Home ข่าวสาร ความมั่นคง

ความมั่นคง

Pool ขุด Litecoin หายไปอย่างลึกลับ สร้างความกลัวให้กับนักขุดว่าจะโดนโกง

Pool สำหรับขุด Litecoin แห่งหนึ่งดูเหมือนว่าจะหายไปแบบไม่มีใครรู้ ทำให้นุกขุดหลายๆคนเริ่มกลัวว่าพวกเขากำลังตกเป็นเหยื่อโดนโกง โดยพูลแห่งนี้มีนามว่า WeMineLTC ซึ่งอ้างอิงจากโพสๆหนึ่งบนโซเชียลเน็ตเวิร์คเมื่อวานนี้ ปรากฏว่าพวกเขาทำการปิดเว็บไซต์และ แอคเคาท์ทวิตเตอร์แบบไม่มีที่มาที่ไป โดยโพสล่าสุดบนโซเชียลนั้นได้ชี้ไปถึงปัญหาของโฮสที่ใช้ในการทำพูลสำหรับขุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีผู้ใช้งาน WeMineLTC รายหนึ่งได้ไปโพสบน Reddit ว่าเว็บดังกล่าวได้ปิดให้บริการถอนเหรียญ Litecoin ที่ขุดมาได้ นอกจากนั้นยังมีโพสอีกโพสหนึ่งบน BitcoinTalk ที่มีคนกลุ่มหนึ่งมาร้องเรียนว่าไม่สามารถล็อกอินเข้าใช้งานได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ทาง WeMineLTC ได้ถูกกล่าวหาว่าเปิดให้บริการแบบไม่โปร่งใส โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 มีผู้ใช้งานบางรายออกมาแย้งว่าทาง pool operator จ่ายจำนวนเหรียญให้ผู้ใช้แบบไม่ตรงตามข้อตกลง Hash rate ที่ได้แจ้งไว้ในตอนแรก โดยในขณะนี้ตัวเลขความเสียหายของผู้ใช้งานที่ตกเป็นเหยื่อยังไม่สามารถถูกสรุปออกมาได้แน่ชัด มีผู้ใช้งานคนหนึ่งอ้างว่ามีนักขุดราวๆสามคนที่เสีย Litecoin...

แฮคเกอร์จากเกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าขโมยบิทคอยมูลค่ากว่า 100 ล้านวอนต่อเดือนทุกเดือนตั้งแต่ปี 2013-15

บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สัญชาติเกาหลีใต้ได้อ้างว่านักเจาะระบบคอมพิวเตอร์สัญชาติเกาหลีเหนือได้ขโมยบิทคอยจากประเทศเกาหลีใต้ไปแล้วกว่า 100 ล้านวอนต่อเดือนหรือราวๆ 3 ล้านกว่าบาทมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปี 2015 นายชอย ซัง เมียง หรือหัวหน้าฝ่ายของบริษัทรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ที่ว่านี้ได้ให้สัมภาษณ์กับ Radio Free Asia บริษัทกระจายเสียงที่ไม่แสวงหาผลกำไรในรัฐวอชิงตันที่รายงานข่าวเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกในหลายๆภาษา โดยจากการรายงานของสื่อเกาหลีใต้นามว่า Yonhap นั้น หัวหน้าฝ่ายของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ที่มีชื่อว่า Hauri Inc. ได้ออกมากล่าวหาว่านักเจาะระบบข้อมูลชาวเกาหลีใต้ได้แฮคและขโมยบิทคอยออกไปราวๆ 40 ล้านวอนครั้งแรกในปี 2013 โดยการกล่าวหานั้นได้ระบุเพิ่มเติมว่าการแฮคนั้นมีขึ้นหลังจากที่ทางรัฐบาลเกาหลีใต้สั่งปิดกิจการอุตสาหกรรมในเมือง Kaesong ของเกาหลีเหนือ โดยเมืองที่ว่านี้เป็นเมืองที่สองประเทศดังกล่าวใช้เพื่อร่วมมือกันทางด้านอุตสาหกรรม โดยหลังจากการกล่าวหาการแฮคครั้งแรกนั้น เขายังกล่าวว่านักแฮคเหล่านี้ยังได้ขยายผลไปยังผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ต่างๆอีกมากมายเพื่อนำเอาบิทคอยมาเป็นของตนเองด้วยการใช้ ransomware "หลังจากนั้น เราก็แน่ใจว่าพวกเขาได้ขโมยบิทคอยไปแล้วกว่า...

