Home ข่าวสาร

ข่าวสาร

ประเทศอิตาลีสั่งระงับทุกกิจกรรมของ OneCoin เนื่องจากถูกตัดสินว่าเป็นธุรกิจขายตรง

หน่วยงาน Autorità Garante della Concorrenza e del Mercato หรือผู้มีอำนาจในการตรวจตราธุรกิจที่ไม่ชอบธรรมในอิตาลีได้ประกาศบังคับให้บริษัท One Network Services Ltd., หรือบริษัทที่เป็นผู้รับผิดชอบในการโฆษณาชวนเชื่อการลงทุนใน OneCoin ในอิตาลี่เมื่อไม่นานมานี้ โดยพวกเขากำลังเริ่มทำการสืบสวนกับบริษัทที่ว่านี้เพราะเนื่องจากการโปรโมทและโฆษณาคอร์สการเรียนของ OneCoin ที่พวกเขาโฆษณาอ้างว่าการซื้อโปรแกรมหรือคอร์สการเรียนรู้ของพวกเขา "สามารถที่จะให้ผู้นำไปเรียนรู้สามารถที่จะเข้าถึงแก่นของการลงทุนและทำกำไรกลับมาได้ ตัวอย่างเช่นคำโฆษณาที่บอกว่าลงทุนด้วยเงิน 140 ยูโรจะสามารถให้ผลตอบแทนถึง 2800 ยูโรในสองปี" ทีมผู้สืบสวนนั้นนำร่องโดย Commissione Nazionale per le Società e la...

ประเทศฟิลิปปินส์ออกกฏหมายควบคุมผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอย

ธนาคารกลางแห่งประเทศฟิลิปปินส์ได้ออกกฏหมายและแนวทางใหม่เกี่ยวกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยมันมีชื่อว่า "แนวทางสำหรับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน Virtual Currency (VC)" โดยธนาคารกลางแห่งฟิลิปปินส์หรือ Bangko Sentral ng Pilippinas (BSP) ได้พยายามออกกฏหมายเพื่อควบคุมบริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยเมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้กล่าวว่าบริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน virtual currency นั้นก็ไม่ต่างจากบริษัทผู้ให้บริการส่งเงินเลย โดยร่างที่มีนามว่า BSP Circular No.944 นั้นได้ถูกบังคับใช้ออกมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังจากที่คณะกรรมการการเงินแห่งประเทศได้ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยเล็งเพื่อควบคุมผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยร่างที่ว่านี้ได้ถูกอนุมัติก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยภายในกฏหมายที่ว่านี้ ทาง BSP ได้มอง virtual currency ว่าจะเป็นสิ่งที่จะมาปฏิวัติระบบการใช้จ่ายและการโอนเงินในประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับที่สามในโลกในเรื่องของการรับเงินโอนที่มากที่สุด โดยอ้างอิงจากการคาดเดาว่ามีเม็ดเงินราวๆ...

