Home ข่าวสาร

ข่าวสาร

เจ้าของกลุ่ม Bitcoin Thai Club อยากให้คุณเป็นหุ้นส่วนกับชาวนาไทยด้วยเทคโนโลยี Blockchain

ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ติดอันดับท็อปเท็นของโลกที่สามารถผลิตข้าวคุณภาพสูงและส่งออกได้เอง แต่ในขณะเดียวกันหลายๆคนก็คงจะรู้กันดีถึงสภาพการทำงานและผลตอบแทนของชาวนาไทยที่ไม่ค่อยจะคุ้มค่าเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะปัญหาเรื่องนายทุนหรือพ่อค้าคนกลางที่คอยเอารัดเอาเปรียบผู้ปลูกข้าว ซึ่งมาวันนี้ คุณธันวา สงวนสินหรือเจ้าของกลุ่ม Bitcoin Thai Club บนเฟสบุคหรือนักเคลื่อนไหวบุกเบิกทางด้านเทคโนโลยี blockchain แห่งประเทศไทยได้นำพามาซึ่งไอเดียในการสร้าง cryptocurrency ที่ชื่อว่า Hommalicoin ที่หวังว่าจะสามารถช่วยให้วงจรอุบาทว์นี้จบสิ้นไปได้ภายในระยะเวลา 3-4 ปี เป็นหุ้นส่วนกับชาวนา โดยปกติแล้ว การทำเหรียญ cryptocurrency ขึ้นมา 1 เหรียญนั้นจะต้องมีจุดประสงค์และต้องอ้างอิงแหล่งที่มา อย่างเช่นบิทคอยน์ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อแจ้งเกิดเทคโนโลยี blockchain และต้องการให้ผู้บริโภคหันหลังให้กับธนาคาร Hommalicoin หรือ HMC นั้นแจ้งเกิดบนพื้นฐานไอเดียที่ต้องการจะขจัดนายทุนหรือพ่อค้าคนกลางทิ้งไป ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อข้าวกับชาวนาได้โดยตรง แต่มันมีมากกว่านั้นตรงที่...

Quantum Computer จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งจุดจบของบิทคอยหรือไม่

"บิทคอยนั้นได้ตายไปแล้ว!" ดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะถูกทำนายไปแล้วราวๆ 119 ครั้ง หรือแม้แต่ในบางเว็บไซต์ก็ได้มีการออกมานับคำทำนายจากหลายๆฝ่ายว่าบิทคอยได้ตายไปแล้วกี่ครั้ง คำทำนายที่น่าขำเช่นนี้มักจะมาตอนที่ราคาบิทคอยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือเพิ่งจะเด้งขึ้นจากจุดต่ำสุด แต่ทว่าการมาของควอนตัม คอมพิวเตอร์ที่อาจจะเป็นภัยต่อบิทคอยในอนาคตนั้น นาย Andersen Cheng หรือผู้ก่อตั้งร่วมแห่งบริษัท Post Quantum ได้ทำการทำนายออกสื่อว่า "บิทคอยนั้นจะไม่สามารถต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้...บิทคอยจะตายตั้งแต่วันแรกๆที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ถูกนำออกมาใช้งาน" อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการมาถึงของควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นดูเหมือนว่าจะมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยหากอ้างอิงจากนาย Andersen นั้น ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นภัยต่อระบบ cryptography ของบิทคอยโดยความสามารถของมันคือการตรวจสอบ public key ย้อนหลังอย่างง่ายดาย ซึ่งจะส่งผลให้การอนุมานหา private key ของแอดเดรสของกระเป๋าบิทคอยสามารถทำได้ง่าย ควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นกำลังอยู่ในระหว่างช่วงวิจัยและพัฒนา และถูกให้เงินสนับสนุนนับพันล้านดอลลาร์โดยทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเมื่อไม่นานมานี้...

