Home บทความ

บทความ

บิทคอย VS ทองคำ ตัวเลือกไหนเป็นตัวเลือกที่น่าลงทุนในระยะยาวมากกว่ากัน

ลองจินตนาการว่าคุณมีเงินจำนวนราวๆ 1 ล้านบาทอยู่ในบัญชีธนาคาร และคุณต้องเลือกที่จะใช้เงินทั้งหมดนี้ในการซื้อทอง หรือบิทคอย ห้ามซื้อผสม และเมื่อคุณซื้อเรียบร้อยแล้วเจ้าสินทรัพย์ดังกล่าวนี้จะถูกเก็บไว้ในบัญชีธนาคารที่ไม่สามารถนำออกมาได้อีกเป็นเวลา 50 ปี คุณจะเลือกอะไร? เจ้าสินทรัพย์สองตัวนี้มีราคาที่ใกล้เคียงกัน ถ้าหากไม่นับเรื่องความผันผวนของราคาในระยะสั้นของบิทคอย แต่นำเอาเรื่องของมูลค่าในระยะยาวมาเปรียบเทียบกัน แน่นอน คุณอาจจะบอกว่าบิทคอยนั้นใหม่กว่า และดูน่าต้องตาต้องใจกว่า รวมถึงปัจจุบันเราอยู่ในยุคดิจิตอล ไม่ใช่ยุคอุตสาหกรรมที่ใครๆต่างก็จ้องจะหาแหล่งเหมืองทองคำเพื่อลงทุนแบบสมัยก่อน แต่ก็อย่าลืมว่าทองคำนั้นมีประวัติในด้านของมูลค่ามายาวนานนับพันๆปีตั้งแต่ยุคสมัยอารยธรรมที่รุ่งเรืองโบราณ อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถของบิทคอยนั้นได้ทำให้ผู้ที่เข้าข้าง digital currency หลายๆคนมีความเชื่อว่ามันจะสามารถเข้ามาแทนที่ทองคำได้ในระยะยาว นาย Spencer Bogart หรือนักวิเคราะห์แห่งบริษัท Blockchain Capital ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ว่า "ถ้าหากเราลองนึกถึงเหตุผลที่ทำให้ทองคำกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนให้มูลค่ากับมันนั้น บิทคอยนั้นมีมากกว่า และเหนือกว่าเสียอีก" เงินฝืดและเงินเฟ้อ ข้อได้เปรียบอีกข้อหนึ่งของบิทคอยก็คือจำนวน supply...

Dash ราคาขึ้นมาถึง 45 ดอลลาร์ คำถามคือเกิดอะไรขึ้นกับมัน

บางคนก็เรียกมันว่าพวกหลอกลวง ส่วนคนอื่นๆก็เรียกมันว่านวัตกรรมสุดล้ำแห่งค่าเงินดิจิตอล แต่กระนั้น ราคาของแดชก็ได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ โดยราคาของเจ้าเหรียญที่ว่านี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขึ้นไปแตะเพดานที่ 60 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ อ้างอิงจาก CoinMarketCap.com การที่ราคาเพิ่มขึ้นถึง 40% ภายในแค่ 1 วันส่งผลให้กลุ่มผู้เฝ้าตลาด, นักเทรด และนักวิจารณ์ต่างก็โพสลงโซเชี่ยลของตัวเองอย่างบ้าคลั่งถึงการขึ้นของราคาในครั้งนี้ สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่นั้น เหรียญแดชคือ cryptocurrency ที่แต่ก่อนเป็นที่รู้จักกันดีในนาม darkcoin ก่อนที่จะถูกรีแบรนด์เป็น Dash โดยก่อนหน้านี้มีทั้งผู้ให้การสนับสนุนและวิจารณ์มานานหลายปีหลังจากที่เปิดตัวไป ในช่วงระหว่างนั้น ภาพลักษณ์ของเจ้าเหรียญตัวนี้ได้เปลี่ยนจากการ เก็บไว้ที่ศูนย์รวม มาเป็นการให้ทางด้านความเป็นส่วนตัวด้านการเงิน และให้ความสะดวกสำหรับผู้คนที่ซื้อสินค้าออนไลน์ แต่คำถามที่ตามมาคือทำไมราคาของมันถึงได้มาพุ่งเอาในช่วงนี้ล่ะ บางคนได้โต้เถียงว่ามันมีตัวแปรมาจากที่เว็บให้แลกเปลี่ยนเหรียญตัวนี้กำลังวางแผนจะเพิ่มตัวปรับแต่งและปรับปรุงระบบเพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยพวกเขามองว่าตัวแปรเหล่านี้ส่งผลให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งก็บอกว่าการขึ้นของราคานั้นเป็นเพียงแค่การจัดฉาก 'การปั๊มราคาแล้วทุบ' แบบที่เจ้าของเหรียญหลายๆรายชอบทำ...