ธนาคารกลางฮังการีเตือนประชาชนให้ระวังความเสี่ยงจากการใช้บิทคอยและเหรียญอื่นๆ

ธนาคารแห่งประเทศฮังการี (MNB) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนที่กำลังลงทุนในคริปโตเคอเรนซีเช่นบิทคอยให้ระวังถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากราคาที่กำลังเพิ่มขึ้นซึ่งอาจดึงดูดให้คนที่อยากรวยทางลัดกระโดดเข้าไปในตลาดแบบหลับหูหลับตา โดยทางธนาคารกล่าวว่า "ผู้ให้บริการเทรด cryptocurrency ที่ว่านี้มักจามาในรูปแบบของเวบไซต์ที่มักจะมาพร้อมกับคำชวนเชื่อว่าลงทุนน้อยแต่ผลตอบแทนสูง โดยเจาะกลุ่มผู้ที่ไม่เคยมีความรู้ทางด้านนี้มาก่อนเพื่อให้มาลงทุน" จากรายงานข่าวจากเมื่อวานนี้ โดยทางธนาคารยังเตือนผู้ใช้งานอีกว่าบิทคอยไม่ได้ถูกจดทะเบียนอย่างถูกกฏหมาย โดยการแจ้งเตือนที่ว่านี้มีขึ้นหลังจากที่ทางรัฐบาลอ้างว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้งานบิทคอยที่ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว การแจ้งเตือนของทางรัฐบาลฮังการียังได้กล่าวอีกว่าหากคุณเทรดเสีย จะไม่มีตัวป้องกันอะไรเลยที่คุณจะสามารถนำเงินกลับคืนมาได้ พวกเขากล่าวว่า "สำหรับบิทคอยและเครื่องมือที่สำหรับใช้จ่ายหรือส่งบิทคอยที่ว่านี้ การขาดความน่าเชื่อถือและการรับประกันอาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหายกับผู้ใช้ได้" พวกเขายังตักเตือนผู้ใช้งานอีกว่ามันไม่มีหน่วยงานไหนมารองรับการใช้จ่ายหรือชดใช้เงินคืนในกรณีสูญหาย ยิ่งไปกว่านั้นยังกล่าวเตือนถึงราคาที่ผันผวนในช่วงเดือนที่ผ่านมาอีกด้วย จากนั้นก็มีการหยิบยกเอา OneCoin มาพูดโดยบอกว่าเจ้าสิ่งนี้คือตัวหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจลูกโซ่เชิญชวนให้ประชาชนเอาเงินมาลงทุน แต่ตอนหลังก็เชิดเงินหนีไป คล้ายๆกับตลาดหุ้นแบบปิด การเตือนของธนาคารกลางของฮังการีนั้นค่อนข้างที่จะคล้ายคลึงกับคำเตือนจากทางรัฐบาลของประเทศอื่นๆเช่นเคนย่าและเวียดนาม โดยทางธนาคารกลางแห่งเคนยาได้เตือนประชาชนเกี่ยวกับบิทคอย และธุรกิจลูกโซ่ที่ถูกกำจัดในเวียดนามก็ถูกหยิบมาเตือนพร้อมๆกับการห้ามใช้บิทคอยโดยรัฐบาลด้วย ภาพประกอบจาก bbj

Paul Krugman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลแสดงจุดยืนด้านลบต่อบิทคอย

นายพอล ครักแมน หรือนักเศรษฐศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักกันดีคนหนึ่งซึ่งขณะนี้ทำงานที่มหาวิทยาลัยแห่งนิวยอร์คเป็นศาสตราจารย์สอนเศรษฐศาสตร์นั้น ได้ถูกวิจารณ์ในกลุ่มผู้ใช้งานบิทคอย, ผู้เชี่ยวชาญ, นักวิเคราะห์ และนักข่าวอย่างหนักในเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการกล่าวว่าบิทคอยแบบไม่มีหลักฐานมารองรับ นายพอลผู้ที่แสดงจุดยืนด้านลบต่อบิทคอยไม่ยอมรับแนวคิดของเหรียญที่ว่านี้ อีกทั้งยังสาปแช่งแนวคิดของการมีหน่วยเงินที่อยู่นอกการควบคุมของรัฐบาลและธนาคารกลาง รวมถึงการวิจารณ์การสื่อโซเชียลถึงการไม่ยอมรับฟังคำพูดของเขา เขากล่าวว่า "อุ๊ปส์! เกือบลืมไอ้ Mulvaney หรือไอ้เอ๋อบิทคอย มันชมบิทคอยว่าเป็นสกุลเงินที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยรัฐบาลไหนๆเลย" ซึ่งเป็นที่น่าสนใจมากเมื่อนายพอลทำการทวีทข้อความดังกล่าวท่ามกลางการพุ่งขึ้นของราคาบิทคอยเมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันที่นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลวิจารณ์บิทคอยแต่เจ้าเหรียญที่ว่านี้กำลังพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา รวมถึงมูลค่าตลาดที่สูงทำสถิติรอบใหม่ ความไม่เข้าใจบวกกับอีโก้ เมื่อปี 2011 นายพอลได้ทำการเตือนชาวอเมริกันถึงการล่มของเศรษฐกิจในสหรัฐฯ เขากล่าวว่า "เจ้าเอเลียนนอกโลกตัวนั้น" ต้องใช้พลังเวทมนต์เพื่อช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของพวกเรากลับมาให้ได้ สิ่งสำคัญสิ่งนึ่งที่นายพอลล้มเหลวที่จะทำความเข้าใจคือการกำเนิดใหม่ของบริษัทฟินเทค และบริษัทเกี่ยวกับบิทคอยหลายๆบริษัทที่มาแบบก้าวกระโดดและกำลังมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินอีกหลายๆแห่ง รวมไปถึงช่วงหนึ่งที่มีนักเศรษฐศาสตร์เก่าแก่อย่างเช่นนายพอลที่พยายามพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาตามตำราที่ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้จริงในโลกปัจจุบันได้ ซึ่งช่วงนั้นถือเป็นช่วงที่บิทคอยและบริษัทฟินเทคหน้าใหม่กำลังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และพยายามพัฒนาค้นคว้าเทคโนโลยีในยุคใหม่เพื่อให้ผู้คนสามารถใช้บริการทางด้านการเงินที่น่าพึ่งพาได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าบิทคอยไม่ถูกนำมาเสนอในช่วงที่ประเทศอินเดียกำลังประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและผู้คนถูกจำกัดการถอนเงินแค่ 5,400 บาทต่อวันนั้น พวกเขาคงไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้แน่ กระนั้น...

