Home ราคาและการวิเคราะห์

ราคาและการวิเคราะห์

วิเคราะห์ราคาบิทคอยน์ปี 2017: หกเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา

ราคาของบิทคอยน์นั้นค่อยข้างยากที่จะทำนายเนื่องจากมีปัจจัยที่หลากหลายที่ส่งผลต่อราคา แต่ทว่ามีเหตุการณ์ทั้งหมด 6 เหตุการณ์ด้วยกันที่อาจจะส่งผลให้ราคาบิทคอยน์พุ่งขึ้นสูงอีกในปีหน้านี้ โดยทั้งหมดนี้ประกอบไปด้วยการเปิดใช้งาน Segregated Witness หรือ Segwit, การเปิดตัวของ Lightning Network และ Tumbleit, รวมไปถึงการรับรอง Bitcoin ETFs, และความล้มเหลวของการบริหารเงินและเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วโลก Segwit, Lightning, Tumbleit เซกวิท, ไลท์นิงและทัมเบิลอิท เป็นเทคโนโลยีทางออกใหม่ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อรองรับการรับส่งบิทคอยน์ในขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะจัดการปัญหาของผู้ใช้งานที่เริ่มมีมากขึ้นทุกวัน เท่าที่ดูแล้ว Segwit น่าจะเป็นตัวที่มีแนวโน้มที่จะถูกเลือกมากที่สุดอันเนื่องมาจากการซัพพอร์ทของระบบกระเป๋าเงิน, สตาร์ทอัพและผู้ขุดเหรียญ โดยมีบิทโนดเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท 21 Inc., เจ้าของของบิทโนดกล่าวว่ามีมากกว่า 39.3%...

วิเคราะห์ราคา Ethereum (ETH และ ETC) รายสัปดาห์ (12 ธันวาคม)

ทิศทางของเทรนด์ระยะยาวกำลังจะเผยออกมาให้เห็นในระยะนี้ โดยราคาของอีเธอเรียมนั้นเรียกว่าน่าจะอยู่ที่จุดต่ำสุดแล้ว และการ rebound ในครั้งนี้น่าจะส่งผลให้ราคาพุ่งไปอยู่ที่ราวๆ 13-14 ดอลลาร์ ETH/USD ตามที่เราได้ทำการวิเคราะห์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะมีการ rebound ที่จุดต่ำสุด โดยจะเป็นการวิ่งออกจากการ side-way และราคาของ ETH ได้หยุดอยู่ที่ราคาจุดสำคัญของระดับ mid-term ณ ที่ 8.3 ดอลลาร์ต่อ 1 ETH โดยราคานั้นได้ตกลงไปเนื่องจากเทรดเดอร์รายใหญ่ได้ทำการเทขายและปิดออเดอร์ที่ราคาเกือบๆ 7 ดอลลาร์และหลังจากนั้นก็เริ่มทำการเปิดออเดอร์ซื้อที่ 6 ดอลลาร์ โดยตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคานั้นเด้งขึ้นมาจากจุดต่ำสุดได้เป็นเพราะว่ามีจุดแนวรับที่แข็งแรงคอยพยุงไว้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากราคาของเหรียญ ETH จะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นที่มั่นคงได้นั้น...

