Home บทความ

บทความ

บิทคอยจะสามารถเข้ามาแทนที่การใช้ระบบบัตรกดเงินสดได้ในอีกสิบปีข้างหน้า

ขนาดโวลลุ่มของการใช้จ่ายผ่านช่องทางอิเลคทรอนิคได้แซงหน้าการใช้จ่ายด้วยเงินสดไปแล้วเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในขณะที่บิทคอยนั้นก็มีโอกาสที่จะเอาชนะบัตรเครดิตและเดบิตได้ในอีกสิบปีข้างหน้า Euromonitor International (EI) หรือหน่วยข่าวกรองที่คอยเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการเงินของโลกใบนี้ได้เผยให้เห็นว่าการใช้จ่ายผ่านช่องทางอิเลคทรอนิคด้วยบัตรเครดิตและเดบิตนั้นได้พุ่งไปถึง 25 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 12 เดือน โดยกราฟด้านล่างนั้นยังไม่ได้รวมตัวเลขจากบริษัทฟินเทคด้านการเงินต่างๆอย่างเช่นอาลีบาบาเข้าไปด้วย บิทคอย, Alipay, Paypal ผู้นำทางด้านนวัตกรรมการจ่ายเงินผ่านระบบอิเลคทรอนิค การใช้จ่ายบิทคอยเกิดขึ้นประมาณ 200,000 ครั้งต่อวันโดยเฉลี่ย โดยอ้างอิงจากผู้ให้บริการกระเป๋าบิทคอยที่ใหญ่ที่สุด บริษัทอาลีเพย์ผู้ซึ่งควบคุมส่วนแบงการตลาดทางด้านระบบธุรกรรมออนไลน์มากกว่า 50 เปอเซนต์ทั่วโลก และมากกว่า 78 เปอเซนต์ในจีน ได้มีการใช้จ่ายผ่านแอพต่อวันเป็นจำนวน 80 ล้านครั้งต่อวัน และมีการใช้จ่ายต่อปีราว 500 พันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยระบบที่ว่านี้ยังมีผู้ใช้งานขาประจำอยู่ราวๆ 900...

เหตุผลหลักๆที่รายได้ขั้นพื้นฐานฯควรจะถูกจ่ายเป็นบิทคอย

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นความสนใจทางด้านการจัดสรรรายได้รายได้ขั้นพื้นฐานสากล (รายได้ที่รัฐนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนทุกคนในประเทศ) ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแนวคิดที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือสิ่งที่น่าหวือหวาอะไรมากนัก แต่มันเคยมีขึ้นมาแล้วเรื่องราวๆต้นศตวรรษที่ 16 โดยนาย Thomas More ในหนังสือที่ชื่อว่า Utopia กว่าหลายศตวรรษมาแล้วที่รัฐบาลรอบโลกกำลังมองหาความเป็นไปได้ในการจ่ายรายได้ขั้นพื้นฐานสากลที่ว่่านี้ เพื่อทำการปกป้องชนชั้นแรงงานที่กำลังถูกคุกคามจากนายจ้างในตลาดแรงงานอุตสาหกรรม โดยการทดลองที่กำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆต่างก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังต้องมองหาวิธีการที่ได้ผลมากกว่านี้เพื่อบรรเทาภัยของโลกาภิวัตน์ การทดลองที่มีขึ้นทั่วโลก มีเมืองบางเมืองในประเทศเนเธอร์แลนกำลังจ่ายเงินเดือนให้กับกลุ่มทดลองภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่ ในประเทศอิตาลีมีเมืองที่ชื่อว่า Livorno ที่เริ่มทำการจ่ายเงินเดือน 500 ยูโรให้กับครอบครัวที่ยากจนที่สุด 100 ครอบครัว ส่วนในเมือง Ontario ในประเทศแคนาดารวมไปถึงเมือง Fife และ Glasgow ในประเทศสก็อตแลนด์ต่างก็กำลังมองหาวิธีการในการทดสอบการจ่ายรายได้ขั้นพื้นฐานสากลที่กำลังจะเปิดใช้งานจริงในปีนี้ ประเทศฟินแลนด์เพิ่งจะเริ่มกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วยการผ่านร่างการออกกฏหมาย Finnish Parliament ที่ว่าด้วยการจ่ายเงินเดือนขึ้นพื้นฐานโดยจะทดสอบเป็นเวลาสองปี...