เกาหลีใต้จะเปิดตัวเหรียญ cryptocurrency ใหม่ BOScoin กุมภาพันธ์ปีหน้า

บริษัทสายฟินเทคสัญญชาติเกาหลีใต้นามว่า BlockChain OS เตรียมเปิดตัว cryptocurrency ตัวใหม่ที่ชื่อว่า BOScoin ซึ่งทางเจ้าของเคลมว่าเป็นเหรียญที่ทำขึ้นมาได้ดีกว่าเหรียญสุดฮิตอย่างบิทคอยน์และอีเธอเรียม ตามรายงานข่าวของ Pulse News บอกว่าเหรียญที่ว่านี้จะใช้เทคโนโลยี blockchain เหมือนๆกับ cryptocurrency ตัวอื่นๆ แต่ความแตกต่างของมันคือมันสามารถที่จะใช้ส่งหากันได้เร็วกว่า ซึ่งความเร็วของมันพอๆกับการใช้จ่ายโดยบัตรเครดิต กล่าวคือเร็วขนาด 1000 รายจ่ายต่อวินาที โดยทางเจ้าของยังใจดีเปิดเผยอีกว่าหลังจากเปิดตัวเหรียญตัวนี้ออกไปแล้ว เขาจะทำให้มันเป็น open-source เพื่อที่ให้คนอื่นๆสามารถคัดลอกไปใช้งานหรือศึกษาได้ด้วย (อ่างอิงจากแหล่งข่าว DataNet) ในขณะนี้เรายังไม่รู้ข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับเหรียญตัวนี้มากนัก แต่ที่คอนเฟิร์มแล้วคือเหรียญ BOScoin จะถูกสนับสนุนโดยเอนจินแบบใหม่ที่มีชื่อว่า “interference engine” (แปลจากภาษาเกาหลี)...

ลูกค้ารายหนึ่งทำกำไร 1.3 ล้านดอลลาร์โดยไม่ได้ตั้งใจตอนซื้อบ้านด้วยบิทคอย

สาเหตุหนึ่งทีทำให้บิทคอยเป็นที่นิยมยากในหมู่คนธรรมดาทั่วไปนั่นอาจเป็นเพราะการผันผวนของราคาที่มีอยู่ตลอดเวลา แต่กระนั้นก็มีชายคนหนึ่งผู้ซุ่งอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอเนียที่เพิ่งจะสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำจากความผันผวนของราคาบิทคอยในระยะสั้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยในการให้สัมภาษณ์ของ Sonny Singh หรือ CCO ของ Bitpay โดยมี Bloomberg Markets เป็นผู้ให้สัมภาษณ์นั้น เขาได้เล่าเรื่องของการที่การใช้จ่ายด้วยบิทคอยช่วยทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ประสงค์จะออกนามที่กำลังจะซื้อบ้านด้วยบิทคอยสามารถทำกำไรแบบไม่ได้ตั้งใจถึง 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราวๆ 45,877,000 บาท บนระบบแลกเปลี่ยนบิทคอยที่แลกเปลี่ยนจากบิทคอยเป็นค่าเงินดอลลาร์ มีคนต้องการซื้อบ้านด้วยบิทคอย "เราถูกติดต่อมาเมื่อเดือนที่แล้วจากนายหน้าอสังหาริมทรัพย์" กล่าวโดยนาย Sonny "เขาบอกว่ามีคนอยากจะซื้อบ้านด้วยบิทคอย และเขาเองก็ไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไร เขาก็เลยติดต่อเรามา" นาย Sonny ได้กล่าวอีกว่า Bitpay ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนในลักษณะแบบนี้มาหลายครั้งแล้วเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา "เราได้คุยกับเขาเกี่ยวกับการทำงานของบิทคอยว่ามันใช้งานอย่างไร" อย่างไรก็ตาม ราคาบ้านดังกล่าวนั้นมีราคาอยู่ที่ประมาณ...

ธนาคารกสิกรไทยจับมือบริษัทฟินเทคจีน IBS ทำระบบบล็อคเชน โอนเงินไทยจีนไม่ต้องแปลงเป็นดอลลาร์

ธนาคารกสิกรไทยซึ่งถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศไทยได้จับมือกับบริษัทฟินเทคสัญชาติจีนมีนามว่า International Business Settlement หรือ IBS เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบ blockchain ที่สามารถทำธุรกรรมเงินบาท-หยวนได้ โดยจากรายงานของ Nikkei ระบบที่ว่านี้จะรองรับการโอนเงินระหว่างบาท-หยวนทั้งในไทยและในจีนโดยที่ไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสกุลเงินดอลลาร์มักจะใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงินในตลาดโลกเเมื่อมีการส่งเงินผ่าน wire transfer (โอนเงินข้ามประเทศผ่านธนาคาร) ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำได้กล่าวไว้ว่า "ทางบริษัท IBS มีเทคโนโลยีและระบบเนทเวิร์คในการที่จะทำให้การโอนเงินข้ามประเทศนั้นง่ายขึ้นและไม่ต้องแปลงผ่านเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ในช่วงเวลาที่เงินหยวนกำลังอยู่ในขาขึ้นแบบตอนนี้" โดยเทคโนโลยีที่ว่าจะถูกออกแบบโดย IBS และสมุดบันทึกการโอนเงินจะถูกเก็บแยกไว้จากสมุดบันทึกของจากทั่วโลก SWIFT ซึ่งถ้าหากเปิดให้ใช้บริการแล้ว ระบบของ IBS จะเป็นที่เชื่อว่าเร็วกว่า ถูกกว่า และลอดภัยกว่า เมื่อเทียบกับระบบ SWIFT...

