ได้กล่าวในงานสัมนาในครั้งนี้ว่า "กรุงเทพฯสามารถที่จะปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีที่ว่านี้ โดยทำให้เหมือนกันที่สิงคโปร, ฮ่องกง, เบอร์ลิน และลอนดอนกำลังทำ เพื่อที่จะอยู่รอดในยุคที่สองของอินเทอร์เนตนี้ให้ได้" สืบเนื่องจากนาย...

ธนาคารกลางแห่งฝรั่งเศสเริ่มทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นครั้งแรก

ธนาคารกลางแห่งฝรั่งเศสกำลังเริ่มเปิดเผยรายละเอียดอย่างลับๆเกี่ยวกับการทดสอบเทคโนโลยีบล็อกเชนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพวกเข้าออกมาให้รายละเอียดเมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่าพวกเขาได้เริ่มทำการทดสอบการใช้งานแบบจำลองการใช้งานจริง ภายใต้การควบคุมของระบบตรวจสอบ SEPA หรือระบบที่เอาไว้ใช้บ่งชี้เครดิตที่อยู่ภายใน Single Euro Payment Area โดยการทดสอบครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ธนาคารกลางออกมาประกาศออกสู่สาธารณะเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน จากรายงานของธนาคารกลาง ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการทดสอบมากที่สุดคือ Caisse des Dépôts et Consignations หรือองค์กรภาคสาธารณะผู้แสดงตัวเป็นนักลงทุนในนามของรัฐบาลฝรั่งเศส โดยยังมีบริษัทสตาร์ทอัพ Labo Blockchain และธนาคารในฝรั่งเศสอีกหลายธนาคารเป็นผู้รว่มทดสอบอีกด้วย โดยการทดสอบเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กล่าวโดยธนาคารกลางแห่งฝรั่งเศส ขั้นตอนแรกคือได้รับเงินลงทุนในช่วงเดือนมกราคม และเริ่มมีการสร้างเครื่องมือตัวต้นแบบขึ้นสำหรับใช้ในการสร้างและจัดการตัวบ่งชี้เครดิตของ SEPA โดยธนาคารกลางนั้นได้ให้เผยถึงวิธีการในการจัดประชุมกับผู้ถือหุ้น รวมไปถึงข้อมูลแบบละเอียดของโปรเจคที่จะมีการเปิดเผยอีกในปีหน้าที่จะถึงนี้ ทางธนาคารกลางของฝรั่งเศสยังต้องทำงานวิจัยเพิ่มอีกเยอะเกี่ยวกับหัวข้อในเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบที่จะตามมาทั้งในเชิงบวกและลบ โดยการประกาศจากธนาคารฝรั่งเศสมีเนื้อหาดังนี้ "ประสบการณ์ครั้งนี้จะทำให้ธนาคารทุกธนาคารที่เข้าร่วมทดสอบสามารถที่จะแบ่งปันงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบและโอกาสของเทคโนโลยีนี้" ซึ่งในขณะนี้ ธนาคารกลางฝรั่งเศสกลายเป็นสถาบันการเงินล่าสุดที่เริ่มทดสอบเทคโนโลยีบล็อกเชน ในช่วงปีที่ผ่านมานั้น มีธนาคารกลางแห่งญี่ปุ่น, สวีเดนและสิงคโปร์ผู้ซึ่งได้ทำการทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวนี้เช่นกัน โดยสืบเนื่องมาจากการที่ธนาคารกลางแห่งยุโรปประกาศเริ่มทำการวิจัยร่วมกับธนาคารแห่งญี่ปุ่นเมื่อวันที่...

ธนาคารกสิกรไทยจับมือบริษัทฟินเทคจีน IBS ทำระบบบล็อคเชน โอนเงินไทยจีนไม่ต้องแปลงเป็นดอลลาร์

ธนาคารกสิกรไทยซึ่งถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศไทยได้จับมือกับบริษัทฟินเทคสัญชาติจีนมีนามว่า International Business Settlement หรือ IBS เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบ blockchain ที่สามารถทำธุรกรรมเงินบาท-หยวนได้ โดยจากรายงานของ Nikkei ระบบที่ว่านี้จะรองรับการโอนเงินระหว่างบาท-หยวนทั้งในไทยและในจีนโดยที่ไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสกุลเงินดอลลาร์มักจะใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงินในตลาดโลกเเมื่อมีการส่งเงินผ่าน wire transfer (โอนเงินข้ามประเทศผ่านธนาคาร) ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำได้กล่าวไว้ว่า "ทางบริษัท IBS มีเทคโนโลยีและระบบเนทเวิร์คในการที่จะทำให้การโอนเงินข้ามประเทศนั้นง่ายขึ้นและไม่ต้องแปลงผ่านเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ในช่วงเวลาที่เงินหยวนกำลังอยู่ในขาขึ้นแบบตอนนี้" โดยเทคโนโลยีที่ว่าจะถูกออกแบบโดย IBS และสมุดบันทึกการโอนเงินจะถูกเก็บแยกไว้จากสมุดบันทึกของจากทั่วโลก SWIFT ซึ่งถ้าหากเปิดให้ใช้บริการแล้ว ระบบของ IBS จะเป็นที่เชื่อว่าเร็วกว่า ถูกกว่า และลอดภัยกว่า เมื่อเทียบกับระบบ SWIFT...

