Home ข่าวสาร

ข่าวสาร

ราคาบิทคอยวิ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์เมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา

ราคาของบิทคอยได้พุ่งขึ้นแบบเกินควมคาดหมาย โดยสูงทะลุ 1000 ดอลลาร์ โดยราคาในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ถือว่ายังห่างกับราคาเมื่อต้นปี 2013 อยู่ค่อนข้างพอสมควร (1023 ดอลลาร์) แต่อย่างไรก็ตาม ปีนี้ถือเป็นปีทองของบิทคอยอย่างแท้จริง โดยมีมูลค่าที่เพิ่มมากกว่า 100% จากเมื่อปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ราคาได้พุ่งขึ้นมาที่ 999 ดอลลาร์ก่อนที่จะวิ่งกลับลงไปที่ 960 ดอลลาร์ โดยถือเป็นรูปแบบที่มีการคาดการณ์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ราคาอ่อนแรงก่อนสักหนึ่งรอบก่อนที่จะทยานอีกครั้ง โดยการกระโดดขึ้นของราคาเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่โวลลุ่มในการเทรดนั้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าปี 2017 ปีนี้จะถือเป็นปีที่ราคาของบิทคอยสามารถวิ่งแซงจุดสูงสุดของราคาบิทคอยตั้งแต่เริ่มต้นมา ที่ราคา 1216.7 ดอลลาร์เมื่อปี 2013

เว็บไซต์การเงินที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมันขึ้นรายชื่อบิทคอยเป็นค่าเงินหลัก

เว็บสัญชาติเยอรมันนามว่า Finanzen.net หรือเว็บที่ให้บริการทางด้านข่าวสารทางด้านการเงินในเยอรมันได้ลิสบิทคอยขึ้นบนกระดานค่าเงินหลักท่ามกลางเงินดอลลาร์, เงินเยน และเงินหยวน โดยกระดานดังกล่าวนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกระดานค่าเงิน "ที่สำคัญ" บนเว็บไซต์ โดยลิสที่ว่านี้ประกอบไปด้วยค่าเงินทั้งหมด 7 ค่าเงินที่ Finanzen.net ได้ประกันว่าเป็นค่าเงินขั้นพื้นฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ โดยการนำบิทคอยขึ้นไปบนเว็บไซต์อาจกล่าวได้ว่าทางเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ได้มองบิทคอยเป็นอีกหนึ่งสกุลเงินหลักของโลกไปแล้วก็ได้

รัฐบาลรัสเซียกำลังศึกษาเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อนำมาพัฒนาระบบการใช้จ่ายในประเทศ

สมัชชาแห่งรัฐ Duma, กระทรวงการคลังและรัฐบาลกลางแห่งรัสเซียกำลังเตรียมตัวหารือในการเริ่มร่างกฏหมายการเงินในประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะพัฒนาระบบการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยมีข้อกฏหมายข้อหนึ่งในแบบร่างที่ระบุถึงแผนการในการติดตั้งและทดสอบเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อทำการสร้างระบบบันทึกการช้ายจ่ายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ โดยกล่าวคือ รัฐบาลรัสเซียกำลังพยายามที่จะศึกษาวางแผนเพื่อใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการทำระบบการใช้จ่ายภายในประเทศ สื่อรัสเซียนามว่า PlusWorld ได้รายงานว่า "โดยมีโอกาสในการขยายเพื่อหวังผลการบันทึกการใช้จ่ายในระยะสั้นภายใต้ผู้ใช้งาน และความพยายามในการติดตั้งเพื่อใช้งานตัวช่วยบันทึกเพียงหนึ่งตัว (คาดว่าน่าจะเป็นเทคโนโลยีบล็อกเชน)" ข้อดีและข้อเสียของการใช้บล็อกเชน ข้อดีหลักๆในการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นระบบใช้จ่ายในประเทศที่มีให้เห็นก็คือการเก็บข้อมูลในระบบที่ปลอดภัยและไม่สามารถถูกแฮคออกไปได้ ตามที่เคยได้กล่าวไปหลายรอบแล้ว ว่าธรรมชาติของบล็อกเชนนั้นสามารถทำให้มีการส่งผ่านไฟล์ไปหาทุกๆคนที่อยู่ปลายทางในระบบได้ อีกทั้งยังสามารถที่จะตรวจสอบหาผู้คนรวมถึงยืนยันตัวตนอีกด้วย อีกทั้งระบบการกระจายของบล็อกเชนยังสามารถที่จะป้องกันนักแฮคได้ เนื่องจากการจะโจมตีข้อมูลนั้นจะต้องโจมตีระบบปลายทางที่เก็บข้อมูลพร้อมๆกัน การโจมตีแค่ที่ใดที่หนึ่งไม่สามารถที่จะโค่นระบบทั้งระบบลงได้ อีกทั้งความพยายามในการที่จะปรับเปลี่ยนข้อมูลในระบบก็ไม่สามารถทำได้อีกด้วย ปัญหาและความขัดแย้ง เหมือนๆกับระบบการเงินที่ผ่านๆมา รัฐย่อมต้องการที่จะเป็นเจ้าของและควบคุม โดยพวกเขาอาจจะสร้างระบบยืนยันตัวตันขึ้นมาเพื่อที่จะสามารถควบคุมและตรวจจับทุกๆคนได้ อย่างไรก็ตาม มันเป็นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างระบบแบบนั้นแล้วพยายามที่จะหาทางควบคุมมัน เพราะธรรมชาติของบล็อกเชนนั้นไม่สามารถมีใครมาควบคุมมันได้ หรือหากจะพูดง่ายๆคือ มันไม่สามารถที่จะถูกนำมารวมเป็นศูนย์กลางได้นั่นเอง

