เว็บไซต์การเงินที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมันขึ้นรายชื่อบิทคอยเป็นค่าเงินหลัก

เว็บสัญชาติเยอรมันนามว่า Finanzen.net หรือเว็บที่ให้บริการทางด้านข่าวสารทางด้านการเงินในเยอรมันได้ลิสบิทคอยขึ้นบนกระดานค่าเงินหลักท่ามกลางเงินดอลลาร์, เงินเยน และเงินหยวน โดยกระดานดังกล่าวนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกระดานค่าเงิน "ที่สำคัญ" บนเว็บไซต์ โดยลิสที่ว่านี้ประกอบไปด้วยค่าเงินทั้งหมด 7 ค่าเงินที่ Finanzen.net ได้ประกันว่าเป็นค่าเงินขั้นพื้นฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ โดยการนำบิทคอยขึ้นไปบนเว็บไซต์อาจกล่าวได้ว่าทางเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ได้มองบิทคอยเป็นอีกหนึ่งสกุลเงินหลักของโลกไปแล้วก็ได้

ความนิยมของ LocalBitcoins ที่สูงขึ้นในจีนทำให้ผู้คนเริ่มกลัวการกลับมาของธนาคารกลางอีกครั้ง

ความกังวลเริ่มเข้าปกคลุมกลุ่มผู้ใช้บิทคอยในประเทศจีนเมื่อทางธนาคารแห่งประเทศจีนหรือ PBoC อาจจะมีแผนการจัดการเว็บให้บริการเทรดบิทคอยแบบ P2P ทั่วโลกในนาม LocalBitcoins หลังจากการสั่งหยุดให้บริการถอนของเว็บเทรดใหญ่ๆในจีนจนส่งผลให้ผู้คนแห่ไปหาเว็บ LocalBitcoins เมื่อเว็บ Huobi และ OkCoin ประกาศหยุดให้บริการถอนเป็นเวลา 1 เดือนโดยสืบเนื่องมาจากการเข้าควบคุมของ PBoC นั้น ส่งผลให้นักลงทุนในเหรียญบิทคอยต้องหนีไปหาตัวเลือกใหม่ๆ อย่างเช่นเว็บแลกเปลี่ยนแบบ P2P หรือบุคคลต่อบุคคล ซึ่งนั่นส่งผลให้โวลลุ่มในการเทรดบนเว็บดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นเป้นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในตอนนี้พนักงานของ LocalBitcoins ได้เข้าไปโพสในเว็บ Reddit (หรือเว็บบอร์ดที่คล้ายๆกับ Pantip บ้านเรา) เพื่อกล่าวถึงภัยคุกคามที่อาจมาจากทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีน และทำการตัดสินใจพร้อมๆกับเว็บเทรดพันธมัตรอย่าง...

นักเทรดในจีนหนีไปซบอก LocalBitcoins หลังจากเว็บเทรดหยุดให้บริการถอน

นักเก็งกำไรบิทคอยได้หันไปใช้บริการ LocalBitcoins เพื่อแลกเปลี่ยนเงินหยวนเป็นบิทคอยหลังจากที่เว็บผู้ให้บริการเทรดใหญ่ๆอย่าง OkCoin.cn และ Huobi หยุดให้บริการถอนบิทคอยชั่วคราวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สืบเนื่องมาจากคำเตือนเกี่ยวกับกฏหมายเรื่องการป้องกันการฟอกเงินและสิทธิผู้บริโภคของธนาคารกลางแห่งประเทศจีนต่อเว็บเทรดอย่างเช่น BTCC, Huobi และ OkCoin ซึ่งส่งผลให้พวกเขาต้องระงับการถอนเป็นบิทคอยทันที "ต่อจากนี้ไป Huobi จะหยุดให้การถอนบิทคอยและไลท์คอย" ประกาศโดย Huobi เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ถึงวันเวลาที่แน่ชัดว่าพวกเขาจะกลับมาเปิดให้บริการถอนอีกเมื่อใด โดยนั่นเองส่งผลให้มีชาวจีนเป็นจำนวนมากหันไปใช้บริการของ LocalBitcoins ในการซื้อขาย โดยในสัปดาห์นี้เราได้เห็นยอดการซื้อขายที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในตลาดของจีน ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 6.6 ล้านหยวนที่ถูกซื้อขายไปแล้ว อ้างอิงจาก Coin Dance โดยหากดูกราฟเชิงปรียบเทียบด้านล่างแล้วนั้นจะเห็นได้ว่ามูลค่าของเมื่อสัปดาห์ก่อนมีเพียงแค่ 1.4 ล้านหยวน ความโกลาหลครั้งนี้อาจเป็นเพียงแค่ช่วงจังหวะหนึ่ง...