ธนาคารกลางแห่งยุโรปเริ่มเดินเข้าหาเทคโนโลยี Blockchain ในขณะที่ธนาคารแห่งอังกฤษลังเล

เมื่อเศรษฐกิจหรือ GDP ของอังกฤษส่วนใหญ่กว่า 30% ต้องพึ่งพาเมืองหลวงของตัวเอง ในตอนนี้เป็นเวลาที่ธนาคารแห่งอังกฤษต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทางด้านการเงินเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แต่ในช่วงการประชุมที่ผ่านมาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยเป็นการประชุมที่เรียกว่า “Bitcoin and Beyond: เวิร์คชอปในหัวข้อ Cyptocurrencies โดย Alan Turing” ได้แสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งอังกฤษกำลังลังเลที่จะหันหน้าเข้าหา cryptocurrency อย่างเต็มตัว โดยได้สรุปออกมากว่า “ขอรอให้ Brexit จบก่อน” อันที่จริงแล้ว นี่อาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไรนัก เมื่อธนาคารแห่งอังกฤษกำลังปล่อยให้ผู้ที่ทำงานในลอนดอนกว่า 2 ล้านตำแหน่งอยู่ในสถานะเสี่ยงเนื่องจากไม่ยอมให้ทิศทางที่แน่นอนเกี่ยวกับ cryptocurrency ในทางกลับกัน ธนาคารกลางแห่งยุโรปได้แสดงถึงสถานะที่แน่นอนเกี่ยวกับเทคโนโลยี blockchain ที่ว่านี้ โดยในการให้สัมภาษณ์สมาชิกของคณะกรรมการผู้บริหารแห่งธนาคารกลางแห่งยุโรป นาย...
- Advertisement -BX.in.th Bitcoin Exchange Thailand

บทความเก่า

แชร์ประสบการณ์: โอนเงินจีน-ไทยด้วยบิทคอยเสร็จภายใน 1 ชั่วโมงแถมได้กำไรค่าโอน

บทความนี้ถือเป็นเรื่องเล่าแชร์ประสบการณ์ของผมเอง จากการที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในจีนมาแล้วมากกว่ากว่า 1 ปีผมได้โอนเงินไปกลับจีนไทยไปแล้วมากกว่า 20 ครั้ง และตลอดเวลาที่มาอยู่นี้ไม่เคยง้อธนาคารเพื่อช่วยโอนเงินระหว่างประเทศแม้แต่ครั้งเดียว จะง้อไปทำไมในเมื่อเรามีบิทคอย เทคโนโลยีแห่งอนาคต ก่อนอื่นต้องขอท้าวความสักนิดหนึ่ง ผมรู้จักบิทคอยมาก็หลายปีแล้ว แต่กว่าจะมาเริ่มใช้อย่างจริงจังก็เมื่อประมาณปลายปี 2014 โดยเริ่มมาจริงจังกับบิทคอยตอนเริ่มเล่นเกม Bitcoin Billionaire แล้วรู้สึกสงสัยว่าทำไมนั่งอยู่หน้าคอมเฉยๆก็รวยได้ ด้วยความฉงนจึงลองศึกษาหาข้อมูลดูในคืนนั้น และก็ต้องพบว่าตัวเองไม่สามารถข่มตานอนให้หลับลงได้ เพราะว่าภาพของบิทคอยมันใหญ่มากๆ ได้แต่บ่นกับตัวเองว่า "ทำไมไม่รู้จักมันให้เร็วกว่านี้นะ!" ผมเริ่มจริงจังกับมันมากขึ้น ในช่วงนั้นยังทำงานกินเงินเดือนบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯอยู่ ระหว่างหาข้อมูลศึกษาไปเรื่อยๆก็ได้มาพบกับเจ้าของเว็บ Bx.in.th ชื่อว่านายเดวิด...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า