Home ข่าวสาร

ข่าวสาร

ธนาคารกลางฮังการีเตือนประชาชนให้ระวังความเสี่ยงจากการใช้บิทคอยและเหรียญอื่นๆ

ธนาคารแห่งประเทศฮังการี (MNB) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนที่กำลังลงทุนในคริปโตเคอเรนซีเช่นบิทคอยให้ระวังถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากราคาที่กำลังเพิ่มขึ้นซึ่งอาจดึงดูดให้คนที่อยากรวยทางลัดกระโดดเข้าไปในตลาดแบบหลับหูหลับตา โดยทางธนาคารกล่าวว่า "ผู้ให้บริการเทรด cryptocurrency ที่ว่านี้มักจามาในรูปแบบของเวบไซต์ที่มักจะมาพร้อมกับคำชวนเชื่อว่าลงทุนน้อยแต่ผลตอบแทนสูง โดยเจาะกลุ่มผู้ที่ไม่เคยมีความรู้ทางด้านนี้มาก่อนเพื่อให้มาลงทุน" จากรายงานข่าวจากเมื่อวานนี้ โดยทางธนาคารยังเตือนผู้ใช้งานอีกว่าบิทคอยไม่ได้ถูกจดทะเบียนอย่างถูกกฏหมาย โดยการแจ้งเตือนที่ว่านี้มีขึ้นหลังจากที่ทางรัฐบาลอ้างว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้งานบิทคอยที่ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าว การแจ้งเตือนของทางรัฐบาลฮังการียังได้กล่าวอีกว่าหากคุณเทรดเสีย จะไม่มีตัวป้องกันอะไรเลยที่คุณจะสามารถนำเงินกลับคืนมาได้ พวกเขากล่าวว่า "สำหรับบิทคอยและเครื่องมือที่สำหรับใช้จ่ายหรือส่งบิทคอยที่ว่านี้ การขาดความน่าเชื่อถือและการรับประกันอาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหายกับผู้ใช้ได้" พวกเขายังตักเตือนผู้ใช้งานอีกว่ามันไม่มีหน่วยงานไหนมารองรับการใช้จ่ายหรือชดใช้เงินคืนในกรณีสูญหาย ยิ่งไปกว่านั้นยังกล่าวเตือนถึงราคาที่ผันผวนในช่วงเดือนที่ผ่านมาอีกด้วย จากนั้นก็มีการหยิบยกเอา OneCoin มาพูดโดยบอกว่าเจ้าสิ่งนี้คือตัวหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจลูกโซ่เชิญชวนให้ประชาชนเอาเงินมาลงทุน แต่ตอนหลังก็เชิดเงินหนีไป คล้ายๆกับตลาดหุ้นแบบปิด การเตือนของธนาคารกลางของฮังการีนั้นค่อนข้างที่จะคล้ายคลึงกับคำเตือนจากทางรัฐบาลของประเทศอื่นๆเช่นเคนย่าและเวียดนาม โดยทางธนาคารกลางแห่งเคนยาได้เตือนประชาชนเกี่ยวกับบิทคอย และธุรกิจลูกโซ่ที่ถูกกำจัดในเวียดนามก็ถูกหยิบมาเตือนพร้อมๆกับการห้ามใช้บิทคอยโดยรัฐบาลด้วย ภาพประกอบจาก bbj

เว็บเทรดบิทคอยในจีนต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนอธิบายถึงที่มาของเงินที่นำมาลงทุน