ราคาบิทคอยพุ่งทะลุ 900 ดอลลาร์มุ่งสู่จุดสูงสุดในรอบสามปี

ราคาบิทคอยในตลาดโลกได้วิ่งทะลุ 900 ดอลลาร์หรือราวๆ 32,000 บาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยราคานั้นพุ่งไปแตะเพดานที่ 920 ดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะปรับฐานลงมาอยู่ที่ 915 ดอลลาร์ โดยหากอ้างอิงจาก CoinDesk USD Bitcoin Price Index (BPI) นั้น ราคาบิทคอยไม่เคยพุ่งผ่าน 900 ดอลลาร์มานานแล้วตั้งแต่ช่วงราวๆกลางเดือนมกราคมปี 2014 การเติบโตของราคาบิทคอยได้จุดปะทุให้สื่อหลายๆสำนักต้องหยุดและหันมาเขียนข่าวเกี่ยวกับบิทคอย โดยเหตุการณ์นี้หากมามองดูดีๆแล้วมันเกิดขึ้นหลังจากการที่อังกฤษขอโหวตตัวเองออกจากยูโรโซน และการชนะเลือกตั้งของประฐานาธิบดีคนใหม่แห่งสหรัฐอเมริกา นายโดนัล ทรัมป์

ตำรวจจีนรวบนักขุดบิทคอยน์ ข้อหาขโมยไฟฟ้าใช้จากโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำมัน

สืบเนื่องมาจากเมือง Daqing ในจีน เมื่อตำรวจทำการจับกุมกลุ่มนักขุดบิทคอยน์แบบคาหนังคาเขา ผู้ซึ่งกำลังขโมยกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำมันเพื่อมาขุดเหรียญบิทคอยน์ ซึ่งทางตำรวจนั้นได้รวบของกลางคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการขุดบิทคอยน์ หลังจากนั้นกลุ่มบิทคอยน์แห่งประเทศจีนได้ปิดปากเงียบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางทีมข่าวจีนนั้นรายงานว่าทางตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ที่ขุดบิทคอยน์อย่างผิดกฏหมายไปแล้ว 12 ครั้ง และยึดเครื่องขุดมาได้มากกว่า 1,000 เครื่องในช่วงแปดเดือนที่ผ่านมา   ศาลได้ตัดสินว่านักขุดบิทคอยน์ผู้นี้มีความผิดข้อหาขโมยไฟฟ้าใช้ โดยรูปด้านบนแสดงให้เห็นว่าตำรวจกำลังนับของกลางอยู่ซึ่งสืบเนื่องมาจากบทความของ Shen Yanru ซึ่งมีผู้แชร์ไปแล้วจำนวนมากในสื่อโซเชียลเนตเวิร์คของจีนในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในขณะที่บางคนก็กำลังตั้งคำถามว่าข่าวนี้มีความจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน เมือง Daqing ในจีนถือเป็นเมืองหลวงแห่งน้ำมัน โดยทางตำรวจได้รับรายงานจากคนงานตรวจโรงงานเมื่อเขาได้ยินเสียงประหลาดจากห้องข้างหลังออฟฟิซ สำนักข่าว Daqing Daily รายงานว่า “คนงานเปิดห้องเข้าไปก็เจอชั้นเหล็กสูงๆที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์บิทคอยน์” หลังจากนั้นคนงานก็ทำการแจ้งตำรวจ โดยตำรวจได้เข้ามาทำการยึดของกลาง และก็กำลังสืบหาต้นตอของเรื่องราวนี้ นาย Yanyu กล่าวว่าเรื่องของการขโมยไฟฟ้าในโรงงานไฟฟ้าเพื่อขุดบิทคอยน์ในครั้งนี้นั้น ไม่ใช่ครั้งแรกในเมืองนี้ เพราะเมื่อวันที่ 29...