ประเทศออสเตรียมีธนาคารบิทคอยเป็นสาขาแรกของโลก

ธนาคารบิทคอยสาขาแรกของโลกได้ถูกเปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ที่เมืองหลวงเวียนนาของประเทศออสเตรีย โดยมันถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการผู้ใช้งานบิทคอยทั้งทางด้านการซื้อและขาย และอ้างว่าปลอดภัยกว่าการซื้อขายแบบตัวต่อตัว โดยธนาคารที่ว่านี้มีเจ้าของโดยบริษัทสตาร์ทอัพนามว่า Bit Trust และพวกเขาก็ตั้งชื่อให้กับมันว่า 'ธนาคารบิทคอย' TV sender#1 of Austria: First bitcoin bank opens in Vienna on Mariahilfer street https://t.co/vjUjb8g3JF #bitcoin pic.twitter.com/hYwOXNLNBD — CryptoCurrency Stuff (@CryptoBitInfo) February 10, 2017 แปล: ธนาคารบิทคอยแห่งแรกถูกเปิดตัวแล้วในกรุงเวียนนาบนถนน...

ราคาบิทคอยร่วงหนักหลังจาก OkCoin และ Huobi หยุดให้บริการถอนเงินชั่วคราว

ราคาบิทคอยวิ่งลงเหวอีกครั้งหลังจากที่ OkCoin ได้ออกมาประกาศที่สร้างความฮือฮาว่าพวกเขาจะหยุดให้บริการถอนเงินออกเป็นบิทคอยและไลท์คอยเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อให้เป็นไปตามกฏของ "การป้องการการฟอกเงินระหว่างประเทศ, กฏการใช้จ่ายและโอนเงินระหว่างประเทศ" โดยทาง Huobi ก็ออกมาประกาศโดยมีใจความคล้ายๆกัน โดยทางเว็บเทรดดังกล่าวได้ออกมาประกาศว่า ในการที่จะร่วมมือปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดนั้น ทางเว็บเทรดจะต้องทำการอัพเกรดระบบเพื่อป้องกันไม่ให้มีการฟอกเงินกันเกิดขึ้น รวมไปถึงธุรกิจเครือข่ายและแชร์ลูกโซ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆด้วย โดยพวกเขาได้ทำการตัดสินใจดังนี้ ทำการหยุดให้บริการการถอนบิทคอยและไลท์คอยชั่วคราว การถอนเป็นเงินหยวนจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด การติดตั้งและพัฒนาระบบจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนแต่ก็อาจจะเสร็จก่อน ในขณะเดียวกัน ทาง BTCC ก็ยังเปิดให้บริการถอนเป็นบิทคอยตามปกติ แต่ว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบถึง 72 ชั่วโมงในการถอนบิทคอยออกมา Current status of Chinese #bitcoin exchanges after...

ประเทศฟิลิปปินส์ออกกฏหมายควบคุมผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอย

ธนาคารกลางแห่งประเทศฟิลิปปินส์ได้ออกกฏหมายและแนวทางใหม่เกี่ยวกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยมันมีชื่อว่า "แนวทางสำหรับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน Virtual Currency (VC)" โดยธนาคารกลางแห่งฟิลิปปินส์หรือ Bangko Sentral ng Pilippinas (BSP) ได้พยายามออกกฏหมายเพื่อควบคุมบริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยเมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้กล่าวว่าบริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน virtual currency นั้นก็ไม่ต่างจากบริษัทผู้ให้บริการส่งเงินเลย โดยร่างที่มีนามว่า BSP Circular No.944 นั้นได้ถูกบังคับใช้ออกมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังจากที่คณะกรรมการการเงินแห่งประเทศได้ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยเล็งเพื่อควบคุมผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยร่างที่ว่านี้ได้ถูกอนุมัติก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยภายในกฏหมายที่ว่านี้ ทาง BSP ได้มอง virtual currency ว่าจะเป็นสิ่งที่จะมาปฏิวัติระบบการใช้จ่ายและการโอนเงินในประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับที่สามในโลกในเรื่องของการรับเงินโอนที่มากที่สุด โดยอ้างอิงจากการคาดเดาว่ามีเม็ดเงินราวๆ...

