Home ข่าวสาร

ข่าวสาร

ธนาคารกสิกรไทยจับมือบริษัทฟินเทคจีน IBS ทำระบบบล็อคเชน โอนเงินไทยจีนไม่ต้องแปลงเป็นดอลลาร์

ธนาคารกสิกรไทยซึ่งถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศไทยได้จับมือกับบริษัทฟินเทคสัญชาติจีนมีนามว่า International Business Settlement หรือ IBS เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบ blockchain ที่สามารถทำธุรกรรมเงินบาท-หยวนได้ โดยจากรายงานของ Nikkei ระบบที่ว่านี้จะรองรับการโอนเงินระหว่างบาท-หยวนทั้งในไทยและในจีนโดยที่ไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสกุลเงินดอลลาร์มักจะใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงินในตลาดโลกเเมื่อมีการส่งเงินผ่าน wire transfer (โอนเงินข้ามประเทศผ่านธนาคาร) ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำได้กล่าวไว้ว่า "ทางบริษัท IBS มีเทคโนโลยีและระบบเนทเวิร์คในการที่จะทำให้การโอนเงินข้ามประเทศนั้นง่ายขึ้นและไม่ต้องแปลงผ่านเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ในช่วงเวลาที่เงินหยวนกำลังอยู่ในขาขึ้นแบบตอนนี้" โดยเทคโนโลยีที่ว่าจะถูกออกแบบโดย IBS และสมุดบันทึกการโอนเงินจะถูกเก็บแยกไว้จากสมุดบันทึกของจากทั่วโลก SWIFT ซึ่งถ้าหากเปิดให้ใช้บริการแล้ว ระบบของ IBS จะเป็นที่เชื่อว่าเร็วกว่า ถูกกว่า และลอดภัยกว่า เมื่อเทียบกับระบบ SWIFT...

Ethereum ราคาทรุดหนักอย่างต่อเนื่องถึงจุดต่ำในรอบ 9 เดือน

ราคาของเหรียญ ETH ได้มาถึงจุด่ำในรอบ 9 เดือนในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกและความเครียดให้กับนักซื้อขายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ETH หนึ่งในเหรียญ cryptocurrency ที่ถูกสร้างขึ้นมารับรองระบบ Ethereum ได้ถึงจุดราคาที่ 7 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเหรียญ ซึ่งต่ำสุดตั้งแต่ 1 มีนาคม (อ้างอิงจาก CoinMarketCap) ซึ่งราคาได้ถึงจุดต่ำในเวลาประมาณตีหนึ่ง 44 นาที โดยคงตัวได้อยู่ในช่วงประมาณหนึ่งก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อยที่ 7.01 ดอลลาร์ที่เวลาตีสอง 1 นาที หลังจากนั้นราคาก็มีการปรับตัวตามการซื้อขายขึ้นมาตามลำดับ โดยฟื้นตัวมาอยู่ที่ 7.10 ดอลล่า...

เจ้าของกลุ่ม Bitcoin Thai Club อยากให้คุณเป็นหุ้นส่วนกับชาวนาไทยด้วยเทคโนโลยี Blockchain

ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ติดอันดับท็อปเท็นของโลกที่สามารถผลิตข้าวคุณภาพสูงและส่งออกได้เอง แต่ในขณะเดียวกันหลายๆคนก็คงจะรู้กันดีถึงสภาพการทำงานและผลตอบแทนของชาวนาไทยที่ไม่ค่อยจะคุ้มค่าเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะปัญหาเรื่องนายทุนหรือพ่อค้าคนกลางที่คอยเอารัดเอาเปรียบผู้ปลูกข้าว ซึ่งมาวันนี้ คุณธันวา สงวนสินหรือเจ้าของกลุ่ม Bitcoin Thai Club บนเฟสบุคหรือนักเคลื่อนไหวบุกเบิกทางด้านเทคโนโลยี blockchain แห่งประเทศไทยได้นำพามาซึ่งไอเดียในการสร้าง cryptocurrency ที่ชื่อว่า Hommalicoin ที่หวังว่าจะสามารถช่วยให้วงจรอุบาทว์นี้จบสิ้นไปได้ภายในระยะเวลา 3-4 ปี เป็นหุ้นส่วนกับชาวนา โดยปกติแล้ว การทำเหรียญ cryptocurrency ขึ้นมา 1 เหรียญนั้นจะต้องมีจุดประสงค์และต้องอ้างอิงแหล่งที่มา อย่างเช่นบิทคอยน์ที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อแจ้งเกิดเทคโนโลยี blockchain และต้องการให้ผู้บริโภคหันหลังให้กับธนาคาร Hommalicoin หรือ HMC นั้นแจ้งเกิดบนพื้นฐานไอเดียที่ต้องการจะขจัดนายทุนหรือพ่อค้าคนกลางทิ้งไป ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อข้าวกับชาวนาได้โดยตรง แต่มันมีมากกว่านั้นตรงที่...