Microsoft เตรียมเพิ่มหน่วยเงินบิทคอยเข้าไปในโปรแกรม Excel

บริษัทไมโครซอฟท์ที่เราๆรู้จักกันดีได้ประกาศว่าจะทำการเพิ่มหน่วบเงินบิทคอยเข้าไปในโปรแกรม Microsoft Excel 2017 ที่จะออกมาในปีนี้ โดยผู้ใช้งานสามารถที่จะใช้ระบบดังกล่าวในการคำนวนระบบค่าเงินบิทคอยได้ นาย Martin Butler หรือ AE ของบริษัท Microsoft ได้กล่าวว่า "ในปีนี้ โปรแกรม Excel จะสามารถซัพพอร์ทหน่วยเงินบิทคอยได้ โดยผู้ใช้งานสามารถที่จะคำนวน หรือวิเคราะห์หน่วยเงินบนโปรแกรมเป็นบิทคอย โดยโปรแกรมเวอชันใหม่นี้จะออกมาบนแพลตฟอร์ม Windows 10, Android, Mac OS และ iOS รวมทั้ง Excel แบบเวอร์ชันมือถืออีกด้วย" บริษัท Atlanta Digital...

BLOOMBERG รายงานว่า BITCOIN ขึ้นทำเนียบค่าเงินแห่งปี 2016

มูลค่าบิทคอยน์นั้นได้เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเงินอื่นๆในปี 2016 นี้ รายงานจาก Bloomberg โดยสืบเนื่องมาจากการที่ค่าเงินหยวนในประเทศจีนอ่อนลง และปัญหาเศรษฐกิจในสรัฐฯและอังกฤษ รวมไปถึงการที่เริ่มมีบริษัทและผู้บริโภคหันมาใช้บิทคอยน์กันมากขึ้น ราคาของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นประมาณ 79% หากนับตั้งแต่เมื่อช่วงเริ่มต้นปี 2016 โดยราคาสูงสุดนั้นพุ่งไปอยู่ที่ 768 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบสองปี กล่าวโดย Bloomberg โดยเปอร์เซนที่เพิ่มขึ้นนั้นถือว่ามากกว่าเงินรูเบิลของรัสเซียและเงินเรียลของบราซิลเสียอีก ผู้บริโภคเริ่มรู้จักกับบิทคอยน์ "ผู้บริโภคนั้นเริ่มที่จะตื่นตัวหันมาใช้บิคอยน์กันแล้ว และถ้าหากผู้คนเหล่านี้เริ่มที่จะเหนื่อยหน่ายกับค่าเงินของตัวเอง อาทิเช่นเงินรูปีของอินเดีย เมื่อนั้นพวกเขาก็จะวิ่งไปซกอ้อมออกของบิทคอยน์แน่นอน" กล่าวโดยนาย Tim Draper นักลงทุนผู้ซึ่งซื้อเก็บบิทคอยน์มานับพันๆเหรียญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bloomberg ได้พูดถีง 5 สาเหตุที่บิทคอยน์นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสาเหตุอย่างแรกคือเกิดมาจากการที่หลายๆประเทศทั่วโลกเริ่มที่จะออกนโยบายจำกัดทางด้านการใช้เงิน อย่างเช่นจีนที่เริ่มจะทำให้การใช้จ่ายเงินซื้อของต่างประเทศเป็นเรื่องที่ยากขึ้นทำให้เศรษฐกิจเริ่มฝืด และเมื่อเป็นเช่นนั้นเอง ผู้คนจึงเริ่มหันมาใช้บิทคอยน์เพราะว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ สาเหตุที่สองคือการที่รัฐบาลในบางประเทศเริ่มที่จะจำกัดวงเงินในการส่งออกนอกประเทศนั้นส่งผลให้ความต้องการในบิทคอยน์สูงยิ่งขึ้น...

ราคาบิทคอยพุ่ง 7% ภายใน 24 ชั่วโมง มูลค่าซื้อขายตลาดโลกอาจสูงถึง 1 พันล้านต่อวัน

รายงานจาก CoinMarketCap บอกว่าบิทคอยราคาพุ่งสูงถึง 7.34 เปอร์เซน ณ เวลาที่รายข่าวอยู่นี้ และทำให้มูลค่าตลาดโลกพุ่งเป็น 13,934,740,671 ดอลลาร์หรือราวๆห้าแสนล้านบาท ณ ที่อัตราการซื้อขายราคา 867.83 ดอลลาร์ และมีโวลลุ่มการซื้อขายต่อวันอยู่ที่ 198.4 ล้านดอลลาร์ นี่หมายความว่าบิทคอยถูกนำเข้ามาเทรดในตลาดมากขึ้นโดยมีมูลค่าถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน และมูลค่าตลาดน่าจะพุ่งขึ้นสูงถึง 1 หมืื่นสี่พันล้านดอลลาร์ภายในวันนี้ ถ้าหากเหตุการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเริ่มขึ้นระหว่างเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมจนถึงวันนี้ ที่ทำให้มูลค่าตลาดพุ่งขึ้นจาก 12.86 หมื่นล้าน เป็น 13.85 พันล้านในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้...

