ธนาคารกสิกรไทยจับมือบริษัทฟินเทคจีน IBS ทำระบบบล็อคเชน โอนเงินไทยจีนไม่ต้องแปลงเป็นดอลลาร์

ธนาคารกสิกรไทยซึ่งถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศไทยได้จับมือกับบริษัทฟินเทคสัญชาติจีนมีนามว่า International Business Settlement หรือ IBS เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบ blockchain ที่สามารถทำธุรกรรมเงินบาท-หยวนได้ โดยจากรายงานของ Nikkei ระบบที่ว่านี้จะรองรับการโอนเงินระหว่างบาท-หยวนทั้งในไทยและในจีนโดยที่ไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสกุลเงินดอลลาร์มักจะใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงินในตลาดโลกเเมื่อมีการส่งเงินผ่าน wire transfer (โอนเงินข้ามประเทศผ่านธนาคาร) ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำได้กล่าวไว้ว่า "ทางบริษัท IBS มีเทคโนโลยีและระบบเนทเวิร์คในการที่จะทำให้การโอนเงินข้ามประเทศนั้นง่ายขึ้นและไม่ต้องแปลงผ่านเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ในช่วงเวลาที่เงินหยวนกำลังอยู่ในขาขึ้นแบบตอนนี้" โดยเทคโนโลยีที่ว่าจะถูกออกแบบโดย IBS และสมุดบันทึกการโอนเงินจะถูกเก็บแยกไว้จากสมุดบันทึกของจากทั่วโลก SWIFT ซึ่งถ้าหากเปิดให้ใช้บริการแล้ว ระบบของ IBS จะเป็นที่เชื่อว่าเร็วกว่า ถูกกว่า และลอดภัยกว่า เมื่อเทียบกับระบบ SWIFT...
- Advertisement -

บทความเก่า

ธนาคารกลางแล้วไง? นักเทรดบิทคอยจีนรายใหญ่กำลังเทหมดหน้าตัก

ถึงแม้ว่ารายงานล่าสุดจะแสดงถึงการที่ธนาคารกลางจีนกำลังจับตาจ้องมองบริษัทผู้ให้บริการเทรดบิทคอยออนไลน์แบบใกล้ชิด แต่นักเทรดในจีนต่างก็แยแสไม่ โดยในการให้สัมภาษณ์นั้น ทางสมาชิกของชมรมนักเทรดบิทคอยในจีนและพนักงานเว็บเทรดบิทคอยต่างก็เชื่อว่าการถูกจับตาดูพฤติกรรมจากรัฐบาลนั้น จะกลายเป็นผลดีระยะยาวสำหรับบิทคอย นักเทรดสาย OTC (Over-the-counter หรือการเทรดหน้าเคาท์เตอร์) นามว่า Zhao Dong ผู้ที่อ้างว่าได้ทำการเทรดบิทคอยไปแล้วมากกว่า 250 บิทคอย (หรือราวๆ 7.2 ล้านบาท) ต่อวัน ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ "กังวล" แม้แต่น้อยเกี่ยวกับบิทคอย โดยรวมแล้ว เขาเชื่อว่าทางธนาคารกลางจีนก็เพียงแค่อยากจะออกมาแสดงความเป็นห่วงนักลงทุนด้วยการลดความเสี่ยงลง และก็ไม่มีความประสงค์ร้ายหรือหาทางหยุดยั้งพวกเขาในการใช้บิทคอย เขากล่าวว่า "ก็จริงอยู่ที่ช่วงนี้มีการแย่งกันเทขาย แต่นักเทรดบิทคอยรุ่นเก๋าอย่างผมจะไม่ตื่นตัวตามตลาดเด็ดขาด อันที่จริงแล้วมันเป็นโอกาสดีที่จะทำกำไรด้วยซ้ำ" นาย...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า