ทิศทางราคาบิทคอยเริ่มไม่แน่นอนหลังจากราคาทะลุจุด ATH

จากนี้ไปราคาบิทคอยจะขึ้นหรือลง? ไม่มีใครสามารถตอบได้แน่อย่างแน่ชัด หนึ่งวันหลังจากที่ราคาได้พุ่งขึ้นไปสู่จุดสูงสุดแห่งใหม่ในประวัติศาสตร์นั้น ราคาก็ดูเหมือนจะเข้ามาสู่รูปแบบเดิมที่เราคุ้นเคยกันดี คือร่วงหนักและขึ้นราวกับรถไฟเหาะ แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้แน่ๆคือความสำเร็จของบิทคอยที่ดูเหมือนว่าจะสามารถดึงสื่อเก่าๆอย่างทีวีและหนังสือพิมพ์ให้หันมาตีพิมพ์เกี่ยวกับเจ้าเหรียญตัวนี้ได้ ถึงแม้ว่าสื่อแต่ละแขนงจะนำเสนอตัวแปรที่ทำให้ราคาขึ้นแบบแตกต่างกันไปก็ตาม Quartz หรือสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้นำเสนอเนื้อหาที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด โดยให้เครดิตกับทางสองพี่น้อง Winklevoss ที่เป็นผู้ริเริ่มบิทคอย ETF ขึ้นมา ในขณะที่ TechCrunch กลับอ้างถึงตลาดหุ้นที่มีส่วนทำให้ราคาบิทคอยขึ้น ส่วน Bloomberg ได้พูดถึงความเกี่ยวข้องกับนายโดนัล ทรัมป์ แต่ถึงกระนั้น ตัวแปรเหล่านี้รวมกันอาจเป็นตัวช่วยในการส่งผลให้ราคาขึ้นก็เป็นได้ โดยเมื่อวันสองวันก่อนนี้ราคาของบิทคอยได้ร่วงลงมาอย่างรุนแรงจนไปแตะพื้นที่ 1,100 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเด้งขึ้นมา ในขณะที่รายงานข่าวบิทคอยอยู่นี้ ราคาของบิทคอยอยู่ที่ราวๆ 1,186 ดอลลาร์ซึ่งยังอยู่ต่ำกว่าจุด ATH เมื่อในปี 2013 ราคาเข้าสู่พื้นที่แห่งใหม่ บางทีการกล่าวว่าราคานั้นไร้ทิศทางก็อาจจะเกินไป โดยก่อนหน้านี้ทาง CoinDesk ได้รายงานข่าวทางด้านการวิเคระาห์ราคาไปว่าราคานั้นจะมีความผันผวนอย่างรุนแรงมาก...

บิทคอยจะสามารถเข้ามาแทนที่การใช้ระบบบัตรกดเงินสดได้ในอีกสิบปีข้างหน้า

ขนาดโวลลุ่มของการใช้จ่ายผ่านช่องทางอิเลคทรอนิคได้แซงหน้าการใช้จ่ายด้วยเงินสดไปแล้วเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในขณะที่บิทคอยนั้นก็มีโอกาสที่จะเอาชนะบัตรเครดิตและเดบิตได้ในอีกสิบปีข้างหน้า Euromonitor International (EI) หรือหน่วยข่าวกรองที่คอยเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการเงินของโลกใบนี้ได้เผยให้เห็นว่าการใช้จ่ายผ่านช่องทางอิเลคทรอนิคด้วยบัตรเครดิตและเดบิตนั้นได้พุ่งไปถึง 25 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 12 เดือน โดยกราฟด้านล่างนั้นยังไม่ได้รวมตัวเลขจากบริษัทฟินเทคด้านการเงินต่างๆอย่างเช่นอาลีบาบาเข้าไปด้วย บิทคอย, Alipay, Paypal ผู้นำทางด้านนวัตกรรมการจ่ายเงินผ่านระบบอิเลคทรอนิค การใช้จ่ายบิทคอยเกิดขึ้นประมาณ 200,000 ครั้งต่อวันโดยเฉลี่ย โดยอ้างอิงจากผู้ให้บริการกระเป๋าบิทคอยที่ใหญ่ที่สุด บริษัทอาลีเพย์ผู้ซึ่งควบคุมส่วนแบงการตลาดทางด้านระบบธุรกรรมออนไลน์มากกว่า 50 เปอเซนต์ทั่วโลก และมากกว่า 78 เปอเซนต์ในจีน ได้มีการใช้จ่ายผ่านแอพต่อวันเป็นจำนวน 80 ล้านครั้งต่อวัน และมีการใช้จ่ายต่อปีราว 500 พันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยระบบที่ว่านี้ยังมีผู้ใช้งานขาประจำอยู่ราวๆ 900...