เว็บเทรดใหญ่ๆในจีนๆเริ่มที่จะต้องการให้ผู้ใช้งานบ่งบอกถึงรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของแหล่งเงินทุนที่พวกเขานำมาเทรด ผู้ใช้งานรายหนึ่งในเว็บ Huobi หรือหนึ่งในเว็บผู้ให้บริการเทรดบิทคอยที่ถูกจับตาจ้องมองจากทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีนเนื่องจากนโยบายทางด้านสิทธิผู้บริโภคที่อ่อนด้อยของพวกเขารวมไปถึงในเรื่องของการป้องกันการฟอกเงินด้วย จึงทำให้พวกเขาต้องหันมาบังคับลูกค้าที่เข้าใช้งานในเว็บของพวกเขาอธิบายถึงที่มาของแหล่งเงินทุน, เอกสารยืนยันจากธนาคารที่มาในการโอนเงินเข้าเว็บ Huobi และเขียนเรียงความอธิบายแบบยาวว่าทำไมถึงโอนเงินเข้ามา อย่างเช่น ถ้าหากตาหมานต้องการจะซื้อบิทคอยเป็นราคา 10,000 ดอลลาร์จาก Huobi นั้น ตาหมานจาต้องทำการโอนเงินจากบัญชีธนาคารของเขาไปสู่บัญชีธนาคารของ Huobi ลองอธิบายให้เห็นชัดเจนว่าตาหมานจะทำการโอนเงิน 10,000 ดอลลาร์จากธนาคารจีน HSBC เมื่อการโอนเงินเสร็จเรียบร้อยและ Huobi ได้รับเงินจาก HSBC แล้วนั้น ตาหมานจะต้องทำตามกฏที่เว็บ Huobi ระบุไว้ก็คือจะต้องอธิบายว่าเขาหาเงิน 10,000 ดอลลาร์นั้นมาได้จากที่ไหน, ทำการโอนแบบไหน และตาหมานจะเอาบิทคอยไปทำอะไร เป็นต้น ลิสของข้อบังคับ CNLedger หรือผู้รายงานข่าวบิทคอยในประเทศจีนผ่านทางทวิตเตอร์ได้ทำการแปลข้อมูลที่ได้มาจากผู้ใช้งานบนเว็บ...

ความนิยมของ LocalBitcoins ที่สูงขึ้นในจีนทำให้ผู้คนเริ่มกลัวการกลับมาของธนาคารกลางอีกครั้ง

ความกังวลเริ่มเข้าปกคลุมกลุ่มผู้ใช้บิทคอยในประเทศจีนเมื่อทางธนาคารแห่งประเทศจีนหรือ PBoC อาจจะมีแผนการจัดการเว็บให้บริการเทรดบิทคอยแบบ P2P ทั่วโลกในนาม LocalBitcoins หลังจากการสั่งหยุดให้บริการถอนของเว็บเทรดใหญ่ๆในจีนจนส่งผลให้ผู้คนแห่ไปหาเว็บ LocalBitcoins เมื่อเว็บ Huobi และ OkCoin ประกาศหยุดให้บริการถอนเป็นเวลา 1 เดือนโดยสืบเนื่องมาจากการเข้าควบคุมของ PBoC นั้น ส่งผลให้นักลงทุนในเหรียญบิทคอยต้องหนีไปหาตัวเลือกใหม่ๆ อย่างเช่นเว็บแลกเปลี่ยนแบบ P2P หรือบุคคลต่อบุคคล ซึ่งนั่นส่งผลให้โวลลุ่มในการเทรดบนเว็บดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นเป้นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในตอนนี้พนักงานของ LocalBitcoins ได้เข้าไปโพสในเว็บ Reddit (หรือเว็บบอร์ดที่คล้ายๆกับ Pantip บ้านเรา) เพื่อกล่าวถึงภัยคุกคามที่อาจมาจากทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีน และทำการตัดสินใจพร้อมๆกับเว็บเทรดพันธมัตรอย่าง...

เว็บเทรดบิทคอยในจีนเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม โวลลุ่มในตลาดญี่ปุ่นพุ่งสูงถึง 8,900%

สาเหตุที่บิทคอยได้รับความนิยมมากในหมู่นักเทรดสายใช้บอทและ algorithm ที่อยู่ข้างนอกจีนนั้นเป็นเพราะว่าการซื้อขายบิทคอยที่ไม่มีค่าธรรมเนียมในตลาดจีน แต่จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจากที่ทางผู้ให้บริการเว็บเทรด BTCC, Huobi และ OkCoin ต่างก็ออกมาประกาศว่าจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมในการเทรด 0.2% ต่อการซื้อและขาย โดยมีผลสืบเนื่องมาจากการสืบสวนสอบสวนการทุจริตของทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีนต่อเว็บผู้ให้บริการเทรดดังกล่าวนี้ โดยหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตลาดบิทคอยในจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเพราะว่าการเทรดที่ไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งแตกต่างจากตลาดในสหรัฐฯที่มีข้อบังคับเรื่องกฏหมายมากมาย ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลให้โวลลุ่มในการเทรดของตลาดจีนมีสูง และความต้องการในการเทรดในตลาดจีนก็มีสูงขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาของบิทคอยพุ่งขึ้นสูงถึง ATH เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนว่าจะไปเตะตาของทางรัฐบาลจีนเข้าให้ โดยการพุ่งของราคาก็มีตัวแปรของการอ่อนค่าของเงินหยวนที่ตกลงไปถึง 6.6% เข้ามาเสริมด้วย เมื่อทางธนาคารแห่งประเทศจีนเริ่มออกชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อเข้าไปตรวจสอบการทุจริตที่ Huobi, OkCoin และ BTCC นั้น หลายๆฝ่ายก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าบางทีทางรัฐบาลอาจจะพยายามควบคุมไม่ให้เม็ดเงินในประเทศไหลออกนอกประเทศเพื่อปกป้องค่าเงินหยวนที่กำลังอ่อนค่าลงก็ได้ โดยรวมแล้ว ผลจากการประกาศของทางเว็บเทรดทั้งสามไม่ได้มีผลต่อราคามากนัก ฟองสบู่มีเกิดขึ้นและแตกดับไปเรื่อยๆถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ดูเหมือนล่าสุดจะไปเกิดที่ญี่ปุ่น โดยจากการรายงานข่าวของ...