การเติบโตของบิทคอยทำให้เหรียญ ALTCOINS อื่นๆโตตามด้วย

ความสำเร็จของบิทคอยครั้งล่าสุดได้ส่งผลให้การสร้างและพัฒนาเหรียญอื่นๆโตตามด้วย โดยเหรียญ altcoin แต่ละเหรียญต่างก็มีจุดขายของมันเองซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดค่อนข้างมีการแข่งขันที่สูง โดยมีเหรียญอื่นๆที่ราคาเริ่มวิ่งขึ้นสูงขึ้นอย่าง Monero, Dash และ Steem เราลองมาดูเหรียญ altcoins อื่นๆที่กำลังอยู่ช่วงขาขึ้นไปพร้อมๆกับบิทคอย ราคาเหรียญ GoldCoin พุ่งสูงถึง 600 เปอร์เซน เหรียญที่ว่านี้ถือกำเนิดขึ้นมาจากการทำ fork ของ Litecoin เมื่อปี 2013 โดยราคาของมันเพิ่มขึ้นมาถึง 600% ในเมื่อปีที่ผ่านมา นาย Greg Williams หรืออีกนามแฝง Real Micro Guy หรือผู้อำนวยการด้านประชาสัมพันธ์และแอดมินของ GoldCoin ได้จำแนกปัจจัยที่ส่งผลให้เหรียญที่ว่านี้เติบโตแบบก้าวกระโดดออกเป็นสองข้อ "มูลค่าของเหรียญ...

ราคาบิทคอยหวนกลับคืนวิ่งทะลุ 900 ดอลลาร์ อาจเพราะโดนัลทรัมป์ใกล้ขึ้นบริหาร

สองวันก่อนที่โดนัล ทรัมป์จะขึ้นบริหารและกล่าวคำปฏิญาณตนนั้น ราคาของบอทคอยได้ดีดตัวขึ้นมาจากเหวข้างล่างมารับคนที่กำลังติดดอยลงสู่พื้นดิน เป็นครั้งแรกหลังจากการตกของราคาหรือเวฟ correction ที่ตามมาด้วยการสืบสวนสอบสวนของธนาคารกลางแห่งประเทศจีนต่อเว็บผู้ให้บริการเทรดบิทคอยในจีนที่ส่งผลให้ราคาวิ่งลงไปที่ 775 ดอลลาร์นั้น ในตอนนี้ราคาได้ขยับขึ้นมาตามเทรนด์ขาขึ้นและทะลุแนวต้านที่ 900 ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอ้างอิงจาก Coinmarketcap.com การขยับขึ้นของราคาอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นในแถบเอเชียและเงินปอนด์ที่ร่วงลงเมื่อวานนี้ เมื่อนักลงทุนกำลังรอการแถลงข่าวของ Theresay May เกี่ยวกับการวางแผนเรื่อง Brexit (แยกตัวอังกฤษออกจากยุโรป) แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่แน่ชัดสักเท่าไรนัก แต่สิ่งที่แน่ชัดคือการขึ้นตำแหน่งของนายโดนัล ทรัมป์ได้ทำนายถึงผลกระทบที่จะตามมาสู่ digital currency โดย "การทำนายที่สุดโต่งในปี 2017" โดยธนาคาร Saxo ได้กล่าวไว้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณของนายโดนัลด์ ทรัมป์อาจจะสิ่งผลให้บิทคอยได้พุ่งขึ้นไปแตะเพดานที่ 2000 ดอลลาร์ภายในปีนี้ได้...