ธนาคารกลางกัมพูชาเริ่มพัฒนาระบบบล็อกเชนสำหรับการจ่ายเงิน

ธนาคารแห่งประเทศกัมพูชากำลังเริ่มต้นวางแผนและติดตั้งระบบบล็อกเชนสำหรับระบบการจ่ายเงินสำหรับประชาชน โดยมีหุ้นส่วนเป็นบริษัท Soramitsu จากญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่รู้จักกันดีในการทำโครงการ Hyperledger กับ Linux Foundation ทางธนาคารกลางและบริษัท Soramitsu นั้นได้ตกลงกันที่จะศึกษาและแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันโดยใช้ระบบ open source ที่มีชื่อว่า Hyperledger Iroha หรือโครงการบล็อกเชนที่ถูกคิดค้นโดยบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น โดยระบบ Iroha ที่ว่านี้มีความสามารถในการสร้าง reusable component ใรภาษา C++ ซึ่งทำให้นักพัฒนาเว็บ, แอพมือถือและซอฟแวร์สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ Hyperledger ดังกล่าวนี้ สืบเนื่องมาจากการที่ธนาคารแห่งกัมพูชานั้นกำลังมองหาระบบการจ่ายเงินแบบใหม่ โดยอ้างอิงจากสำนักข่าว Nikkei นั้น ได้มีการคอนเฟิร์มว่าเป้าหมายของโครงการดังกล่าวถูกตั้งขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนชาวกัมพูชาสามารถโอนเงินหาสู่กันได้ปลอดภัยกว่า...

ผู้เชี่ยวชาญเผยประเทศไทยเริ่มปรับตัวใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนเร็วขึ้น วิ่งไล่ตามสิงคโปร์และฮ่องกง