ราคาของ Bitcoin อยู่ในช่วงที่รอการเบรคเอาท์สู่จุดสูงสุดในรอบหนึ่งปี

ตามที่เราได้ทราบกันเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้วถึงการชะลอตัวของตลาด เนื่องจากเป็นช่วงที่เหรียญบิทคอยน์กำลังอยู่ในช่วงรอการสะสมในช่วงราคา 740-780 ดอลลาร์ ณ จุด pivot จนมาถึงวันนี้ที่เหรียญเริ่มมีการขยับตัวขึ้นทีละเล็กน้อยในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ในขณะที่เรากำลังคิดว่าการเบรคเอาท์นั้นใกล้เข้ามาในอีกไม่ช้า ก้าวต่อไปสู่ระดับราคาที่ 800 ดอลลาร์อาจจะใช้เวลานานและอาจจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เทรดเดอร์หลายๆคนหวังไว้ ในขณะที่เทรดเดอร์ทั่วโลกกำลังรอคอยวันหยุดที่ใกล้เข้ามานั้น มีปัจจัยพื้นฐานอยู่บางปัจจัยที่สอดคล้องกับปัจจัยทางเทคนิคที่ช่วยขับราคาให้สูงขึ้น อย่างแรกคือช่วงเวลา คือตอนนี้อยู่ในช่วงกลางเดือนธันวาคมที่กำลังเข้าใกล้มกราคมซึ่งเป็นช่วงที่บิทคอยน์มีแนวโน้มที่จะอยู่ในช่วงขาขึ้นมาก ต่อจากนั้นคือรัฐบาลของบางประเทศที่ล้มเหลวในการบริหารประเทศ โดยความล้มเหลวของพวกเขาที่ประกอบไปด้วยความพยายามในการแบนเงินสดหรือการยกเลิกการใช้ธนาบัตรบางชนิด และตอนนี้ก็มาถึงคราวของเวเนซุเอลาบ้างแล้ว และท้ายที่สุดคือทองคำที่เริ่มอยู่ในช่วงตลาดผันผวนที่ผู้คนเริ่มแย่งกันขายจนส่งผลให้ราคาเป็นขาลง ในขณะที่ราคาของบิทคอยน์กำลังเริ่มส่งสัญญาณวิ่งทะลุเพดาน บางทีผู้คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ตัวว่าบางสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กล่าวมาเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลให้ราคาและปัจจัยทางด้านเทคนิคอยู่ในเทรนด์กระทิงในช่วงตลอดปีนี้ หากพูดถึงมุมมองในระยะยาว เราจะต้องลองมองในกราฟรายสัปดาห์เพื่อที่จะได้เห้นภาพรวมที่ชัดเจนกว่าว่าตอนนี้เราอยู่ในจุดไหนแล้ว เมื่อดูที่กราฟโดยวิเคราะห์ราคาตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันก็จะเห้นว่ามันกำลังเริ่มสร้างตัวโค้งคล้ายๆรูปกระทะ ถ้าหากลองพิจารณาดูดีๆแล้วมันอาจจะเป็นรูปแบบ inverse head and shoulders ก็เป็นได้...

ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งขึ้นสูงถึง $2000 ในเดือนมกราคมที่จะถึง

ธนาคาร Saxo ได้ออกมาให้คำทำนายที่ค่อนข้างจะสุดลิ่มทิ่มประตู โดยอ้างถึงเหตุผลในครั้งนี้ว่าการใช้จ่ายงบประมาณของนายโดนัล ทรัมป์ สามารถที่จะเป็นเชื้อเพลงในการผลักดันราคาของบิทคอยน์ให้ทะยานขึ้นสูงไปแตะเพดานที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์ (ราวๆ 71,000 บาท) รวมถึงการขึ้นราคาของเงินดอลลาร์อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดโลกเริ่มมองหาตัวเลือกการใช้จ่ายอื่นๆ หลายๆคนเริ่มออกมาทำนายผลกระทบที่จะเกิดขึ้นถึงแผนการการใช้จ่ายงบประมาณของโดนัล ทรัมป์ที่อาจจะส่งผลให้หนี้ของประเทศสูงถึง 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจจะกระทบงบประมาณของรัฐที่อาจจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าจาก 600 ล้าน เป็น 1.2-1.8 ล้านๆดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 6-10% ของเศรษฐกิจรวมของสหรัฐอเมริกาที่ 18.6 ล้านๆดอลลาร์ นี่อาจส่งผลให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรงและอาจบีบให้ทาง Federal Reserve ต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและทำการรัดเข็มขัด...

โวลลุ่มของ Ethereum คลาสสิคร่วง 99%

โวลลุ่มของเหรียญ ETC หรือ Ethereum นั้นได้ร่วงลงมามากกว่า 99% ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยเหรียญตัวนี้ถือเป็นเหรียญตัวสำคัญที่ช่วยขับเดิน blockchain ของเหรียญ Ethereum ที่แยกตัวไปอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเหรียญคลาสสิคได้แจ้งเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโดยมีผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ระบุออกมานั้นดูเหมือนว่าจะทำให้หลายๆคนต้องผิดหวัง ข้อมูลของ CoinMarketCap เปิดเผยให้เห็นโวลลุ่มการซื้อขายภายใน 24 ชั่วโมงของเหรียญ ETC โดยร่วงลงมาต่ำกว่า 600,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้วในวันนี้ โดยต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของ 1% ของช่วงที่เหรียญมีโวลลุ่มมากที่สุด (155 ล้านดอลลาร์) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โวลลุ่มการซื้อขายไม่ได้แสดงถึงสาเหตุของเหรียญ...