บิทคอยจะกลายเป็นสิ่งที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฏหมายในญี่ปุ่นอีกภายใน 2 เดือน

บิทคอยกำลังจะถูกทำให้ถูกกฏหมายในประเทศญี่ปุ่น กล่าวคือสามารถใช้จ่ายและชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย โดยในร่างกฏหมายฉบับใหม่นั้นได้ถูกผ่านเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมตัว และจะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ เตรียมตัวนับถอยหลัง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ Mt.Gox ขึ้นมานั้น สถานะของบิทคอยในทางกฏหมายยังไม่สามารถหาจุดลงตัวได้ โดยร่างฉบับแรกที่ถูกนำเสนอเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วนั้นประกอบไปด้วยเนื้อหาว่าด้วย virtual currency ที่รวมเอาบิทคอยเข้าไปด้วย โดยมันได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงเนื้อหาร่างกฏหมายปัจจุบันที่ว่าด้วยการใช้ระบบการใช้จ่าย และการป้องกันการโอนเงินเพื่อหวังผลทางด้านอาชญากรรม "การแก้ร่างกฏหมายว่าด้วยการใช้จ่ายที่ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้มีเนื้อหาอัพเดตเกี่ยวกับ virtual currency นั้นได้ถูกประกาศเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว" กล่าวโดยนาย Kawai โดยร่างที่ว่านี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฏหมายและแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกตีพิมพ์ขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และช่วงการทดสอบทางสาธารณะได้จบลงไปแล้วเมื่อวันที่ 27 มกราที่ผ่านมา นาย Kawai ยังกล่าวอีกว่า "กฏหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้" สิ่งที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฏหมายแต่ไม่ใช่สกุลเงิน ในร่างกฏหมายได้กล่าวถึง virtual currency รวมไปถึงบิทคอย และได้บังคับใช้กฏหมายกับบริษัทหรือผู้ให้บริการทางด้านการแลกเปลี่ยน virtual currency...

ราคาบิทคอยจะพุ่งเสียดฟ้าหากมันกลายเป็นสกุลเงินโลกภายในปี 2020

การจับตาจ้องมองของรัฐบาลรอบๆโลกต่อบิทคอยและเทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้เกิดคำถามขึ้นมามากมายจากหลายๆฝ่าย ถึงการกระทำที่ทำไปเพราะดูเหมือนกลัวเทคโนโลยีดังกล่าวของทางรัฐบาล เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE ได้ออกมากลับคำพูดเกี่ยวกับเรื่อง "การห้ามใช้จ่ายต่างๆด้วย virtual currencies" บิทคอยไม่ถูกแบน ในเนื้อหาจากสำนักข่าว Gulf News ได้กล่าวถึงการแสดงจุดยืนที่แน่ชัดของรัฐบาล โดยมีนาย Muhamad Rashid Khamis Al Mansouri หรือผู้บริหารของธนาคารกลาง UAE ได้ออกมากล่าวว่า "กฏหมายเหล่านี้ไม่ได้ครอบคลุม 'virtual currency' ที่ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นประเภทหนึ่งของรูปแบบของเงินดิจิตอลที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน และเป็นรูปแบบในการเก็บในบัญชีออนไลน์ ในเนื้อความนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบิทคอยหรือ cryptocurrency อื่นๆที่มีตั้งอยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชน" ไม่ได้มีแค่ทาง UAE อย่างเดียวที่ทำแบบนี้ แต่ยังมีเคสคล้ายๆกันที่ไนจีเรีย กล่าวคือทางธนาคารกลางของไนจีเรียที่ออกมาประกาศเตือนไม่ให้ลงทุนในค่าเงินดิจิตอล...