เว็บให้แลกเปลี่ยนบิทคอย OKCoin ได้ออกกฏเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟอกเงิน

เว็บ OKCoin หรือหนึ่งในเว็บเทรดบิ๊ก 3 ในประเทศจีนได้ทำการออกกฏเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อ AML (Anti Money Laundering) หรือการป้องกันการฟอกเงิน โดยการประกาศดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ต้องการสอดคล้องกับกฏหมายของรัฐบาล โดยการประกาศดังกล่าวนี้ได้ถูกโพสในทั้งเว็บเวอชันจีนและเวอชันต่างประเทศ โดยสถานการณ์ของเว็บในขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการถอนบิทคอยและไลท์คอยออกจากเว็บไซต์ เนื่องจากการกดดันจากทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีน โดยเนื้อหาของการประกาศดังกล่าวมีใจความคร่าวๆว่า "เมื่อกล่าวถึงมุมมองของกฏหมายการป้องกันการฟอกเงินและการควบคุมความเสี่ยงแล้วนั้น เราได้ทำการสรุปแนวทางทางด้านกฏหมายแบบเข้าใจง่ายมาให้อ่านแล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประสบการณ์ในการเทรดของคุณเป็นไปได้อย่างดีและปลอดภัย และแน่นอนมันจะไม่กระทบเงินและการเทรดของคุณอย่างแน่นอน" มากไปกว่านั้น ทางโอเคคอยยังได้กล่าวกับลูกค้าของพวกเขาว่าแอคเคาท์ของพวกเขาจะได้รับปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ที่เทรดและมีเงินในบัญชีไปแล้วมากกว่า 10,000 ดอลลาร์สำหรับลูกค้านอกประเทศ ในขณะที่ลูกค้าในประเทศจีนนั้นไม่มีการเผยแพร่จำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด สำหรับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษที่ทางโอเคคอยระบุนั้นได้รวมถึงการยืนยันตัวตนผ่านระบบวีดีโอคอลด้วย 'สำหรับการยืนยันตัวตนระดับสองนั้น คุณจะต้องใช้สำเนาพาสปอร์ต, สำเนาบัตรประชาชนหรือใบขับขี่, และเอกสารยืนยันที่อยู่ (เช่นสเตตเม้นของธนาคาร, ใบแจ้งค่าไฟ) ที่ออกให้โดยไม่ต่ำกว่า 3 เดือน' อ้างอิงจากประกาศบนหน้าเว็บของโอเคคอย โดยทางลูกค้านั้นจะต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้ก่อนเริ่มวีดีโอคอล 'การยืนยันตัวตนด้วยวีดีโอนั้นจะต้องการอุปกรณ์ที่มีกล้องและสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนต (เช่นโทรศัพท์มือถือ,...

เว็บเทรดบิทคอยในจีนต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนอธิบายถึงที่มาของเงินที่นำมาลงทุน