BLOOMBERG รายงานว่า BITCOIN ขึ้นทำเนียบค่าเงินแห่งปี 2016

มูลค่าบิทคอยน์นั้นได้เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเงินอื่นๆในปี 2016 นี้ รายงานจาก Bloomberg โดยสืบเนื่องมาจากการที่ค่าเงินหยวนในประเทศจีนอ่อนลง และปัญหาเศรษฐกิจในสรัฐฯและอังกฤษ รวมไปถึงการที่เริ่มมีบริษัทและผู้บริโภคหันมาใช้บิทคอยน์กันมากขึ้น ราคาของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นประมาณ 79% หากนับตั้งแต่เมื่อช่วงเริ่มต้นปี 2016 โดยราคาสูงสุดนั้นพุ่งไปอยู่ที่ 768 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบสองปี กล่าวโดย Bloomberg โดยเปอร์เซนที่เพิ่มขึ้นนั้นถือว่ามากกว่าเงินรูเบิลของรัสเซียและเงินเรียลของบราซิลเสียอีก ผู้บริโภคเริ่มรู้จักกับบิทคอยน์ "ผู้บริโภคนั้นเริ่มที่จะตื่นตัวหันมาใช้บิคอยน์กันแล้ว และถ้าหากผู้คนเหล่านี้เริ่มที่จะเหนื่อยหน่ายกับค่าเงินของตัวเอง อาทิเช่นเงินรูปีของอินเดีย เมื่อนั้นพวกเขาก็จะวิ่งไปซกอ้อมออกของบิทคอยน์แน่นอน" กล่าวโดยนาย Tim Draper นักลงทุนผู้ซึ่งซื้อเก็บบิทคอยน์มานับพันๆเหรียญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bloomberg ได้พูดถีง 5 สาเหตุที่บิทคอยน์นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสาเหตุอย่างแรกคือเกิดมาจากการที่หลายๆประเทศทั่วโลกเริ่มที่จะออกนโยบายจำกัดทางด้านการใช้เงิน อย่างเช่นจีนที่เริ่มจะทำให้การใช้จ่ายเงินซื้อของต่างประเทศเป็นเรื่องที่ยากขึ้นทำให้เศรษฐกิจเริ่มฝืด และเมื่อเป็นเช่นนั้นเอง ผู้คนจึงเริ่มหันมาใช้บิทคอยน์เพราะว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุที่สองคือการที่รัฐบาลในบางประเทศเริ่มที่จะจำกัดวงเงินในการส่งออกนอกประเทศนั้นส่งผลให้ความต้องการในบิทคอยน์สูงยิ่งขึ้น...

ผู้เทรด Bitcoin กำลังตั้งตารอการแยกตัวของอิตาลีจากยูโรโซน

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านบิทคอยน์นั้นรู้ดีว่าความไม่แน่นอนทางกลางเมืองเปรียบเสือนเชื้อเพลิงผลักดันให้ cryptocurrency เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมการโหวตในอิตาลีและชัยชนะแห่งการโหวต “ไม่” นั้นได้ถูกตีตีความและวิเคราะห์ว่าการลาออกของนายกรัฐมนตรีแมททีโอ เร็นซิจะทำให้ราคาของบิทคอยน์พุ่งขึ้นสูงถึง 800 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Italexit บิทคอยน์อาจจะเติบโตมากขึ้นในอนาคต เมื่อนักลงทุนเชื่อว่าการโหวต “ไม่” นั้นคือสัญญาณบ่งชี้ถึงความไม่มีสเถียรภาพภายในด้านการเงินของอิตาลี ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลให้อิตาลีต้องเดินออกจากกลิ่มยูโรโซนตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างอังกฤษก็เป็นได้ (Italexit) ซึ่งข่าว “ร้าย” สำหรับยุโรปข่าวนี้อาจจะเป็นผลดีต่อบิทคอยน์ เหมือนกับคราว Brexit เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ เรามักจะเคยชินกับแนวคิดเรื่องการดิ่งลงเหวของราคาบนหน้าปัดตลาดหุ้นที่มักจะส่งผลตรงกันข้ามกับบิทคอยน์ เพราะ cryptocurrency มักจะถูกมองว่าเป็นทางออกในยามวิกฤติการเงิน อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ราคาของบิทคอยน์กำลังดิ่งลง “บางทีอาจจะเป็นเพราะว่ารัฐบาลของอิตาลี่กำลังประจำตำแหน่งอยู่” นายกุยเซป กริโซริโอ นักกฏหมายชาวอิตาเลี่ยนแห่ง Bitcoin Foundation Puglia อธิบาย เขาได้พูดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของ Italexit...