ราคาบิทคอยทะลุ 975 ดอลลาร์ท่ามกลางความตึงเครียดของการเมืองระหว่างประเทศทั่วโลก

ราคาบิทคอยกำลังพุ่งขึ้นสูงเรื่อยๆ โดยวิ่งมาแล้วถึง 6% เมื่อวานนี้ โดยราคานั้นวิ่งไปชนเพดานที่ 977.52 ดอลลาร์บน Bitstamp Price Index (BPI) ในวันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยการขึ้นของราคานั้นได้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาของบิทคอยอยู่ในช่วง sideway นิ่งอยู่ที่ 920 ดอลลาร์ โดยกลับเข้ามาใกล้กับช่วงท้ายปีของ 2016 ที่ราคาขึ้นมาแตะที่เกือบ 1000 ดอลลาร์อีกครั้ง ความตึงเครียดของการเมืองทั่วโลก ราคาของบิทคอยดูเหมือนว่าจะผันผวนตามคำพูดของผู้ช่วยทางด้านการซื้อขายของนายโดนัล ทรัมป์ที่พูดโจมตีประเทศเยอรมันว่าเป็นผู้แสวงหาผลประโยชน์ของสกุลเงิน ในขณะที่ทางฝั่งเยอรมันก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ ในขณะเดียวกันนักเทรดในทางฝั่งเอเชียต่างก็ใจจดจ่อและเฝ้าระวังการประกาศของทาง Fed หรือธนาคารกลางสหรัฐฯเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางด้านนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับนายโดนัล ทรัมป์ นอกจากนั้นการแบนประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิมห้ามไม่ให้เข้าประเทศสหรัฐฯชั่วคราวก็ได้ส่งผลให้คนในหลายๆประเทศออกมาวิจารณ์การกระทำของนายโดนัล ทรัมป์ต่างๆนานาและส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ร่วงทันทีหลังจากที่มีการไล่ออกผู้รักษาการณ์อัยการสูงสุด ในขณะที่ประเทศอิหร่านก็ออกมาคอนเฟิร์มว่าพวกเขาจะหยุดใช้เงินดอลลาร์ในการซื้อขายระหว่างประเทศแต่ก็ยังไม่เผยว่าจะใช้ค่าเงินไหนมาเป็นตัวแทน...

ค่าเงินดอลลาร์ร่วงสวนทางบิทคอยหลังทรัมป์ไล่อัยการสูงสุดออกเหตุไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

หลังจากที่นายโดนัลทรัมป์ขึ้นรับตำแหน่งประธนาราธิบดีได้ไม่นานก็ได้เริ่มทำตามนโยบายที่ตัวเองสัญญาไว้ทันที โดยหนึ่งในนั้นคือการแบนผู้ลี้ภัยและพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศสหรัฐเป็นการชั่วคราว ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลให้มีผู้คนในหลายๆแห่งและหลายๆหน่วยงานในหลายประเทศต่างออกมาประนามการกระทำดังกล่าวของนายโดนัล ทรัมป์ ซึ่งแม้แต่พระสันตปาปาฟรานซิสถึงกับต้องออกมากล่าวว่า "โดนัลทรัมป์ไม่ใช่ชาวคริสต์ที่แท้จริง" โดยการออกคำสั่งขั้นสูงสุดหรือ executive order ของนายโดนัล ทรัมป์นั้นมีขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มปรับตัวลดลงโดยอ่อนค่าไปแตะรอบกลางของค่าเงินเยนที่ 113 เยนในการซื้อขายเช้านี้ที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียว การไล่ออกของอัยการขั้นสูงสุดผู้มีนามว่านางเยตส์ นางซัลลี เยตส์ หรือผู้รักษาการอัยการสูงสุดได้ไม่เห็นชอบต่อคำสั่งของนายโดนัล ทรัมป์อีกทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯทำตามคำสั่งของนายทรัมป์ในการแบนพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมซึ่งประกอบด้วย ซีเรีย เยเมน ซูดาน โซมาเลีย อิรัก อิหร่าน และลิเบียเข้าสหรัฐฯเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 90 วันซึ่งเธอมองว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักกฏหมายและรัฐธรรมนูญ "มันขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และไม่ใช่วิถีของอเมริกันชน" กล่าวโดยนางเยตส์...
- Advertisement -

บทความเก่า

บิทคอยโดยไม่ใช้อินเทอร์เนตจะสามารถทำให้เป็นจริงได้หรือไม่

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท LogRhythm ผู้ซึ่งช่วยเหลือหลายๆบริษัทอื่นๆในการป้องกันการจู่โจมทางไซเบอร์ได้เผยถึงการทำนายทั้งหมดเจ็ดข้อที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยหากอ้างอิงจากพวกเขานั้น พวกเขาบอกว่าระบบอินเทอร์เนตจะถูกปิดการใช้งานเป็นเวลา 1 วัน นาย James Carder หรือผู้บริหารและรองประธานของ LogRythm ได้ออกมากล่าวว่า "พวกเราได้เห็นการโจมตีแบบ DDoS ต่อ DynDNS เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เว็บไซต์อย่าง Twitter, Netflix, Spotify และ Amazon ไม่สามารถเข้าใช้งานได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า