เว็บเทรดใหญ่ๆในจีนๆเริ่มที่จะต้องการให้ผู้ใช้งานบ่งบอกถึงรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของแหล่งเงินทุนที่พวกเขานำมาเทรด ผู้ใช้งานรายหนึ่งในเว็บ Huobi หรือหนึ่งในเว็บผู้ให้บริการเทรดบิทคอยที่ถูกจับตาจ้องมองจากทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีนเนื่องจากนโยบายทางด้านสิทธิผู้บริโภคที่อ่อนด้อยของพวกเขารวมไปถึงในเรื่องของการป้องกันการฟอกเงินด้วย จึงทำให้พวกเขาต้องหันมาบังคับลูกค้าที่เข้าใช้งานในเว็บของพวกเขาอธิบายถึงที่มาของแหล่งเงินทุน, เอกสารยืนยันจากธนาคารที่มาในการโอนเงินเข้าเว็บ Huobi และเขียนเรียงความอธิบายแบบยาวว่าทำไมถึงโอนเงินเข้ามา อย่างเช่น ถ้าหากตาหมานต้องการจะซื้อบิทคอยเป็นราคา 10,000 ดอลลาร์จาก Huobi นั้น ตาหมานจาต้องทำการโอนเงินจากบัญชีธนาคารของเขาไปสู่บัญชีธนาคารของ Huobi ลองอธิบายให้เห็นชัดเจนว่าตาหมานจะทำการโอนเงิน 10,000 ดอลลาร์จากธนาคารจีน HSBC เมื่อการโอนเงินเสร็จเรียบร้อยและ Huobi ได้รับเงินจาก HSBC แล้วนั้น ตาหมานจะต้องทำตามกฏที่เว็บ Huobi ระบุไว้ก็คือจะต้องอธิบายว่าเขาหาเงิน 10,000 ดอลลาร์นั้นมาได้จากที่ไหน, ทำการโอนแบบไหน และตาหมานจะเอาบิทคอยไปทำอะไร เป็นต้น ลิสของข้อบังคับ CNLedger หรือผู้รายงานข่าวบิทคอยในประเทศจีนผ่านทางทวิตเตอร์ได้ทำการแปลข้อมูลที่ได้มาจากผู้ใช้งานบนเว็บ...

ประเทศแคนาดาประกาศเตือนการหลอกลวงเกี่ยวกับบิทคอยหลังจากทางอินเดียออกมาเตือนก่อน

แคนาดาเริ่มที่จะออกมาตามหลังอินเดียในการเตือนประชาชนในประเทศเกี่ยวกับการหลอกลวงทางด้านบิทคอยไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่และธุรกิจเครือข่าย โดยในรายงานของตำรวจในเมือง Ontario ที่ออกมาเมื่อวันนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการโกงคร่าวๆว่า "นักตุ้มตุ๋นจะทำการส่งเช็คไปให้เหยื่อและหลอกล่อให้พวกเขาใช้เงินซื้อบิทคอย" โดยใช้ตู้ ATM บิทคอยในท้องที่ต่างๆ ในรายงานอธิบายว่า "เหยื่อจะทำการนำเช็ค (หรือบางครั้งเป็น e-transfer) ไปขึ้นเงินในบัญชีธนาคารของพวกเขาจากนั้นก็จะนำเงินที่ได้ไปซื้อบิทคอยและส่งบิทคอยไปให้อีกบุคคลหนึ่ง โดยตอนแรกเหยื่อจะถูกบอกว่าพวกเขาสามารถเก็บเช็คที่พวกเขาได้มาตอนแรกไว้กับตัวได้เพื่อเป็นค่าตอบแทน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทางเหยื่อนั้นใช้เงินในบัญชีส่วนตัวของเขาเพื่อซื้อบิทคอยและส่งไปให้ปลายทางเรียบร้อยแล้วนั้น เช็คหรือ e-transfer ก็จะเด้งและไม่สามารถใช้งานได้ทันที" ในเขตชุมชนเมืองของ Ontario จะมีตู้ ATM บิทคอยมากกว่าที่อื่น โดยเฉพาะใน Toronto แต่ถึงกระนั้น มีรายงานแบบเดิมๆเขามาโดยบ่งชี้ว่าเหยื่อส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นกลุ่มคนที่ด้อยการศึกษา และไม่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานจาก Cointelegraph โดยระบุว่ามีบริษัทสตาร์ทอัพด้าน cryptocurrency แห่งหนึ่งในประเทศอินเดียออกมาเตือนประชาชนในประเทศให้ระวังนักต้มตุ๋นที่กำลังระบาด โดยใช้บิทคอยเพื่อหวังผลทางด้านการต้มตุ๋น "ปัญหาของธุรกิจขายตรงนั้นถือเป็นปัญหาระดับโลก อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้กำลังระบาดหนักในประเทศอินเดียเนื่องจากทางรัฐบาลไม่มีแนวทางในการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังในการเข้ามาควบคุมเจ้าธุรกิจที่ชอบนำเอาเหรียญ cryptocurrency...

นักขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอล่าถูกขู่บังคับให้จ่ายใต้โต๊ะมิฉะนั้นจะถูกจับ

กลุ่มนักขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลากำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก พวกเขากำลังเริ่มเกรงกลัวกับสิ่งที่พวกเขาทำเนื่องจากทางตำรวจและรัฐบาลกำลังหาทางปราบปรามอย่างจริงจัง โดยในขณะเดียวกัน ถ้าหากตำรวจเข้ามาเคาะประตูบ้านพวกเขานั้น พวกเขามีสองทางเลือกคือ อย่างแรกจ่ายใต้โต๊ะให้ตำรวจ และอย่างที่สองคือยอมจำนน ผู้คนในประเทศได้ค้นพบถึงความมหัศจรรย์ของบิทคอยมาได้สักพักหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะผู้คนที่กำลังอดอยากและยากจน หากจะกล่าวแบบง่ายๆก็คือประชาชนในประเทศเวเนซุเอาลาในขณะนี้กำลังพยายามเอาชีวิตรอดในสถานการณ์บ้านเมืองที่ล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาลนั่นเอง มีรายงานออกมาหลายๆฉบับในช่วงเมื่อสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา โดยระบุเกี่ยวกับรายละเอียดของตลาดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลา และการใช้งานบิทคอยของประชาชนในประเทศเพื่อสั่งซื้ออาหารและสิ่งของอำนวยความสะดวกและยาต่างๆจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ในขณะที่ประเทศเวเนซุเอลากำลังประสบปัญหาเงินเฟ้อนั้น ทางรัฐบาลดูเหมือนว่าจะหันมาใส่ใจปราบปรามเรื่องประชาชนใช้งานบิทคอยมากกว่าเสียอีก ทางรัฐบาลของประเทศเวนเนซุเอลากำลังทำการปราบปรามกวาดล้างธุรกิจในประเทศที่เกี่ยวข้องกับเหรียญคริปโตในทุกๆกรณีรวมไปถึงนักขุดด้วยเช่นกัน โดยเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยในประเทศอย่าง SurBitcoin ได้ถูกบังคับให้หยุดให้บริการชั่วขณะหลังจากที่นาย Banco Banesco ทำการอายุดบัญชีธนาคารของบริษัท อีกทั้งทางฝ่ายปราบปรามของทางตำรวจก็เพิ่งจะทำการจับกุมนักขุดบิทคอยและทำการยึดอุปกรณ์การขุดของพวกเขาเช่นกัน สาเหตุหลักๆที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นเพราะความไม่ลงตัวของกฏหมายและผลประโยชน์ของทางรัฐบาล โดยทางนักขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลานั้นสามารถที่จะขุดบิทคอยได้โดยมีต้นทุนเรื่องค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าประเทศอื่นและสามารถทำเงินจากการขุดได้อย่างมหาศาล โดยทางรัฐบาลกลัวว่าทรัพยากรไฟฟ้าจะถูกนำไปใช้ในทางที่มิชอบ ในขณะเดียวกัน การขุดบิทคอยในประเทศเวเนซุเอลานั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฏหมายหากอ้างอิงจากบัญญัติกฏหมายของประเทศ จ่ายใต้โต๊ะเพื่อเอาตัวรอด มีสำนักข่าวบางแหล่งได้ตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับการที่นุกขุดบิทคอยบางรายถูกข่มขู่ให้จ่ายใต้โต๊ะ โดยมีมูลค่าถึง 1,000 ดอลลาร์ต่อจำนวนเครื่องขุดที่ยึดมาได้ โดยการขุดบิทคอยส่วนใหญ่นั้นจำเป็นต้องใช้เครื่องขุดราวๆ 100 ตัวเพื่อที่จะให้ได้ประสิทธิภาพ...