ราคาบิทคอยพุ่งอย่างต่อเนื่อง หลังจากการตัดสินใจอนุมัติกองทุนบิทคอย ETF เริ่มใกล้เข้ามา

ราคาบิทคอยเพิ่มขึ้นราวๆ 150 ดอลลาร์ภายในเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจาก 985 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนไปถึงจุดสูงสุดของเดือนกุมภาพันธ์ที่ราคา 1,123 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอย การตกของเงินหยวนอาจกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุของการขึ้นของราคาในเมื่อภายใน 4 วันที่ผ่านมาแต่ราคาของตลาดตะวันตกที่พุ่งขึ้นแรงกว่าตลาดในจีนนั้นมีสาเหตุมาจากการที่บิทคอย ETF นั้นเริ่มใกล้เข้ามาทุกขณะ ตลาดของบิทคอยที่ผ่านมานั้นมักจะมีผลตามการตัดสินใจของธนาคารกลางแห่งประเทศจีน แต่ในขณะนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อกองทุน ETF นั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ ถ้าหากมันถูกอนุมัติเมื่อไร มันจะกลายเป็นที่แรกของโลกที่ทำแบบนี้ โดยกองทุนบิทคอยนั้นจะแตกต่างจากกองทุนชนิดอื่นคือมันไม่ได้ถูกนำมาผูกติดกับอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นทองหรือหุ้น โดยอ้างอิงจากนาย Kevin Lu หรือนักวิเคราะห์เฮ็ดจ์ฟัน โดยเขาได้กล่าวว่าสิ่งนี้จะทำให้นักลงทุนเพิ่มเม็ดเงินเข้าไปในพอทของพวกเขาเพื่อกระจายความเสี่ยง แต่คำถามที่ตามมาคือ ETF นั้นจะได้รับการอนุมัติในท้ายสุดหรือไม่...

รัฐบาลอังกฤษอนุญาตให้ภาคเอกชนสามารถออกหน่วยเงินที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนได้

ผู้มีอำนาจในการปฏิบัติทางการเงินหรือหน่วยงานที่มีชื่อว่า FCA ในอังกฤษที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลโดยตรงได้ให้อนุญาตบริษัทสตาร์ทอัพนามว่า Tramonex หรือสถาบันทางด้านการเงินอิเล็คทรอนิคขนาดเล็ก (Electronic Money Institution หรือ EMI) โดยเป็นผลให้ประเทศอังกฤษสามารถใช้ค่าเงินที่มีเทคโนโลยีบล็อกเชนหนุนหลังได้อย่างถูกกฏหมาย การให้อนุญาติบริษัท Tramonex นั้นถือเป็นรายแรกของบริษัททางด้านบล็อกเชนในอังกฤษที่ได้รับอนุญาตทางด้าน EMI จาก FCA การได้รับอนุญาตทางด้าน EMI บอกได้ถึงอะไร ในปี 2011 ทาง FCA ได้ออกกฏหมายทางด้านธุรกรรมการเงินผ่านอิเล็คทรอนิคเพื่อให้ทางภาคสถาบันทางการเงินสามารถเปิดให้บริการทางด้านการโอนเงินและการใช้จ่ายออนไลน์ได้ โดยการที่จะได้รับรองจากทาง FCA นั้น ทางบริษัทจะต้องมีสิ่งต้องการขั้นพื้นฐานที่ทาง FCA กำหนดไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงทางด้านกฏหมาย และทางด้านความปลอดภัยที่บริษัทควรจะต้องมีเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการข้างต้นที่ระบุไว้ เมื่อได้รับอนุญาตทางด้าน EMI...