อุตสาหกรรม 4 ประเภทที่กำลังได้รับผลกระทบจากบิทคอย

จากการที่ราคาของบิทคอยทะลุผ่าน 1,000 ดอลลาร์เป็นครั้งที่สอง ตอนนี้เราไม่สามารถคาดการณ์ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่เรารู้กันดีอยู่ตอนนี้คือบิทคอยนั้นสเถียรกว่าเศรษฐกิจในหลายๆประเทศ และมีตัวตนอยู่เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับมวลมนุษย์ ในปี 2017 นี้ เราเริ่มได้เห็นกันแล้วว่าบิทคอยจะเป็นสกุลเงินที่จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง แต่เราลองมาดูกันก่อนว่าตอนนี้มีภาคอุตสาหกรรมไหนบ้างที่เริ่มจะหันมากลัวบิทคอยแล้ว ธนาคารและสถาบันการเงิน เราจะเริ่มจากจุดที่เห็นกันอย่างชัดๆอย่างแรกซึ่งก็คือธนาคาร บิทคอยได้สร้างผลกระทบให้กับสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆด้วยการที่ผู้คนสามารถจะโอนเงินหากันได้โดยไม่ต้องผ่านศูนย์กลางของรัฐบาล โดยแทนที่จะต้องใช้บัญชีธนาคารนั้น ผู้คนสามารถเลือกที่จะส่งหรือรับบิทคอยจากมือถือของพวกเขาได้ ในตอนที่บิทคอยมาใหม่ๆนั้น ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินได้ออกมาประกาศว่า cryptocurrency คืออุปสรรคของรัฐบาล แต่ทัศนคติของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในตอนนี้แม้แต่ธนาคารใหญ่ๆอย่าง Citi ก็ยังหันมาเริ่มสนใจบิทคอย พร้อมกับบอกว่ามันจะนำพานวัตกรรมอื่นมาหาเราในอนาคต มากกว่า 1 ปีกับอีกครึ่งที่ผ่านมา มีสถาบันการเงินใหญ่ๆทั่วโลกอย่าง MasterCard, BNP Paribas, Visa และ JP Morgan...

บิทคอยโดยไม่ใช้อินเทอร์เนตจะสามารถทำให้เป็นจริงได้หรือไม่

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท LogRhythm ผู้ซึ่งช่วยเหลือหลายๆบริษัทอื่นๆในการป้องกันการจู่โจมทางไซเบอร์ได้เผยถึงการทำนายทั้งหมดเจ็ดข้อที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยหากอ้างอิงจากพวกเขานั้น พวกเขาบอกว่าระบบอินเทอร์เนตจะถูกปิดการใช้งานเป็นเวลา 1 วัน นาย James Carder หรือผู้บริหารและรองประธานของ LogRythm ได้ออกมากล่าวว่า "พวกเราได้เห็นการโจมตีแบบ DDoS ต่อ DynDNS เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เว็บไซต์อย่าง Twitter, Netflix, Spotify และ Amazon ไม่สามารถเข้าใช้งานได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง พวกเรายังได้เห็นการโจมตีในรูปแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับ Brian Krebs ก่อนหน้าที่จะมีการโจมตี Dyn" นาย James ค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าการโจมตีที่ผ่านมาเป็นแค่การทดสอบ...

ธนาคารกลางแล้วไง? นักเทรดบิทคอยจีนรายใหญ่กำลังเทหมดหน้าตัก

ถึงแม้ว่ารายงานล่าสุดจะแสดงถึงการที่ธนาคารกลางจีนกำลังจับตาจ้องมองบริษัทผู้ให้บริการเทรดบิทคอยออนไลน์แบบใกล้ชิด แต่นักเทรดในจีนต่างก็แยแสไม่ โดยในการให้สัมภาษณ์นั้น ทางสมาชิกของชมรมนักเทรดบิทคอยในจีนและพนักงานเว็บเทรดบิทคอยต่างก็เชื่อว่าการถูกจับตาดูพฤติกรรมจากรัฐบาลนั้น จะกลายเป็นผลดีระยะยาวสำหรับบิทคอย นักเทรดสาย OTC (Over-the-counter หรือการเทรดหน้าเคาท์เตอร์) นามว่า Zhao Dong ผู้ที่อ้างว่าได้ทำการเทรดบิทคอยไปแล้วมากกว่า 250 บิทคอย (หรือราวๆ 7.2 ล้านบาท) ต่อวัน ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ "กังวล" แม้แต่น้อยเกี่ยวกับบิทคอย โดยรวมแล้ว เขาเชื่อว่าทางธนาคารกลางจีนก็เพียงแค่อยากจะออกมาแสดงความเป็นห่วงนักลงทุนด้วยการลดความเสี่ยงลง และก็ไม่มีความประสงค์ร้ายหรือหาทางหยุดยั้งพวกเขาในการใช้บิทคอย เขากล่าวว่า "ก็จริงอยู่ที่ช่วงนี้มีการแย่งกันเทขาย แต่นักเทรดบิทคอยรุ่นเก๋าอย่างผมจะไม่ตื่นตัวตามตลาดเด็ดขาด อันที่จริงแล้วมันเป็นโอกาสดีที่จะทำกำไรด้วยซ้ำ" นาย Zhou Shouji หรือพนักงานให้บริการของ Fintech Blockchain Group หรือบริษัทที่ให้บริการทางด้าน...