OneCoin นั้นไม่ได้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนแต่ใช้ SQL ในการจัดการแทน

นาย Bjorn Bjercke หรือนักเคลื่อนไหวทางด้าน cryptocurrency หรือนักพัฒนาบล็อกเชนได้เผยให้เห็นเมื่อไม่นานมานี้ว่าเมื่อตอนที่ OneCoin มาทาบทามเขาให้ไปเป็น CTO (ด้วยรายได้ต่อปีราวๆ 2.5 ล้านดอลลาร์)นั้น เขาได้รู้ตัวว่า OneCoin ไม่มีเทคโนโลยีบล็อกเชนแม้แต่น้อย เหรียญ altcoin ตัวนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างก็รู้กันดีว่ามันหลอกลวง ไม่มีบล็อกเชนที่สามารถตรวจสอบได้หรือระบบกระเป๋าที่ผู้คนสามารถใช้แบบออฟไลน์ได้ ซึ่งระบบการจัดการของมันนั้นก็ไม่ต่างจากระบบของ Fed (ธนาคารกลาง) ที่ความไว้ใจทั้งหมดจะต้องถูกฝากให้กับผู้ออกเหรียญตัวนี้ และอ้างอิงจากนาย Bjorn ผู้ที่ไม่สามารถให้รายละเอียดไปได้มากกว่านี้ เนื่องจากว่าเขากำลังช่วยเหลือทางตำรวจในการสืบสวน OneCoin อยู่นั้น เขาได้กล่าวว่า OneCoin ไม่ใช่เหรียญ...

ราคาบิทคอยร่วงหนักหลังจาก OkCoin และ Huobi หยุดให้บริการถอนเงินชั่วคราว

ราคาบิทคอยวิ่งลงเหวอีกครั้งหลังจากที่ OkCoin ได้ออกมาประกาศที่สร้างความฮือฮาว่าพวกเขาจะหยุดให้บริการถอนเงินออกเป็นบิทคอยและไลท์คอยเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อให้เป็นไปตามกฏของ "การป้องการการฟอกเงินระหว่างประเทศ, กฏการใช้จ่ายและโอนเงินระหว่างประเทศ" โดยทาง Huobi ก็ออกมาประกาศโดยมีใจความคล้ายๆกัน โดยทางเว็บเทรดดังกล่าวได้ออกมาประกาศว่า ในการที่จะร่วมมือปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดนั้น ทางเว็บเทรดจะต้องทำการอัพเกรดระบบเพื่อป้องกันไม่ให้มีการฟอกเงินกันเกิดขึ้น รวมไปถึงธุรกิจเครือข่ายและแชร์ลูกโซ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆด้วย โดยพวกเขาได้ทำการตัดสินใจดังนี้ ทำการหยุดให้บริการการถอนบิทคอยและไลท์คอยชั่วคราว การถอนเป็นเงินหยวนจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด การติดตั้งและพัฒนาระบบจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนแต่ก็อาจจะเสร็จก่อน ในขณะเดียวกัน ทาง BTCC ก็ยังเปิดให้บริการถอนเป็นบิทคอยตามปกติ แต่ว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบถึง 72 ชั่วโมงในการถอนบิทคอยออกมา Current status of Chinese #bitcoin exchanges after...

ประเทศฟิลิปปินส์ออกกฏหมายควบคุมผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอย

ธนาคารกลางแห่งประเทศฟิลิปปินส์ได้ออกกฏหมายและแนวทางใหม่เกี่ยวกับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยมันมีชื่อว่า "แนวทางสำหรับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน Virtual Currency (VC)" โดยธนาคารกลางแห่งฟิลิปปินส์หรือ Bangko Sentral ng Pilippinas (BSP) ได้พยายามออกกฏหมายเพื่อควบคุมบริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยเมื่อไม่นานมานี้ทางรัฐบาลได้กล่าวว่าบริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน virtual currency นั้นก็ไม่ต่างจากบริษัทผู้ให้บริการส่งเงินเลย โดยร่างที่มีนามว่า BSP Circular No.944 นั้นได้ถูกบังคับใช้ออกมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังจากที่คณะกรรมการการเงินแห่งประเทศได้ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยเล็งเพื่อควบคุมผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยภายในประเทศ โดยร่างที่ว่านี้ได้ถูกอนุมัติก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยภายในกฏหมายที่ว่านี้ ทาง BSP ได้มอง virtual currency ว่าจะเป็นสิ่งที่จะมาปฏิวัติระบบการใช้จ่ายและการโอนเงินในประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับที่สามในโลกในเรื่องของการรับเงินโอนที่มากที่สุด โดยอ้างอิงจากการคาดเดาว่ามีเม็ดเงินราวๆ...