ผู้เทรด Bitcoin กำลังตั้งตารอการแยกตัวของอิตาลีจากยูโรโซน

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านบิทคอยน์นั้นรู้ดีว่าความไม่แน่นอนทางกลางเมืองเปรียบเสือนเชื้อเพลิงผลักดันให้ cryptocurrency เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมการโหวตในอิตาลีและชัยชนะแห่งการโหวต “ไม่” นั้นได้ถูกตีตีความและวิเคราะห์ว่าการลาออกของนายกรัฐมนตรีแมททีโอ เร็นซิจะทำให้ราคาของบิทคอยน์พุ่งขึ้นสูงถึง 800 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Italexit บิทคอยน์อาจจะเติบโตมากขึ้นในอนาคต เมื่อนักลงทุนเชื่อว่าการโหวต “ไม่” นั้นคือสัญญาณบ่งชี้ถึงความไม่มีสเถียรภาพภายในด้านการเงินของอิตาลี ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลให้อิตาลีต้องเดินออกจากกลิ่มยูโรโซนตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างอังกฤษก็เป็นได้ (Italexit) ซึ่งข่าว “ร้าย” สำหรับยุโรปข่าวนี้อาจจะเป็นผลดีต่อบิทคอยน์ เหมือนกับคราว Brexit เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ เรามักจะเคยชินกับแนวคิดเรื่องการดิ่งลงเหวของราคาบนหน้าปัดตลาดหุ้นที่มักจะส่งผลตรงกันข้ามกับบิทคอยน์ เพราะ cryptocurrency มักจะถูกมองว่าเป็นทางออกในยามวิกฤติการเงิน อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ราคาของบิทคอยน์กำลังดิ่งลง “บางทีอาจจะเป็นเพราะว่ารัฐบาลของอิตาลี่กำลังประจำตำแหน่งอยู่” นายกุยเซป กริโซริโอ นักกฏหมายชาวอิตาเลี่ยนแห่ง Bitcoin Foundation Puglia อธิบาย เขาได้พูดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของ Italexit...

โวลลุ่มของ Ethereum คลาสสิคร่วง 99%

โวลลุ่มของเหรียญ ETC หรือ Ethereum นั้นได้ร่วงลงมามากกว่า 99% ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยเหรียญตัวนี้ถือเป็นเหรียญตัวสำคัญที่ช่วยขับเดิน blockchain ของเหรียญ Ethereum ที่แยกตัวไปอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเหรียญคลาสสิคได้แจ้งเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโดยมีผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ระบุออกมานั้นดูเหมือนว่าจะทำให้หลายๆคนต้องผิดหวัง ข้อมูลของ CoinMarketCap เปิดเผยให้เห็นโวลลุ่มการซื้อขายภายใน 24 ชั่วโมงของเหรียญ ETC โดยร่วงลงมาต่ำกว่า 600,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้วในวันนี้ โดยต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของ 1% ของช่วงที่เหรียญมีโวลลุ่มมากที่สุด (155 ล้านดอลลาร์) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โวลลุ่มการซื้อขายไม่ได้แสดงถึงสาเหตุของเหรียญ...
- Advertisement -

บทความเก่า

ธนาคารกลางแห่งยุโรปเริ่มเดินเข้าหาเทคโนโลยี Blockchain ในขณะที่ธนาคารแห่งอังกฤษลังเล

เมื่อเศรษฐกิจหรือ GDP ของอังกฤษส่วนใหญ่กว่า 30% ต้องพึ่งพาเมืองหลวงของตัวเอง ในตอนนี้เป็นเวลาที่ธนาคารแห่งอังกฤษต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทางด้านการเงินเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ แต่ในช่วงการประชุมที่ผ่านมาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยเป็นการประชุมที่เรียกว่า “Bitcoin and Beyond: เวิร์คชอปในหัวข้อ Cyptocurrencies โดย Alan Turing” ได้แสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งอังกฤษกำลังลังเลที่จะหันหน้าเข้าหา cryptocurrency อย่างเต็มตัว โดยได้สรุปออกมากว่า “ขอรอให้ Brexit จบก่อน” อันที่จริงแล้ว นี่อาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไรนัก เมื่อธนาคารแห่งอังกฤษกำลังปล่อยให้ผู้ที่ทำงานในลอนดอนกว่า...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า