บริษัท PwC เปิดตัวคอร์สเถ้าแก่น้อยสอนลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนและสายฟินเทคเจาะกลุ่มเด็ก

บริษัท PricewaterhouseCoopers (PwC) หรือบริษัทพันล้าน หรือออดิตหนึ่งในท็อป 4 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกโปรแกรมที่ชื่อว่า "Startup Collider" เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยโปรแกรมที่ว่านี้จะเริ่มต้นเปิดสอนวันนี้ โดยจะเจาะกลุ่มช่วยเหลือเด็กวัยรุ่นหรือเถ้าแก่น้อยที่มีความสนใจในการลงทุนทางด้าน Blockchain และอุตสาหกรรมฟินเทค อะไรคือ Startup Collider สตาร์ทอัพ คอลไลเดอร์ คือคอร์สการเรียนการสอนที่ออกแบบโดย PwC CEE ซึ่งแตกต่างจากคอร์สการลงทุนอื่นๆทั่วๆไป โดยผู้ที่ได้รับเลือกโดย PwC จะได้มาฝึกและทำงานควบคู่ไปกับทีมงานของ PwC โดยตรง ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ที่จะคอยช่วยเหลือและทดสอบระบบหรือผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาผลิตขึ้นมาตลอดการเรียน บริษัทสายบล็อกเชน หรือฟินเทคอื่นก็จะเข้ามามีส่วนร่วมกับผู้ให้คำปรึกษาของ PwC ด้วย...

ราคาสูงการป้องกันยิ่งต้องสูงตาม เก็บบิทคอยของคุณอย่างไรให้ปลอดภัย

เมื่อราคาของบิทคอยที่กำลังวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เริ่มมีการเตือนออกมาจากกลุ่มผู้หวังดี โดยเฉพาะบน Reddit ที่ออกมาแนะนำให้ผู้ถือบิทคอยคำนึงถึงความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการเก็บบิทคอยในปริมาณมากบนเว็บแลกเปลี่ยน โดยการเตือนครั้งนี้ทางกลุ่มทำไปเพื่อลดโอกาสในการแฮคที่อาจจะเกิดขึ้นโดยกลุ่มนักแฮคที่กำลังจ้องจะขโมยบิทคอยจากกระเป๋าของผู้ใช้งานมือใหม่ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บัญชีและอุปกรณ์ของคุณปลอดภัย การฝากความปลอดภัยไว้กับระบบ SMS ที่มีอยู่บน email หรือระบบบัญชีธนาคารอาจจะไม่สามารถเชื่อได้ต่อไปว่ามันจะปลอดภัยจริง โดยมีตัวอย่างมาให้เห็นก่อนหน้านี้ที่แอคเคาท์ของนาย Bo Shen ถูกแฮค โดยแอคเคาท์ที่ว่านี้ถูกใช้เก็บเหรียญ ETH และ REP ก่อนที่จะถูกเจาะโดยการขโมยรหัสทาง SMS ที่ทางนักแฮคได้ขโมยไป คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุดในการปกป้องโทรศํพท์ของคุณในกรณีที่คุณไม่มีกระเป๋าบิทคอยแบบฮาดแวร์ ตั้งแต่ระบบ Google Authenticator หรือ 2FA ไปจนถึงระบบ SMS บนโทรศัพท์ จะมีวิธีใดบ้างล่ะที่สามารถที่จะป้องกันแฮคเกอร์ในการขโมยบิทคอยออกไปจากกระเป๋าของคุณ โดยในอดีตนั้นมีเงินนับร้อยดอลลาร์ถูกขโมยออกโดยการแฮคโทรศัพท์ของผู้ใช้บิทคอยมาแล้ว บนเว็บ Reddit มีผู้คนหลายๆคนแนะนำมาว่าการใช้โทรศัพท์ที่มีราคาถูก...