ขณะที่ราคาบิทคอยวิ่งผ่าน 950 ดอลลาร์ OneCoin ได้ขึ้นแท่นหนึ่งใน 5 เหรียญหลอกลวง

มีผู้คนมากมายที่ได้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงในวงการเหรียญ cryptocurrency แบบนับไม่ถ้วน ด้วยการจ่ายเงินลงทุนไปในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเหรียญเหล่านั้นน่าจะเป็นของจริง ถึงแม้ว่าจะมีผู้หวังดีหลายคนมาออกแคมเปญรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับเหรียญ cryptcurrency ที่เป็นของแท้และไม่ได้หลอกลวงแล้วนั้น แต่ก็ยังมีร้านค้าและู้ใช้งานมากมายยังออกมาอ้างถึงความแท้ของเหรียญที่พวกเขาใช้ นาง Angelina Lazar หรือนักเศรษฐศาสตร์อิสระและผู้เชี่ยวชาญทางด้านเหรียญ cryptocurrency ได้ออกมาแนะนำใครก็แล้วแต่ที่มีความประสงค์จะเข้าไปสมัครงานบริษัทสายฟินเทคเกี่ยวกับ altcoins ต่างๆ ว่าให้ทำการวิจับและค้นคว้าเกี่ยวกับเหรียญนั้นให้ดี และก็ทำการศึกษาแนวคิดและที่มาของเหรียญนั้นๆว่ามันถูกทำขึ้นมาเพื่ออะไร โดยองค์ความรู้และวิธีการต่างๆได้ถูกเปิดสอนแล้วในสถาบันอย่างมหาวิทยาลัย Nexxus OneCoin หรือเหรียญหลอกลวงอันดับ 1 ของโลก สำหรับนาง Angelina Lazar นั้น เธอได้ตั้งให้ OneCoin เป็นเหรียญที่ได้ขึ้นชื่อว่าหลอกลวงอันดับ 1 ของโลก โดยสงครามระหว่างนาง...

บทความเก่า

BLOOMBERG รายงานว่า BITCOIN ขึ้นทำเนียบค่าเงินแห่งปี 2016

มูลค่าบิทคอยน์นั้นได้เพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเงินอื่นๆในปี 2016 นี้ รายงานจาก Bloomberg โดยสืบเนื่องมาจากการที่ค่าเงินหยวนในประเทศจีนอ่อนลง และปัญหาเศรษฐกิจในสรัฐฯและอังกฤษ รวมไปถึงการที่เริ่มมีบริษัทและผู้บริโภคหันมาใช้บิทคอยน์กันมากขึ้น ราคาของบิทคอยน์เพิ่มขึ้นประมาณ 79% หากนับตั้งแต่เมื่อช่วงเริ่มต้นปี 2016 โดยราคาสูงสุดนั้นพุ่งไปอยู่ที่ 768 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบสองปี กล่าวโดย Bloomberg โดยเปอร์เซนที่เพิ่มขึ้นนั้นถือว่ามากกว่าเงินรูเบิลของรัสเซียและเงินเรียลของบราซิลเสียอีก ผู้บริโภคเริ่มรู้จักกับบิทคอยน์ "ผู้บริโภคนั้นเริ่มที่จะตื่นตัวหันมาใช้บิคอยน์กันแล้ว และถ้าหากผู้คนเหล่านี้เริ่มที่จะเหนื่อยหน่ายกับค่าเงินของตัวเอง อาทิเช่นเงินรูปีของอินเดีย เมื่อนั้นพวกเขาก็จะวิ่งไปซกอ้อมออกของบิทคอยน์แน่นอน" กล่าวโดยนาย Tim Draper...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า