นายอเล๊กซ์ แทปสก็อต CEO แห่ง Blockchain และ Northwest Passage Ventures ได้พยายามโน้มน้าวให้บริษัทและทางภาครัฐในประเทศไทยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อรองรับผู้ใช้งานอินเทอร์เนตหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ ที่การประชุม "Blockchain Revolution" ที่จัดขึ้นโดย Total Access Communication Bangkok นั้น นายอเล๊กซ์ได้เน้นย้ำถึงประสิทธืภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจการเงินทั่วๆไปได้ ซึ่งสามารถที่จะช่วยธนาคารหรือสถาบันการเงินประหยัดเงินได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ เขาได้กล่าวว่า "มีตั้งหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ถ้าลองเปรียบกับสมัยก่อนตอนที่อินเทอร์เนตมาใหม่ๆที่ตอนนั้นเราทำได้แค่ใช้มันเพื่อเก็บข้อมูล, ค้นหาข้อมูล และแบ่งปันข้อมูล" ประเทศไทยจะเป็นผู้นำทางด้านอุตสหากรรมบล็อกเชนพร้อมๆกับสิงคโปร์และฮ่องกง โดยอ้างอิงจากธุรกิจภาคเอกชนที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยที่มีอยู่รอบๆผู้ใช้งานอินเทอร์เนตและผู้บริโภคนั้น นายอเล๊กซ์ได้กล่าวถึงใจความสำคัญอีกว่าถ้าหากพวกเขามีงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญที่เพียงพอสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ว่านั้น ประเทศไทยสามารถที่จะกลายเป็นผู้นำทางด้านบล็อกเชนระดับโลกแบบสิงคโปร์, ฮ่องกง, เบอร์ลินและจีนได้ หนุ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่นายอเล๊กซ์ลืมพูดถึงไปก็คือเรื่องเกี่ยวกับการที่ตอนนี้มีจำนวนธนาคารในประเทศไทยจำนวนมากที่ให้ความสนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน และการก่อตั้งของสมาคมดิจิทัลเคอเรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนแห่งประเทศไทย มีธนาคารใหญ่ๆหลายธนาคารรวมถึงทางหน่วยงานภาครัฐที่ตอนนี้เริ่มมีการศึกษาเกี่ยวกับผลดีของเทคโนโลยีบล็อกเชนแล้ว...

ราคาบิทคอยหลุดแนวรับ 900 ดอลลาร์ เทรดเดอร์แย่งกันเทขายท่ามกลางข่าวจากจีน

ราคาของลิทคอยเริ่มตกลงมาถึง 11% แล้วตั้งแต่เมื่อวาน โดยในขณะนี้ตลาดเริ่มที่ผันผวนอย่างรุนแรงเนื่องจากผู้คนเริ่มตกใจและแย่งกันขาย การเคลื่อนไหวล่าสุดของราคาเมื่อต้นสัปดาห์ทำให้เราได้เห็นถึงจุด ATH ใหม่กว่า ก่อนที่จะร่วงลงมาถึง 200 ดอลาร์ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะค่อยๆปรับตัวขึ้นมา โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของบิทคอยอยู่ที่ราวๆ 889 ดอลลาร์ในตลาดทั่วโลก โดยอ้างอิงจาก CoinDesk Bitcoin Price Index (BPI) โดยข่าวในจีนนั้นมีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศจีนหรือ PBoC รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศจีนได้ออกมาเตือนทางเว็บที่ให้บริการเทรดต่างๆในจีนว่าให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจจะถูกปรับได้ โดยตัวแทนจาก BTCC, OkCoin และ Huobi ได้ทำการพบปะหารือและพูดคุยกับทางหน่วยงานรัฐบาลเมื่อต้นสัปดาห์นี้มาแล้ว โดยราคาบนตลาด BTC-CNY นั้นได้ลงต่ำมาถึง 9% จากจุดสูงสุดในรอบวัน และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ...

เว็บให้แลกเปลี่ยนบิทคอย OKCoin ได้ออกกฏเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟอกเงิน

เว็บ OKCoin หรือหนึ่งในเว็บเทรดบิ๊ก 3 ในประเทศจีนได้ทำการออกกฏเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อ AML (Anti Money Laundering) หรือการป้องกันการฟอกเงิน โดยการประกาศดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ต้องการสอดคล้องกับกฏหมายของรัฐบาล โดยการประกาศดังกล่าวนี้ได้ถูกโพสในทั้งเว็บเวอชันจีนและเวอชันต่างประเทศ โดยสถานการณ์ของเว็บในขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการถอนบิทคอยและไลท์คอยออกจากเว็บไซต์ เนื่องจากการกดดันจากทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีน โดยเนื้อหาของการประกาศดังกล่าวมีใจความคร่าวๆว่า "เมื่อกล่าวถึงมุมมองของกฏหมายการป้องกันการฟอกเงินและการควบคุมความเสี่ยงแล้วนั้น เราได้ทำการสรุปแนวทางทางด้านกฏหมายแบบเข้าใจง่ายมาให้อ่านแล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประสบการณ์ในการเทรดของคุณเป็นไปได้อย่างดีและปลอดภัย และแน่นอนมันจะไม่กระทบเงินและการเทรดของคุณอย่างแน่นอน" มากไปกว่านั้น ทางโอเคคอยยังได้กล่าวกับลูกค้าของพวกเขาว่าแอคเคาท์ของพวกเขาจะได้รับปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่เทรดและมีเงินในบัญชีไปแล้วมากกว่า 10,000 ดอลลาร์สำหรับลูกค้านอกประเทศ ในขณะที่ลูกค้าในประเทศจีนนั้นไม่มีการเผยแพร่จำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด สำหรับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษที่ทางโอเคคอยระบุนั้นได้รวมถึงการยืนยันตัวตนผ่านระบบวีดีโอคอลด้วย 'สำหรับการยืนยันตัวตนระดับสองนั้น คุณจะต้องใช้สำเนาพาสปอร์ต, สำเนาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่, และเอกสารยืนยันที่อยู่ (เช่นสเตตเม้นของธนาคาร, ใบแจ้งค่าไฟ) ที่ออกให้โดยไม่ต่ำกว่า 3 เดือน' อ้างอิงจากประกาศบนหน้าเว็บของโอเคคอย โดยทางลูกค้านั้นจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ก่อนเริ่มวีดีโอคอล 'การยืนยันตัวตนด้วยวีดีโอนั้นจะต้องการอุปกรณ์ที่มีกล้องและสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนต (เช่นโทรศัพท์มือถือ,...

นักขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอล่าถูกขู่บังคับให้จ่ายใต้โต๊ะมิฉะนั้นจะถูกจับ

กลุ่มนักขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลากำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก พวกเขากำลังเริ่มเกรงกลัวกับสิ่งที่พวกเขาทำเนื่องจากทางตำรวจและรัฐบาลกำลังหาทางปราบปรามอย่างจริงจัง โดยในขณะเดียวกัน ถ้าหากตำรวจเข้ามาเคาะประตูบ้านพวกเขานั้น พวกเขามีสองทางเลือกคือ อย่างแรกจ่ายใต้โต๊ะให้ตำรวจ และอย่างที่สองคือยอมจำนน ผู้คนในประเทศได้ค้นพบถึงความมหัศจรรย์ของบิทคอยมาได้สักพักหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะผู้คนที่กำลังอดอยากและยากจน หากจะกล่าวแบบง่ายๆก็คือประชาชนในประเทศเวเนซุเอาลาในขณะนี้กำลังพยายามเอาชีวิตรอดในสถานการณ์บ้านเมืองที่ล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาลนั่นเอง มีรายงานออกมาหลายๆฉบับในช่วงเมื่อสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา โดยระบุเกี่ยวกับรายละเอียดของตลาดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลา และการใช้งานบิทคอยของประชาชนในประเทศเพื่อสั่งซื้ออาหารและสิ่งของอำนวยความสะดวกและยาต่างๆจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ในขณะที่ประเทศเวเนซุเอลากำลังประสบปัญหาเงินเฟ้อนั้น ทางรัฐบาลดูเหมือนว่าจะหันมาใส่ใจปราบปรามเรื่องประชาชนใช้งานบิทคอยมากกว่าเสียอีก ทางรัฐบาลของประเทศเวนเนซุเอลากำลังทำการปราบปรามกวาดล้างธุรกิจในประเทศที่เกี่ยวข้องกับเหรียญคริปโตในทุกๆกรณีรวมไปถึงนักขุดด้วยเช่นกัน โดยเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยในประเทศอย่าง SurBitcoin ได้ถูกบังคับให้หยุดให้บริการชั่วขณะหลังจากที่นาย Banco Banesco ทำการอายุดบัญชีธนาคารของบริษัท อีกทั้งทางฝ่ายปราบปรามของทางตำรวจก็เพิ่งจะทำการจับกุมนักขุดบิทคอยและทำการยึดอุปกรณ์การขุดของพวกเขาเช่นกัน สาเหตุหลักๆที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นเพราะความไม่ลงตัวของกฏหมายและผลประโยชน์ของทางรัฐบาล โดยทางนักขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลานั้นสามารถที่จะขุดบิทคอยได้โดยมีต้นทุนเรื่องค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าประเทศอื่นและสามารถทำเงินจากการขุดได้อย่างมหาศาล โดยทางรัฐบาลกลัวว่าทรัพยากรไฟฟ้าจะถูกนำไปใช้ในทางที่มิชอบ ในขณะเดียวกัน การขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลานั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฏหมายหากอ้างอิงจากบัญญัติกฏหมายของประเทศ จ่ายใต้โต๊ะเพื่อเอาตัวรอด มีสำนักข่าวบางแหล่งได้ตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับการที่นุกขุดบิทคอยบางรายถูกข่มขู่ให้จ่ายใต้โต๊ะ โดยมีมูลค่าถึง 1,000 ดอลลาร์ต่อจำนวนเครื่องขุดที่ยึดมาได้ โดยการขุดบิทคอยส่วนใหญ่นั้นจำเป็นต้องใช้เครื่องขุดราวๆ 100 ตัวเพื่อที่จะให้ได้ประสิทธิภาพ...