เหตุผลหลักๆที่รายได้ขั้นพื้นฐานฯควรจะถูกจ่ายเป็นบิทคอย

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นความสนใจทางด้านการจัดสรรรายได้รายได้ขั้นพื้นฐานสากล (รายได้ที่รัฐนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนทุกคนในประเทศ) ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวคิดที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือสิ่งที่น่าหวือหวาอะไรมากนัก แต่มันเคยมีขึ้นมาแล้วเรื่องราวๆต้นศตวรรษที่ 16 โดยนาย Thomas More ในหนังสือที่ชื่อว่า Utopia กว่าหลายศตวรรษมาแล้วที่รัฐบาลรอบโลกกำลังมองหาความเป็นไปได้ในการจ่ายรายได้ขั้นพื้นฐานสากลที่ว่่านี้ เพื่อทำการปกป้องชนชั้นแรงงานที่กำลังถูกคุกคามจากนายจ้างในตลาดแรงงานอุตสาหกรรม โดยการทดลองที่กำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆต่างก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังต้องมองหาวิธีการที่ได้ผลมากกว่านี้เพื่อบรรเทาภัยของโลกาภิวัตน์ การทดลองที่มีขึ้นทั่วโลก มีเมืองบางเมืองในประเทศเนเธอร์แลนกำลังจ่ายเงินเดือนให้กับกลุ่มทดลองภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่ ในประเทศอิตาลีมีเมืองที่ชื่อว่า Livorno ที่เริ่มทำการจ่ายเงินเดือน 500 ยูโรให้กับครอบครัวที่ยากจนที่สุด 100 ครอบครัว ส่วนในเมือง Ontario ในประเทศแคนาดารวมไปถึงเมือง Fife และ Glasgow ในประเทศสก็อตแลนด์ต่างก็กำลังมองหาวิธีการในการทดสอบการจ่ายรายได้ขั้นพื้นฐานสากลที่กำลังจะเปิดใช้งานจริงในปีนี้ ประเทศฟินแลนด์เพิ่งจะเริ่มกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วยการผ่านร่างการออกกฏหมาย Finnish Parliament ที่ว่าด้วยการจ่ายเงินเดือนขึ้นพื้นฐานโดยจะทดสอบเป็นเวลาสองปี...

การเติบโตของบิทคอยทำให้เหรียญ ALTCOINS อื่นๆโตตามด้วย

ความสำเร็จของบิทคอยครั้งล่าสุดได้ส่งผลให้การสร้างและพัฒนาเหรียญอื่นๆโตตามด้วย โดยเหรียญ altcoin แต่ละเหรียญต่างก็มีจุดขายของมันเองซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดค่อนข้างมีการแข่งขันที่สูง โดยมีเหรียญอื่นๆที่ราคาเริ่มวิ่งขึ้นสูงขึ้นอย่าง Monero, Dash และ Steem เราลองมาดูเหรียญ altcoins อื่นๆที่กำลังอยู่ช่วงขาขึ้นไปพร้อมๆกับบิทคอย ราคาเหรียญ GoldCoin พุ่งสูงถึง 600 เปอร์เซน เหรียญที่ว่านี้ถือกำเนิดขึ้นมาจากการทำ fork ของ Litecoin เมื่อปี 2013 โดยราคาของมันเพิ่มขึ้นมาถึง 600% ในเมื่อปีที่ผ่านมา นาย Greg Williams หรืออีกนามแฝง Real Micro Guy หรือผู้อำนวยการด้านประชาสัมพันธ์และแอดมินของ GoldCoin ได้จำแนกปัจจัยที่ส่งผลให้เหรียญที่ว่านี้เติบโตแบบก้าวกระโดดออกเป็นสองข้อ "มูลค่าของเหรียญ...