Quantum Computer จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งจุดจบของบิทคอยหรือไม่

"บิทคอยนั้นได้ตายไปแล้ว!" ดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะถูกทำนายไปแล้วราวๆ 119 ครั้ง หรือแม้แต่ในบางเว็บไซต์ก็ได้มีการออกมานับคำทำนายจากหลายๆฝ่ายว่าบิทคอยได้ตายไปแล้วกี่ครั้ง คำทำนายที่น่าขำเช่นนี้มักจะมาตอนที่ราคาบิทคอยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือเพิ่งจะเด้งขึ้นจากจุดต่ำสุด แต่ทว่าการมาของควอนตัม คอมพิวเตอร์ที่อาจจะเป็นภัยต่อบิทคอยในอนาคตนั้น นาย Andersen Cheng หรือผู้ก่อตั้งร่วมแห่งบริษัท Post Quantum ได้ทำการทำนายออกสื่อว่า "บิทคอยนั้นจะไม่สามารถต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้...บิทคอยจะตายตั้งแต่วันแรกๆที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ถูกนำออกมาใช้งาน" อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการมาถึงของควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นดูเหมือนว่าจะมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยหากอ้างอิงจากนาย Andersen นั้น ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นภัยต่อระบบ cryptography ของบิทคอยโดยความสามารถของมันคือการตรวจสอบ public key ย้อนหลังอย่างง่ายดาย ซึ่งจะส่งผลให้การอนุมานหา private key ของแอดเดรสของกระเป๋าบิทคอยสามารถทำได้ง่าย ควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นกำลังอยู่ในระหว่างช่วงวิจัยและพัฒนา และถูกให้เงินสนับสนุนนับพันล้านดอลลาร์โดยทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเมื่อไม่นานมานี้...

ค่าธรรมเนียมของ BITCOIN เพิ่มคิดถึง 1,013% หากเทียบในมุมของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

ค่าธรรมเนียมของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นมา 557% คือจาก 14 เป็น 78 satoshi (หน่วยย่อยของบิทคอยน์) ซึ่งหากคิดเทียบในมุมมองของเงินดอลลาร์แล้วจะคิดเป็นราวๆ 1,013% เพียงแค่ภายใน 1 ปี วิจัยโดยนาย Jameson Lopp วิศวกรแห่ง Bitgo หากแต่จำนวนที่เพิ่มขึ้นมานั้นมีค่าเทียบเท่าแค่เกือบ 8 บาทต่อการโอนบิทคอยน์่ต่อ 400 ไบท์ ในขณะที่เวลาพีคไทม์ (เวลาที่คนโอนกันเยอะ) ค่าธรรมเนียมจะพุ่งขึ้นสูงถึง 10-18 บาทหรือมากกว่านั้น โดยการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมเริ่มมีมาให้เห็นตั้งแต่ต้นปี 2016 อันเนื่องมาจากการขนาดการโอนที่น้อยลง โดยสาเหตุนี้ยังส่งผลกระทบให้ระยะเวลาในการคอนเฟร์มการส่งนานกว่าเดิมถึงเท่าตัวในช่วงเดือนนี้...

ราคา BITCOIN วิ่งทะลุผ่านแนวต้านที่ 800 ดอลลาร์แล้ว

ในขณะนี้ราคาของบิทคอยได้พุ่งผ่านแนวต้านของราคาที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 28,800 บาทต่อ 1 บิทคอย นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2014 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในรอบ 34 เดือน โดยราคาของเจ้า cryptocurrency ตัวนี้ได้พุ่งไปแตะเพดานที่ 800.46 ดอลลาร์ ตามรายงานของ Coindesk USD Bitcoin Price Index (BPI) ในขณะที่รายงานข่าวอยู่นี้ ราคาได้วิ่งกลับลงไปใต้เพดานของ 800 ดอลลาร์เพื่อปรับตัว โดยในขณะนี้มีเทรดเดอร์จำนวนมากตั้งตารอคอยการเคลื่อนไหวของราคาในปีหน้า