ปากีสถานเดินรอยตามอินเดีย ยกเลิกใช้ธนบัตร 5000 รูปี โวลลุ่มเทรดบิทคอยพุ่ง

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ วุฒิสภาแห่งปากีสถานมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกใช้ธนบัตรใบละ 5000 รูปีซึ่งถือเป็นหน่วยที่สูงที่สุด ในขณะเดียวกันโวลลุ่มการเทรดของบิทคอยพุ่งขึ้นเกือบ 400% การเลียนแบบสงครามการเงิน สำนักข่าวหลายๆสำนักรายงานว่าปากีสถานกำลังพยายามที่จะลดจำนวนอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินสดลง และนั่นก็คือการพยายามลอกเลียนแบบอินเดียที่เพิ่งประกาศยกเลิกธนบัตรรูปีเช่นเดียวกันในเมื่อเดือนที่ผ่านมา รอยเตอร์รายงานว่าทางวุฒิสภาของปากีสถานมีคิดว่าการที่มีหน่วยธนาบัตรที่เล็กลงนั้น "จะทำให้การใช้จ่ายผ่านบัญชีธนาคารมีมากขึ้น และช่วยลดจำนวนของธุรกิจสีเทาลงไปได้" สิ่งที่น่าขำคือการที่ประเทศอินเดียเพิ่งจะออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่ต้องออกมาประกาศยกเลิกการใช้ธนบัตรบางชนิดออกไปนั้นก็เพื่อกำจัดธนบัตรปลอมที่อินเดียอ้างว่ามีต้นกำเนิดมาจากปากีสถาน โดยอินเดียยังรายงานเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ที่เริ่มมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายบางกลุ่มทำการยักยอกนำเงินปลอมออกมาจาก Kashmir ทางวุฒสภากล่าวว่าการกำจัดธนบัตรของปากีสถานอาจจะแตกต่างจากของอินเดีย กล่าวคืออินเดียใช้ระยะเวลาในระดับวัน แต่ของปากีสถานอาจจะใช้เป็นปีถึงจะกำจัดออกหมด บริษัทฟินเทคในปากีสถานกำลังรอแจ้งเกิด ถึงอย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นชนวนที่ทำให้ความสนใจทางด้านธุรกิจแลกเปลี่ยนบิทคอยปะทุขึ้นแต่ก็คงจะไม่เหมือนในอินเดีย การเติบโตของบิทคอยในปากีสถานในขณะนี้อาจจะยังไม่เป็นที่น่าจับตามองมากนัก บริษัทให้แลกเปลี่ยนบิทคอยในปากีสถานนามว่า Urdubit เพิ่งจะเข้าร่วมการสมนาเพื่อมุ่งหวังที่จะหาผู้ร่วมทำธุรกิจที่มีความสนใจในเทคโนโลยีนี้ "ถึงแม้ศักยภาพของเราจะมีมาก แต่บริษัท SME ในปากีสถานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ทันโลกเท่าไรนัก" รายงานจากการสัมนาเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้จัดงานสัมนา Ali Sarfraz ได้กล่าวเพิ่มว่า "ถึงแม้ปากีสถานจะมาช้าในเรื่องนี้ แต่ e-commerce จะเป็นอะไรที่บูมมาก และบริษัทผู้แข่งขันทางด้าน e-commerce ก็จะก็จะเริ่มมีมามากขึ้นเรื่อยๆในประเทศนี้" ปากีสถานถือเป็นประเทศล่าสุดที่เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามการจัดการอาชญากรรมทางการเงินในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีอินเดีย,...