ธนาคารกลางแห่งประเทศจีนเล็งสร้างเหรียญ Cryptocurrency เองนามว่า RMBCoin

ถึงแม้ว่ารัฐบาลจีนจะไม่ได้ชอบบิทคอยเท่าไรนัก แต่พวกเขาก็เห็นถึงศักยภาพของ cryptocurrency โดยอันที่จริงแล้ว ทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีนกำลังซุ่มพัฒนาเหรียญของพวกเขาเองนามว่า RMBCoin ซึ่งถือเป็นโครงการ digital currecny ระดับชาติ โดยหากดูๆแล้ว ทางธนาคารกลางคงจะไม่เปิดให้ทางผู้ใช้งานควบคุม private keys ของพวกเขาเองได้เหมือนกับบิทคอยและเหรียญอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าโครงการที่ว่านี้จะออกมาเป็นจริงในอนาคตได้ RMBCoin นั้นไม่ใช่เหรียญที่ถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบบิทคอยหรือไลท์คอยแต่อย่างใด เนื่องจากโครงการนี้จะถูกดูแลและควบคุมภายใต้ธนาคารกลางแห่งประเทศจีนโดยไม่เปิดช่องให้ทางผู้ใช้งานสามารถควบคุมเหรียญของพวกเขาได้ หรือหากอธิบายแล้ว มันอาจจะใกล้เคียงกับระบบธนาคารทั่วไปที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพียงแต่เป็นดิจิตอลมากโดยหลักๆคือ RMBCoin ที่ว่านี้จะตั้งอยู่บนระบบบล็อกเชนนั่นเอง RMBCoin จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในจีนได้หรือไม่ ข่าวที่ว่านี้ได้ออกมาในช่วงที่แปลกมาก กล่าวคือเป็นช่วงที่ธนาคารกลางแห่งประเทศจีนได้เข้าตรวจสอบเว็บเทรดบิทคอยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และบังคับให้ทางเว็บเทรดปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมากที่ทางรัฐบาลจีนเริ่มหันมาสนใจและพัฒนา cryptocurrency เป็นของตัวเองในช่วงที่พวกเขากำลังหันหลังให้บิทคอย 1/ PBoC...

เวียดนามกำลังเตรียมขึ้นทะเบียน Bitcoin ทำให้ถูกกฏหมาย

เวียดนามกำลังเตรียมเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศที่ใช้ Bitcoin อย่างถูกกฏหมาย โดยจากการเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลแห่งไซก้อนได้ส่งสัญญาณว่าทางเวียดนามกำลังจะทำให้ virtual currencies ถูกกฏหมาย ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงบิทคอย์ด้วย กฏหมายคือตัวขัดขวางความเป็นที่ยอมรับ ทางผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องในเวียดนามได้ชี้แจงว่าการที่ยังไม่มีกฏหมายมารองรับให้เป้นที่แน่ชัดนั้น เป็นสิ่งที่กำลังขโมยโอกาสในการลงทุนของประเทศไป ยิ่งไปกว่านั้น หากย้อนไปดูรัฐบาลประเทศอื่นที่ตื่นกลัวบิทคอยน์ไปอย่างไม่มีเหตุผลเพราะเชื่อมาเชื่อตามๆกันว่าบิทคอยน์และ virtual currencies อื่นคือตัวนำพามาซึ่งอาชญากรรมอย่างการฟอกเงิน, การยักยอก, ผู้ก่อการร้าย, และการหลับหนีภาษี โดยทางผู้มีอำนาจนั้นเชื่อว่าวิธีการที่จะขจัดตัวแปรที่กล่าวมาข้างต้นนั้นสามารถทำได้โดยการยอมรับ และทำให้มันถูกกฏหมายซะ ทางผู้เกี่ยวข้องมั่นใจว่าความสับสนในเรื่อง Blockchain และอาชญากรรมนั้นสืบเนื่องมาจากการที่ virtual currencies ในเวียดนามยังขาดกฏหมายมารองรับ โดยทางรัฐบาลของเวียดนามยังมีทัศนคติทีเป็นบวกต่อ virtual currencies ในแง่ของการลงทุนอีกด้วย อันที่จริงแล้ว ในข้อเสนอทางด้านกฏหมายที่พวกเขากำลังร่างนั้นมีระบุเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับซึ่งประกอบไปด้วยความเร็วในการทำธุรกรรม, ความสะดวก, ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ, และลดอาชญากรรมทางด้านการเงินอาทิเช่นการพิมพ์ธนบัตรปลอม...