Zcash ราคา ไหลดิ่งลงเหวทะลุแนวรับไปอยู่ที่ต่ำกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ

  เหรียญ Zcash (ZEC) อยู่ในช่วงเทรนด์หมี กระโดดตกลงไปอยู่ใต้ 50 ดอลลาร์ต่อ ZEC เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมนั้น ราคาก็กลายเป็นขาลงทันที โดยเหรียญ cryptocurrency ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพราะเคลมว่าให้ความเป็นส่วนตัวที่เหนือกว่าบิทคอยน์ ด้วยวิธีการ zero-knowledge proofs ที่เรียกว่า zk-SNARKS ซึ่งภายหลังราคาร่วงลงไปอยู่ที่ 46 ดอลลาร์เมื่อเวลาประมาณ ตีห้าครึ่งของวันนี้ (ข้อมูลจาก Poloniex) แต่ไม่นานนัก ราคาก็พุ่งดิ่งขึ้นไปอยู่ที่ 47.71 ดอลลาร์เมื่อตอนเวลา...

Ethereum ราคาทรุดหนักอย่างต่อเนื่องถึงจุดต่ำในรอบ 9 เดือน

ราคาของเหรียญ ETH ได้มาถึงจุด่ำในรอบ 9 เดือนในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา สร้างความตื่นตระหนกและความเครียดให้กับนักซื้อขายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ETH หนึ่งในเหรียญ cryptocurrency ที่ถูกสร้างขึ้นมารับรองระบบ Ethereum ได้ถึงจุดราคาที่ 7 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเหรียญ ซึ่งต่ำสุดตั้งแต่ 1 มีนาคม (อ้างอิงจาก CoinMarketCap) ซึ่งราคาได้ถึงจุดต่ำในเวลาประมาณตีหนึ่ง 44 นาที โดยคงตัวได้อยู่ในช่วงประมาณหนึ่งก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อยที่ 7.01 ดอลลาร์ที่เวลาตีสอง 1 นาที หลังจากนั้นราคาก็มีการปรับตัวตามการซื้อขายขึ้นมาตามลำดับ โดยฟื้นตัวมาอยู่ที่ 7.10 ดอลล่า...
- Advertisement -BX.in.th Bitcoin Exchange Thailand

บทความเก่า

อุตสาหกรรม 4 ประเภทที่กำลังได้รับผลกระทบจากบิทคอย

จากการที่ราคาของบิทคอยทะลุผ่าน 1,000 ดอลลาร์เป็นครั้งที่สอง ตอนนี้เราไม่สามารถคาดการณ์ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่เรารู้กันดีอยู่ตอนนี้คือบิทคอยนั้นสเถียรกว่าเศรษฐกิจในหลายๆประเทศ และมีตัวตนอยู่เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับมวลมนุษย์ ในปี 2017 นี้ เราเริ่มได้เห็นกันแล้วว่าบิทคอยจะเป็นสกุลเงินที่จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง แต่เราลองมาดูกันก่อนว่าตอนนี้มีภาคอุตสาหกรรมไหนบ้างที่เริ่มจะหันมากลัวบิทคอยแล้ว ธนาคารและสถาบันการเงิน เราจะเริ่มจากจุดที่เห็นกันอย่างชัดๆอย่างแรกซึ่งก็คือธนาคาร บิทคอยได้สร้างผลกระทบให้กับสถาบันการเงินและธนาคารต่างๆด้วยการที่ผู้คนสามารถจะโอนเงินหากันได้โดยไม่ต้องผ่านศูนย์กลางของรัฐบาล โดยแทนที่จะต้องใช้บัญชีธนาคารนั้น ผู้คนสามารถเลือกที่จะส่งหรือรับบิทคอยจากมือถือของพวกเขาได้ ในตอนที่บิทคอยมาใหม่ๆนั้น ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินได้ออกมาประกาศว่า cryptocurrency คืออุปสรรคของรัฐบาล แต่ทัศนคติของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในตอนนี้แม้แต่ธนาคารใหญ่ๆอย่าง Citi ก็ยังหันมาเริ่มสนใจบิทคอย พร้อมกับบอกว่ามันจะนำพานวัตกรรมอื่นมาหาเราในอนาคต มากกว่า 1 ปีกับอีกครึ่งที่ผ่านมา มีสถาบันการเงินใหญ่ๆทั่วโลกอย่าง...

บทความการวิเคราะห์ราคาเก่า