ตลาดบิทคอยไทยราคาพุ่งทะลุ 34,000 บาทใน 3 วัน เทรดเดอร์ไทยกำไรเฉลี่ยวันละหมื่น

ตลาดบิทคอยไทยหรือในนาม Bx ที่หลายๆคนรู้จักกันดีในนามกระดานแลกเปลี่ยนซื้อขายบิทคอยแห่งประเทศไทยได้มีการซื้อขายกันจนราคาพุ่งทะลุ 34,000 บาทต่อ 1 บิทคอยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขึ้นมาจากราคาประมาณ 29,800 บาทเมื่อ 3 วันที่แล้ว จากราคาตลาดโลกสู่ตลาดไทย ไม่เป็นที่น่าแปลกใจแม้แต่น้อยสำหรับการทำกำไรจากการซื้อขายบิทคอยในช่วงนี้ เนื่องจากราคาที่พุ่งขึ้นในตลาดโลกอันส่งผลมาจากปัจจัยหลายๆปัจจัยที่เป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนราคา หลายๆคนอาจจะรู้กันดีว่าบุคลิกของบิทคอยที่เมื่อพูดถึง ก็ให้คิดถึงค่าเงินที่เป็นศัตรูกับรัฐบาลนั้นมักจะเปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนดูสถานภาพการเงินของโลก กล่าวคือถ้าเศรษฐกิจโลกดีราคาบิทคอยก็ตก แต่ถ้าหากรัฐบาลล้มเหลวในการบริหารการเงินหรือเศรษฐกิจของประเทศตัวเองนั้น ราคาบิทคอยก็จะขึ้น สำหรับตลาดซื้อขายบิทคอยในไทยปัจจุบันมีโวลลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 450-500 บิทคอยต่อวัน หรือคิดเป็นราวๆ 14-16 ล้านบาทต่อวัน และคิดเป็น 0.000048 เปอร์เซนของโวลลุ่มซื้อขายต่อวันของตลาดโลก น้ำขึ้นให้รีบตัก สืบเนื่องมาจากข้อมูลบทสนทนาของผู้เทรดในเว็บ Bx.in.thนั้น นักเทรดบางคนได้อ้างว่าพวกเขาสามารถทำกำไรกันได้ประมาณ 10,000-50,000 บาทภายในช่วงเวลาที่บิทคอยเป็นขาขึ้นแบบตั้งชันเมื่อภายในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ โดยถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานหรือ...

“ประเทศไทยควรที่จะหันหน้าเข้าหาเทคโนโลยี BLOCKCHAIN” กล่าวโดย ALEX TAPSCOTT

นายอเล๊กซ์ แทปสก็อต ผู้บริหารระดับสูงแห่ง Northwest Passage Ventures หรือบริษัทผู้ให้คำปรึกษาทางด้านบล็อกเชนกล่าวว่าประเทศไทยควรที่จะเริ่มจริงจังกับเทคโนโลยีบล็อกเชนได้แล้ว เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อ้างอิงจาก Bangkok Post โดยสือบเนื่องมาจากการประชุมที่ผ่านมาในหัวข้อ 'Blockchain Revolution' ที่จัดขึ้นโดย DTAC นั้น นาย Tapscott เป็นผู้พูดหลักในเกี่ยวกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก โดยเขาได้เรียกมันว่า "อินเทอร์เนตยุคที่สอง" โดยอ้างอิงจากการสำรวจพบว่ามีประมาณ 40% ของประชากรไทยที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เนตผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน โดยนาย Tapscott ได้กล่าวในงานสัมนาในครั้งนี้ว่า "กรุงเทพฯสามารถที่จะปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีที่ว่านี้ โดยทำให้เหมือนกันที่สิงคโปร, ฮ่องกง, เบอร์ลิน และลอนดอนกำลังทำ เพื่อที่จะอยู่รอดในยุคที่สองของอินเทอร์เนตนี้ให้ได้" สืบเนื่องจากนาย...

ธนาคารกสิกรไทยจับมือบริษัทฟินเทคจีน IBS ทำระบบบล็อคเชน โอนเงินไทยจีนไม่ต้องแปลงเป็นดอลลาร์

ธนาคารกสิกรไทยซึ่งถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศไทยได้จับมือกับบริษัทฟินเทคสัญชาติจีนมีนามว่า International Business Settlement หรือ IBS เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบ blockchain ที่สามารถทำธุรกรรมเงินบาท-หยวนได้ โดยจากรายงานของ Nikkei ระบบที่ว่านี้จะรองรับการโอนเงินระหว่างบาท-หยวนทั้งในไทยและในจีนโดยที่ไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสกุลเงินดอลลาร์มักจะใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงินในตลาดโลกเเมื่อมีการส่งเงินผ่าน wire transfer (โอนเงินข้ามประเทศผ่านธนาคาร) ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำได้กล่าวไว้ว่า "ทางบริษัท IBS มีเทคโนโลยีและระบบเนทเวิร์คในการที่จะทำให้การโอนเงินข้ามประเทศนั้นง่ายขึ้นและไม่ต้องแปลงผ่านเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ในช่วงเวลาที่เงินหยวนกำลังอยู่ในขาขึ้นแบบตอนนี้" โดยเทคโนโลยีที่ว่าจะถูกออกแบบโดย IBS และสมุดบันทึกการโอนเงินจะถูกเก็บแยกไว้จากสมุดบันทึกของจากทั่วโลก SWIFT ซึ่งถ้าหากเปิดให้ใช้บริการแล้ว ระบบของ IBS จะเป็นที่เชื่อว่าเร็วกว่า ถูกกว่า และลอดภัยกว่า เมื่อเทียบกับระบบ SWIFT...
- Advertisement -

บทความเก่า

ธนาคารกลางแห่งยุโรปเริ่มเดินเข้าหาเทคโนโลยี Blockchain ในขณะที่ธนาคารแห่งอังกฤษลังเล

เมื่อเศรษฐกิจหรือ GDP ของอังกฤษส่วนใหญ่กว่า 30% ต้องพึ่งพาเมืองหลวงของตัวเอง ในตอนนี้เป็นเวลาที่ธนาคารแห่งอังกฤษต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทางด้านการเงินเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แต่ในช่วงการประชุมที่ผ่านมาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยเป็นการประชุมที่เรียกว่า “Bitcoin and Beyond: เวิร์คชอปในหัวข้อ Cyptocurrencies โดย Alan Turing” ได้แสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งอังกฤษกำลังลังเลที่จะหันหน้าเข้าหา cryptocurrency อย่างเต็มตัว โดยได้สรุปออกมากว่า “ขอรอให้ Brexit จบก่อน” อันที่จริงแล้ว นี่อาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไรนัก เมื่อธนาคารแห่งอังกฤษกำลังปล่อยให้ผู้ที่ทำงานในลอนดอนกว่า...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า