ค่าเงินดอลลาร์ร่วงสวนทางบิทคอยหลังทรัมป์ไล่อัยการสูงสุดออกเหตุไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

หลังจากที่นายโดนัลทรัมป์ขึ้นรับตำแหน่งประธนาราธิบดีได้ไม่นานก็ได้เริ่มทำตามนโยบายที่ตัวเองสัญญาไว้ทันที โดยหนึ่งในนั้นคือการแบนผู้ลี้ภัยและพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศสหรัฐเป็นการชั่วคราว ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลให้มีผู้คนในหลายๆแห่งและหลายๆหน่วยงานในหลายประเทศต่างออกมาประนามการกระทำดังกล่าวของนายโดนัล ทรัมป์ ซึ่งแม้แต่พระสันตปาปาฟรานซิสถึงกับต้องออกมากล่าวว่า "โดนัลทรัมป์ไม่ใช่ชาวคริสต์ที่แท้จริง" โดยการออกคำสั่งขั้นสูงสุดหรือ executive order ของนายโดนัล ทรัมป์นั้นมีขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มปรับตัวลดลงโดยอ่อนค่าไปแตะรอบกลางของค่าเงินเยนที่ 113 เยนในการซื้อขายเช้านี้ที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียว การไล่ออกของอัยการขั้นสูงสุดผู้มีนามว่านางเยตส์ นางซัลลี เยตส์ หรือผู้รักษาการอัยการสูงสุดได้ไม่เห็นชอบต่อคำสั่งของนายโดนัล ทรัมป์อีกทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯทำตามคำสั่งของนายทรัมป์ในการแบนพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมซึ่งประกอบด้วย ซีเรีย เยเมน ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน และลิเบียเข้าสหรัฐฯเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 90 วันซึ่งเธอมองว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักกฏหมายและรัฐธรรมนูญ "มันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และไม่ใช่วิถีของอเมริกันชน" กล่าวโดยนางเยตส์...

ตำรวจจีนรวบนักขุดบิทคอยน์ ข้อหาขโมยไฟฟ้าใช้จากโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำมัน

สืบเนื่องมาจากเมือง Daqing ในจีน เมื่อตำรวจทำการจับกุมกลุ่มนักขุดบิทคอยน์แบบคาหนังคาเขา ผู้ซึ่งกำลังขโมยกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำมันเพื่อมาขุดเหรียญบิทคอยน์ ซึ่งทางตำรวจนั้นได้รวบของกลางคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการขุดบิทคอยน์ หลังจากนั้นกลุ่มบิทคอยน์แห่งประเทศจีนได้ปิดปากเงียบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางทีมข่าวจีนนั้นรายงานว่าทางตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ที่ขุดบิทคอยน์อย่างผิดกฏหมายไปแล้ว 12 ครั้ง และยึดเครื่องขุดมาได้มากกว่า 1,000 เครื่องในช่วงแปดเดือนที่ผ่านมา   ศาลได้ตัดสินว่านักขุดบิทคอยน์ผู้นี้มีความผิดข้อหาขโมยไฟฟ้าใช้ โดยรูปด้านบนแสดงให้เห็นว่าตำรวจกำลังนับของกลางอยู่ซึ่งสืบเนื่องมาจากบทความของ Shen Yanru ซึ่งมีผู้แชร์ไปแล้วจำนวนมากในสื่อโซเชียลเนตเวิร์คของจีนในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในขณะที่บางคนก็กำลังตั้งคำถามว่าข่าวนี้มีความจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน เมือง Daqing ในจีนถือเป็นเมืองหลวงแห่งน้ำมัน โดยทางตำรวจได้รับรายงานจากคนงานตรวจโรงงานเมื่อเขาได้ยินเสียงประหลาดจากห้องข้างหลังออฟฟิซ สำนักข่าว Daqing Daily รายงานว่า “คนงานเปิดห้องเข้าไปก็เจอชั้นเหล็กสูงๆที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์บิทคอยน์” หลังจากนั้นคนงานก็ทำการแจ้งตำรวจ โดยตำรวจได้เข้ามาทำการยึดของกลาง และก็กำลังสืบหาต้นตอของเรื่องราวนี้ นาย Yanyu กล่าวว่าเรื่องของการขโมยไฟฟ้าในโรงงานไฟฟ้าเพื่อขุดบิทคอยน์ในครั้งนี้นั้น ไม่ใช่ครั้งแรกในเมืองนี้ เพราะเมื่อวันที่ 29...