อดีตเจ้าของบริษัท iNet Broadband ทุ่มสิบล้านเปิดให้บริการบิทคอย Cloud Mining สัญชาติไทยนาม HashBX

ท่ามกลางการประทุของราคาบิทคอยทั่วโลกในขณะนี้ที่ส่งผลให้หลายๆคนต้องรีบกระโดดขึ้นรถเพื่อเดินทางสู่การทำกำไรในชนิดที่เราๆเรียกกันว่า "เงินเร็ว" โดยหลายๆคนก็เลือกที่จะเทรด ในขณะที่อีกหลายๆคนก็เลือกที่จะขุด แต่ก็มีบางคนตัดสินใจเลือกที่จะช่วยให้คน "ไม่มีโอกาสได้ขุด มาลองขุด" ผ่านทางระบบที่เรียกว่า Cloud Mining โดยคุณวันเฉลิม ลังกาวิเขต หรือ CEO ของ HashBX แห่งประเทศไทยนั้นเป็นผู้แนะนำระบบการขุดเหรียญบิทคอยผ่านทางระบบ cloud ที่ว่านี้ ซึ่งสามารถทำให้คนที่มีเงินทุนแต่ไม่อยากปวดหัวเรื่องการวางระบบเครื่องขุดและค่าไฟมหาโหดสามารถสนุกไปกับการรับเหรียญบิทคอยแบบไม่ต้องเทรดได้ มิติใหม่แห่งการขุดบิทคอย ปกติแล้ว การจะขุดบิทคอยให้ได้ออกมาแต่ละเหรียญจะต้องอาศัยการถอดสมการทางคณิตศาสตร์ที่ยุ่งยากและซับซ้อน สมการที่ว่านี้สามารถที่จะถอดได้ด้วยมันสมองของมนุษย์แต่อาจจะต้องกินเวลาถึงร้อยหรือพันปีกว่าจะได้ออกมาสัก 1 ซาโตชิ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่การใช้เครื่องขุด ASIC (ประเภทของเครื่องขุดบิทคอยที่มีชื่อเต็มว่า Application Specific Integrated Circuits)...
- Advertisement -

บทความเก่า

Dash ราคาขึ้นมาถึง 45 ดอลลาร์ คำถามคือเกิดอะไรขึ้นกับมัน

บางคนก็เรียกมันว่าพวกหลอกลวง ส่วนคนอื่นๆก็เรียกมันว่านวัตกรรมสุดล้ำแห่งค่าเงินดิจิตอล แต่กระนั้น ราคาของแดชก็ได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ โดยราคาของเจ้าเหรียญที่ว่านี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขึ้นไปแตะเพดานที่ 60 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ อ้างอิงจาก CoinMarketCap.com การที่ราคาเพิ่มขึ้นถึง 40% ภายในแค่ 1 วันส่งผลให้กลุ่มผู้เฝ้าตลาด, นักเทรด และนักวิจารณ์ต่างก็โพสลงโซเชี่ยลของตัวเองอย่างบ้าคลั่งถึงการขึ้นของราคาในครั้งนี้ สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่นั้น เหรียญแดชคือ cryptocurrency ที่แต่ก่อนเป็นที่รู้จักกันดีในนาม darkcoin ก่อนที่จะถูกรีแบรนด์เป็น Dash โดยก่อนหน้านี้มีทั้งผู้ให้การสนับสนุนและวิจารณ์มานานหลายปีหลังจากที่เปิดตัวไป ในช่วงระหว่างนั้น...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า