ศาลตัดสินผิดเว็บเทรดบิทคอย COIN.MX ข้อหาอาชญากรรมด้านการเงิน

เว็บเทรดบิทคอยแห่งหนึ่งนามว่า Coin.mx ที่ถูกปิดตัวไปก่อนหน้านี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดบนศาลของรัฐบาลกลางในสหรัฐอเมริกา โดยสืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ที่นาย Anthony Murgio ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกเงินเมื่อปีที่แล้ว โดยคดีนี้ได้ถูกนำมาเชื่อมโยงกับคดีการแฮคบริศัทการเงินใหญ่ๆในสหรัฐฯอาทิเช่น JPMorgan Chase อีกด้วย นาย Anthony ยอมรับสารภาพหลังที่มีการสืบสวนค้นพบหลักฐานในการเปิดให้บริการโอนเงินโดยผิดกฏหมาย โดยยืนยันข้อมูลจากรอยเตอร์ ซึ่งเขาจะเข้ารับโทษในเดือนมิถุนายนที่จะถึงน้ ทนายของนาย Anthony นามว่า Brian Klein ได้กล่าวว่า "ในการยอมรับผิดในข้อกล่าวหานี้ นาย Anthony จะเป็นผู้รับผิดชอบในทุกๆการกระทำที่เขาทำลงไป วันนี้เขาจะได้เริ่มทำทุกสิ่งที่มันเคยผิดในอดีตให้กลับมาถูกอีกครั้ง โดยเราจะพยายามที่จะให้ท่านผู้พิพากษาได้รู้ถึงข้อดีของนาย Anthony" บริษัท Coin.mx ถูกก่อตั้งขึ้นในเมืองฟลอริดา โดยทางอัยการได้สั่งตัดสินให้มีความผิดข้อหาฟอกเงินและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแฮค JPMorgan
- Advertisement -

บทความเก่า

Dash ราคาขึ้นมาถึง 45 ดอลลาร์ คำถามคือเกิดอะไรขึ้นกับมัน

บางคนก็เรียกมันว่าพวกหลอกลวง ส่วนคนอื่นๆก็เรียกมันว่านวัตกรรมสุดล้ำแห่งค่าเงินดิจิตอล แต่กระนั้น ราคาของแดชก็ได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ โดยราคาของเจ้าเหรียญที่ว่านี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขึ้นไปแตะเพดานที่ 60 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ อ้างอิงจาก CoinMarketCap.com การที่ราคาเพิ่มขึ้นถึง 40% ภายในแค่ 1 วันส่งผลให้กลุ่มผู้เฝ้าตลาด, นักเทรด และนักวิจารณ์ต่างก็โพสลงโซเชี่ยลของตัวเองอย่างบ้าคลั่งถึงการขึ้นของราคาในครั้งนี้ สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่นั้น เหรียญแดชคือ cryptocurrency ที่แต่ก่อนเป็นที่รู้จักกันดีในนาม darkcoin ก่อนที่จะถูกรีแบรนด์เป็น Dash โดยก่อนหน้านี้มีทั้งผู้ให้การสนับสนุนและวิจารณ์มานานหลายปีหลังจากที่เปิดตัวไป ในช่วงระหว่างนั้น...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า