Ethereum ราคาทรุดหนักอย่างต่อเนื่องถึงจุดต่ำในรอบ 9 เดือน

ราคาของเหรียญ ETH ได้มาถึงจุด่ำในรอบ 9 เดือนในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกและความเครียดให้กับนักซื้อขายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ETH หนึ่งในเหรียญ cryptocurrency ที่ถูกสร้างขึ้นมารับรองระบบ Ethereum ได้ถึงจุดราคาที่ 7 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเหรียญ ซึ่งต่ำสุดตั้งแต่ 1 มีนาคม (อ้างอิงจาก CoinMarketCap) ซึ่งราคาได้ถึงจุดต่ำในเวลาประมาณตีหนึ่ง 44 นาที โดยคงตัวได้อยู่ในช่วงประมาณหนึ่งก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อยที่ 7.01 ดอลลาร์ที่เวลาตีสอง 1 นาที หลังจากนั้นราคาก็มีการปรับตัวตามการซื้อขายขึ้นมาตามลำดับ โดยฟื้นตัวมาอยู่ที่ 7.10 ดอลล่า...

เว็บไซต์การเงินที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมันขึ้นรายชื่อบิทคอยเป็นค่าเงินหลัก

เว็บสัญชาติเยอรมันนามว่า Finanzen.net หรือเว็บที่ให้บริการทางด้านข่าวสารทางด้านการเงินในเยอรมันได้ลิสบิทคอยขึ้นบนกระดานค่าเงินหลักท่ามกลางเงินดอลลาร์, เงินเยน และเงินหยวน โดยกระดานดังกล่าวนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกระดานค่าเงิน "ที่สำคัญ" บนเว็บไซต์ โดยลิสที่ว่านี้ประกอบไปด้วยค่าเงินทั้งหมด 7 ค่าเงินที่ Finanzen.net ได้ประกันว่าเป็นค่าเงินขั้นพื้นฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ โดยการนำบิทคอยขึ้นไปบนเว็บไซต์อาจกล่าวได้ว่าทางเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ได้มองบิทคอยเป็นอีกหนึ่งสกุลเงินหลักของโลกไปแล้วก็ได้

เกาหลีใต้จะเปิดตัวเหรียญ cryptocurrency ใหม่ BOScoin กุมภาพันธ์ปีหน้า

บริษัทสายฟินเทคสัญญชาติเกาหลีใต้นามว่า BlockChain OS เตรียมเปิดตัว cryptocurrency ตัวใหม่ที่ชื่อว่า BOScoin ซึ่งทางเจ้าของเคลมว่าเป็นเหรียญที่ทำขึ้นมาได้ดีกว่าเหรียญสุดฮิตอย่างบิทคอยน์และอีเธอเรียม ตามรายงานข่าวของ Pulse News บอกว่าเหรียญที่ว่านี้จะใช้เทคโนโลยี blockchain เหมือนๆกับ cryptocurrency ตัวอื่นๆ แต่ความแตกต่างของมันคือมันสามารถที่จะใช้ส่งหากันได้เร็วกว่า ซึ่งความเร็วของมันพอๆกับการใช้จ่ายโดยบัตรเครดิต กล่าวคือเร็วขนาด 1000 รายจ่ายต่อวินาที โดยทางเจ้าของยังใจดีเปิดเผยอีกว่าหลังจากเปิดตัวเหรียญตัวนี้ออกไปแล้ว เขาจะทำให้มันเป็น open-source เพื่อที่ให้คนอื่นๆสามารถคัดลอกไปใช้งานหรือศึกษาได้ด้วย (อ่างอิงจากแหล่งข่าว DataNet) ในขณะนี้เรายังไม่รู้ข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับเหรียญตัวนี้มากนัก แต่ที่คอนเฟิร์มแล้วคือเหรียญ BOScoin จะถูกสนับสนุนโดยเอนจินแบบใหม่ที่มีชื่อว่า “interference engine” (แปลจากภาษาเกาหลี)...
- Advertisement -

บทความเก่า

เจ้าของเว็บ TROIDER ล่ารายชื่อเรียกร้อง NASA ขอส่ง BITCOIN ไปดาวอังคาร

นาย Roman Koshlyak อดีตวิศวกรด้านซอฟต์แวร์ของ Facebook และ CEO ของ Troider ได้ทำการทดลองระบบประกาศข่าวและเปิดให้ผู้คนมาลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้ NASA สร้างกระเป๋าเหรียญบิทคอยบนยานอวกาศ Curiosity และ Opportunity และนำเอาไปปล่อยบนดาวอังคาร "ยาน Curiosity เป็นยานขนาดรถเก๋ง 1 คันมีรูปร่างเป็นหุ่นยนต์โดยมีหน้าที่ในการตรวจสภาพพื้นผิวบนดาวอังคารแถวๆ Gale Crater บนภารกิจที่มีชื่อว่า NASA’s...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า