ตลาดบิทคอยไทยราคาพุ่งทะลุ 34,000 บาทใน 3 วัน เทรดเดอร์ไทยกำไรเฉลี่ยวันละหมื่น

ตลาดบิทคอยไทยหรือในนาม Bx ที่หลายๆคนรู้จักกันดีในนามกระดานแลกเปลี่ยนซื้อขายบิทคอยแห่งประเทศไทยได้มีการซื้อขายกันจนราคาพุ่งทะลุ 34,000 บาทต่อ 1 บิทคอยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขึ้นมาจากราคาประมาณ 29,800 บาทเมื่อ 3 วันที่แล้ว จากราคาตลาดโลกสู่ตลาดไทย ไม่เป็นที่น่าแปลกใจแม้แต่น้อยสำหรับการทำกำไรจากการซื้อขายบิทคอยในช่วงนี้ เนื่องจากราคาที่พุ่งขึ้นในตลาดโลกอันส่งผลมาจากปัจจัยหลายๆปัจจัยที่เป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนราคา หลายๆคนอาจจะรู้กันดีว่าบุคลิกของบิทคอยที่เมื่อพูดถึง ก็ให้คิดถึงค่าเงินที่เป็นศัตรูกับรัฐบาลนั้นมักจะเปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนดูสถานภาพการเงินของโลก กล่าวคือถ้าเศรษฐกิจโลกดีราคาบิทคอยก็ตก แต่ถ้าหากรัฐบาลล้มเหลวในการบริหารการเงินหรือเศรษฐกิจของประเทศตัวเองนั้น ราคาบิทคอยก็จะขึ้น สำหรับตลาดซื้อขายบิทคอยในไทยปัจจุบันมีโวลลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 450-500 บิทคอยต่อวัน หรือคิดเป็นราวๆ 14-16 ล้านบาทต่อวัน และคิดเป็น 0.000048 เปอร์เซนของโวลลุ่มซื้อขายต่อวันของตลาดโลก น้ำขึ้นให้รีบตัก สืบเนื่องมาจากข้อมูลบทสนทนาของผู้เทรดในเว็บ Bx.in.thนั้น นักเทรดบางคนได้อ้างว่าพวกเขาสามารถทำกำไรกันได้ประมาณ 10,000-50,000 บาทภายในช่วงเวลาที่บิทคอยเป็นขาขึ้นแบบตั้งชันเมื่อภายในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ โดยถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานหรือ...

ราคาบิทคอยตกถึงจุดต่ำสุดในรอบเดือนท่ามกลางข่าวจากธนาคารแห่งประเทศจีน

ราคาของบิทคอยกำลังตกลงมาแบบหาก้นเหวไม่เจอโดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่เมื่อตอนประมาณ 4 โมงของเมื่อวาน โดยถือเป็นจุดต่ำสุดหากนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม ราคาของบิทคอยวิ่งตกไปที่ 752.11 ดอลลาร์โดยต่ำกว่าจุดต่ำสุดที่เคยรายงานข่าวไว้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจาก CoinDesk Bitcoin Price Index (BPI) โดยตัวเลขนั้นได้แสดงถึงการตกลงมาถึง 42% จากจุดสูงสุดของตลาดที่ 1153.02 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมา ในส่วนของวันนี้ เราได้เห็นราคาตกลงมาต่ำกว่า 800 ดอลลาร์เป้นครั้งแรกตั้งแต่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยตอนนี้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 768.05 ดอลลาร์ และข้อมูลจาก BPI...
- Advertisement -BX.in.th Bitcoin Exchange Thailand

บทความเก่า

เหตุผลหลักๆที่รายได้ขั้นพื้นฐานฯควรจะถูกจ่ายเป็นบิทคอย

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นความสนใจทางด้านการจัดสรรรายได้รายได้ขั้นพื้นฐานสากล (รายได้ที่รัฐนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนทุกคนในประเทศ) ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวคิดที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือสิ่งที่น่าหวือหวาอะไรมากนัก แต่มันเคยมีขึ้นมาแล้วเรื่องราวๆต้นศตวรรษที่ 16 โดยนาย Thomas More ในหนังสือที่ชื่อว่า Utopia กว่าหลายศตวรรษมาแล้วที่รัฐบาลรอบโลกกำลังมองหาความเป็นไปได้ในการจ่ายรายได้ขั้นพื้นฐานสากลที่ว่่านี้ เพื่อทำการปกป้องชนชั้นแรงงานที่กำลังถูกคุกคามจากนายจ้างในตลาดแรงงานอุตสาหกรรม โดยการทดลองที่กำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆต่างก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังต้องมองหาวิธีการที่ได้ผลมากกว่านี้เพื่อบรรเทาภัยของโลกาภิวัตน์ การทดลองที่มีขึ้นทั่วโลก มีเมืองบางเมืองในประเทศเนเธอร์แลนกำลังจ่ายเงินเดือนให้กับกลุ่มทดลองภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่ ในประเทศอิตาลีมีเมืองที่ชื่อว่า Livorno ที่เริ่มทำการจ่ายเงินเดือน 500 ยูโรให้กับครอบครัวที่ยากจนที่สุด 100 ครอบครัว ส่วนในเมือง Ontario ในประเทศแคนาดารวมไปถึงเมือง...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า