BLOOMBERG รายงานว่า BITCOIN ขึ้นทำเนียบค่าเงินแห่งปี 2016

มูลค่าบิทคอยน์นั้นได้เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเงินอื่นๆในปี 2016 นี้ รายงานจาก Bloomberg โดยสืบเนื่องมาจากการที่ค่าเงินหยวนในประเทศจีนอ่อนลง และปัญหาเศรษฐกิจในสรัฐฯและอังกฤษ รวมไปถึงการที่เริ่มมีบริษัทและผู้บริโภคหันมาใช้บิทคอยน์กันมากขึ้น ราคาของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นประมาณ 79% หากนับตั้งแต่เมื่อช่วงเริ่มต้นปี 2016 โดยราคาสูงสุดนั้นพุ่งไปอยู่ที่ 768 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบสองปี กล่าวโดย Bloomberg โดยเปอร์เซนที่เพิ่มขึ้นนั้นถือว่ามากกว่าเงินรูเบิลของรัสเซียและเงินเรียลของบราซิลเสียอีก ผู้บริโภคเริ่มรู้จักกับบิทคอยน์ "ผู้บริโภคนั้นเริ่มที่จะตื่นตัวหันมาใช้บิคอยน์กันแล้ว และถ้าหากผู้คนเหล่านี้เริ่มที่จะเหนื่อยหน่ายกับค่าเงินของตัวเอง อาทิเช่นเงินรูปีของอินเดีย เมื่อนั้นพวกเขาก็จะวิ่งไปซกอ้อมออกของบิทคอยน์แน่นอน" กล่าวโดยนาย Tim Draper นักลงทุนผู้ซึ่งซื้อเก็บบิทคอยน์มานับพันๆเหรียญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bloomberg ได้พูดถีง 5 สาเหตุที่บิทคอยน์นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสาเหตุอย่างแรกคือเกิดมาจากการที่หลายๆประเทศทั่วโลกเริ่มที่จะออกนโยบายจำกัดทางด้านการใช้เงิน อย่างเช่นจีนที่เริ่มจะทำให้การใช้จ่ายเงินซื้อของต่างประเทศเป็นเรื่องที่ยากขึ้นทำให้เศรษฐกิจเริ่มฝืด และเมื่อเป็นเช่นนั้นเอง ผู้คนจึงเริ่มหันมาใช้บิทคอยน์เพราะว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุที่สองคือการที่รัฐบาลในบางประเทศเริ่มที่จะจำกัดวงเงินในการส่งออกนอกประเทศนั้นส่งผลให้ความต้องการในบิทคอยน์สูงยิ่งขึ้น...
- Advertisement -

บทความเก่า

BLOOMBERG รายงานว่า BITCOIN ขึ้นทำเนียบค่าเงินแห่งปี 2016

มูลค่าบิทคอยน์นั้นได้เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเงินอื่นๆในปี 2016 นี้ รายงานจาก Bloomberg โดยสืบเนื่องมาจากการที่ค่าเงินหยวนในประเทศจีนอ่อนลง และปัญหาเศรษฐกิจในสรัฐฯและอังกฤษ รวมไปถึงการที่เริ่มมีบริษัทและผู้บริโภคหันมาใช้บิทคอยน์กันมากขึ้น ราคาของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นประมาณ 79% หากนับตั้งแต่เมื่อช่วงเริ่มต้นปี 2016 โดยราคาสูงสุดนั้นพุ่งไปอยู่ที่ 768 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบสองปี กล่าวโดย Bloomberg โดยเปอร์เซนที่เพิ่มขึ้นนั้นถือว่ามากกว่าเงินรูเบิลของรัสเซียและเงินเรียลของบราซิลเสียอีก ผู้บริโภคเริ่มรู้จักกับบิทคอยน์ "ผู้บริโภคนั้นเริ่มที่จะตื่นตัวหันมาใช้บิคอยน์กันแล้ว และถ้าหากผู้คนเหล่านี้เริ่มที่จะเหนื่อยหน่ายกับค่าเงินของตัวเอง อาทิเช่นเงินรูปีของอินเดีย เมื่อนั้นพวกเขาก็จะวิ่งไปซกอ้อมออกของบิทคอยน์แน่นอน" กล่าวโดยนาย Tim Draper...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า