ราคาบิทคอยหวนกลับคืนวิ่งทะลุ 900 ดอลลาร์ อาจเพราะโดนัลทรัมป์ใกล้ขึ้นบริหาร

สองวันก่อนที่โดนัล ทรัมป์จะขึ้นบริหารและกล่าวคำปฏิญาณตนนั้น ราคาของบอทคอยได้ดีดตัวขึ้นมาจากเหวข้างล่างมารับคนที่กำลังติดดอยลงสู่พื้นดิน เป็นครั้งแรกหลังจากการตกของราคาหรือเวฟ correction ที่ตามมาด้วยการสืบสวนสอบสวนของธนาคารกลางแห่งประเทศจีนต่อเว็บผู้ให้บริการเทรดบิทคอยในจีนที่ส่งผลให้ราคาวิ่งลงไปที่ 775 ดอลลาร์นั้น ในตอนนี้ราคาได้ขยับขึ้นมาตามเทรนด์ขาขึ้นและทะลุแนวต้านที่ 900 ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอ้างอิงจาก Coinmarketcap.com การขยับขึ้นของราคาอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นในแถบเอเชียและเงินปอนด์ที่ร่วงลงเมื่อวานนี้ เมื่อนักลงทุนกำลังรอการแถลงข่าวของ Theresay May เกี่ยวกับการวางแผนเรื่อง Brexit (แยกตัวอังกฤษออกจากยุโรป) แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่แน่ชัดสักเท่าไรนัก แต่สิ่งที่แน่ชัดคือการขึ้นตำแหน่งของนายโดนัล ทรัมป์ได้ทำนายถึงผลกระทบที่จะตามมาสู่ digital currency โดย "การทำนายที่สุดโต่งในปี 2017" โดยธนาคาร Saxo ได้กล่าวไว้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณของนายโดนัลด์ ทรัมป์อาจจะสิ่งผลให้บิทคอยได้พุ่งขึ้นไปแตะเพดานที่ 2000 ดอลลาร์ภายในปีนี้ได้...

อุตสาหกรรม 4 ประเภทที่กำลังได้รับผลกระทบจากบิทคอย

จากการที่ราคาของบิทคอยทะลุผ่าน 1,000 ดอลลาร์เป็นครั้งที่สอง ตอนนี้เราไม่สามารถคาดการณ์ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่เรารู้กันดีอยู่ตอนนี้คือบิทคอยนั้นสเถียรกว่าเศรษฐกิจในหลายๆประเทศ และมีตัวตนอยู่เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับมวลมนุษย์ ในปี 2017 นี้ เราเริ่มได้เห็นกันแล้วว่าบิทคอยจะเป็นสกุลเงินที่จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง แต่เราลองมาดูกันก่อนว่าตอนนี้มีภาคอุตสาหกรรมไหนบ้างที่เริ่มจะหันมากลัวบิทคอยแล้ว ธนาคารและสถาบันการเงิน เราจะเริ่มจากจุดที่เห็นกันอย่างชัดๆอย่างแรกซึ่งก็คือธนาคาร บิทคอยได้สร้างผลกระทบให้กับสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆด้วยการที่ผู้คนสามารถจะโอนเงินหากันได้โดยไม่ต้องผ่านศูนย์กลางของรัฐบาล โดยแทนที่จะต้องใช้บัญชีธนาคารนั้น ผู้คนสามารถเลือกที่จะส่งหรือรับบิทคอยจากมือถือของพวกเขาได้ ในตอนที่บิทคอยมาใหม่ๆนั้น ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินได้ออกมาประกาศว่า cryptocurrency คืออุปสรรคของรัฐบาล แต่ทัศนคติของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในตอนนี้แม้แต่ธนาคารใหญ่ๆอย่าง Citi ก็ยังหันมาเริ่มสนใจบิทคอย พร้อมกับบอกว่ามันจะนำพานวัตกรรมอื่นมาหาเราในอนาคต มากกว่า 1 ปีกับอีกครึ่งที่ผ่านมา มีสถาบันการเงินใหญ่ๆทั่วโลกอย่าง MasterCard, BNP Paribas, Visa และ JP Morgan...

บิทคอยโดยไม่ใช้อินเทอร์เนตจะสามารถทำให้เป็นจริงได้หรือไม่

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท LogRhythm ผู้ซึ่งช่วยเหลือหลายๆบริษัทอื่นๆในการป้องกันการจู่โจมทางไซเบอร์ได้เผยถึงการทำนายทั้งหมดเจ็ดข้อที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยหากอ้างอิงจากพวกเขานั้น พวกเขาบอกว่าระบบอินเทอร์เนตจะถูกปิดการใช้งานเป็นเวลา 1 วัน นาย James Carder หรือผู้บริหารและรองประธานของ LogRythm ได้ออกมากล่าวว่า "พวกเราได้เห็นการโจมตีแบบ DDoS ต่อ DynDNS เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เว็บไซต์อย่าง Twitter, Netflix, Spotify และ Amazon ไม่สามารถเข้าใช้งานได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง พวกเรายังได้เห็นการโจมตีในรูปแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับ Brian Krebs ก่อนหน้าที่จะมีการโจมตี Dyn" นาย James ค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นแค่การทดสอบ...

ธนาคารกลางแล้วไง? นักเทรดบิทคอยจีนรายใหญ่กำลังเทหมดหน้าตัก

ถึงแม้ว่ารายงานล่าสุดจะแสดงถึงการที่ธนาคารกลางจีนกำลังจับตาจ้องมองบริษัทผู้ให้บริการเทรดบิทคอยออนไลน์แบบใกล้ชิด แต่นักเทรดในจีนต่างก็แยแสไม่ โดยในการให้สัมภาษณ์นั้น ทางสมาชิกของชมรมนักเทรดบิทคอยในจีนและพนักงานเว็บเทรดบิทคอยต่างก็เชื่อว่าการถูกจับตาดูพฤติกรรมจากรัฐบาลนั้น จะกลายเป็นผลดีระยะยาวสำหรับบิทคอย นักเทรดสาย OTC (Over-the-counter หรือการเทรดหน้าเคาท์เตอร์) นามว่า Zhao Dong ผู้ที่อ้างว่าได้ทำการเทรดบิทคอยไปแล้วมากกว่า 250 บิทคอย (หรือราวๆ 7.2 ล้านบาท) ต่อวัน ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ "กังวล" แม้แต่น้อยเกี่ยวกับบิทคอย โดยรวมแล้ว เขาเชื่อว่าทางธนาคารกลางจีนก็เพียงแค่อยากจะออกมาแสดงความเป็นห่วงนักลงทุนด้วยการลดความเสี่ยงลง และก็ไม่มีความประสงค์ร้ายหรือหาทางหยุดยั้งพวกเขาในการใช้บิทคอย เขากล่าวว่า "ก็จริงอยู่ที่ช่วงนี้มีการแย่งกันเทขาย แต่นักเทรดบิทคอยรุ่นเก๋าอย่างผมจะไม่ตื่นตัวตามตลาดเด็ดขาด อันที่จริงแล้วมันเป็นโอกาสดีที่จะทำกำไรด้วยซ้ำ" นาย Zhou Shouji หรือพนักงานให้บริการของ Fintech Blockchain Group หรือบริษัทที่ให้บริการทางด้าน...

บทความเก่า

แชร์ประสบการณ์: โอนเงินจีน-ไทยด้วยบิทคอยเสร็จภายใน 1 ชั่วโมงแถมได้กำไรค่าโอน

บทความนี้ถือเป็นเรื่องเล่าแชร์ประสบการณ์ของผมเอง จากการที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ในจีนมาแล้วมากกว่ากว่า 1 ปีผมได้โอนเงินไปกลับจีนไทยไปแล้วมากกว่า 20 ครั้ง และตลอดเวลาที่มาอยู่นี้ไม่เคยง้อธนาคารเพื่อช่วยโอนเงินระหว่างประเทศแม้แต่ครั้งเดียว จะง้อไปทำไมในเมื่อเรามีบิทคอย เทคโนโลยีแห่งอนาคต ก่อนอื่นต้องขอท้าวความสักนิดหนึ่ง ผมรู้จักบิทคอยมาก็หลายปีแล้ว แต่กว่าจะมาเริ่มใช้อย่างจริงจังก็เมื่อประมาณปลายปี 2014 โดยเริ่มมาจริงจังกับบิทคอยตอนเริ่มเล่นเกม Bitcoin Billionaire แล้วรู้สึกสงสัยว่าทำไมนั่งอยู่หน้าคอมเฉยๆก็รวยได้ ด้วยความฉงนจึงลองศึกษาหาข้อมูลดูในคืนนั้น และก็ต้องพบว่าตัวเองไม่สามารถข่มตานอนให้หลับลงได้ เพราะว่าภาพของบิทคอยมันใหญ่มากๆ ได้แต่บ่นกับตัวเองว่า "ทำไมไม่รู้จักมันให้เร็วกว่านี้นะ!" ผมเริ่มจริงจังกับมันมากขึ้น ในช่วงนั้นยังทำงานกินเงินเดือนบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯอยู่ ระหว่างหาข้อมูลศึกษาไปเรื่อยๆก็ได้มาพบกับเจ้าของเว็บ Bx.in.th ชื่อว่านายเดวิด...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า