<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

[รีวิว] Bitkub เว็บเทรดคริปโตสัญชาติไทยจากอดีตผู้บริหาร Garena Thailand & Goldman Sachs

ปัจจุบันจำนวนเว็บไซต์ที่ให้บริการเทรดคริปโตในไทยนั้นเริ่มเพิ่มมากขึ้น แปลว่ามีทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานก็กำลังมีมากขึ้นเช่นกัน และแน่นอนว่าแต่ละเว็บก็มีเอกลักาณ์ จุดเดน จุดด้อยในตัวของมันเอง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บเทรดสัญชาติไทยนาม Bitkub ได้เปิดให้บริการให้ผู้ใช้งานสามารถเทรดได้แล้ว โดยเว็บดังกล่าวมี CEO เป็นคุณต้น สกลกรน์ สระกวี อดีตผู้บริหารบริษัท Garena Thailand และคุณแบงค์ อธิชนัน พลูเกษ อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs

ดีไซน์และความง่ายต่อการใช้งาน

กระดานเทรดใช้โทนสีเขียว-ขาวเป็นหลัก โดยสีเขียวทำให้นึกถึงสีของตัวเลขราคาที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่สมัครเว็บไซต์และ Login เป็นที่เรียบร้อยแล้วเราจะพบกับหน้าหลัก ซึ่งแสดงให้เห็นถึง สถานะต่าง ๆ ในบัญชีของเรา เช่น อยู่ในระดับไหน, ทำการยืนยันตัวตนไปหรือยัง, เพิ่มบัญชีธนาคารไปหรือยัง หรือ เปิดใช้งานระบบ Two-factor ไปหรือนัง รวมถึงยอดเงินในบัญชีของเรา ถือว่าทำออกไปค่อนข้างใช้งานง่าย และสบายตา ตัวหนังสือไม่เล็กเกินไป สามารถตรวจสอบสถานะต่าง ๆ ของบัญชีเราไม่ยาก และมุมบนขวามีให้เลือกสลับภาษาทั้งไทยและอังกฤษแล้วแต่ความชอบของผู้ใช้ พร้อมทั้งหากใครมีปัญหาตรงไหนสามารถติดต่อ สอบถามได้ทางช่องทางโทรศัพท์, Live Chat (ตรงมุมล่างขวาในเว็บไซต์) และ Email ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 7 วัน ซึ่งนับว่าเป็นจุดเด่นที่เว็บอื่นไม่มี เหมาะแก่นักเทรดมือใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานในส่วนนี้ และมือเก่าที่ติดปัญหาและต้องการแก้ไขโดยเร็ว

มาสู่ฟีเจอร์หลักคือหน้าซื้อขาย ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนไปหน้าอื่น ๆในแถบต่าง ๆ ได้ที่ช่องทางซ้าย และจากที่ลองใช้งานในเว็บไซต์พบว่าไม่มีปัญหาการค้าง หรือ Error ซึ่งดูลื่นไหลเป็นอย่างมาก

ซื้อขาย

ในส่วนฟีเจอร์หลักของเว็บเทรดนั้นคือการซื้อขาย โดยผู้ใช้มี 2 ทางเลือกในการซื้อขาย นั่นคือลิมิตออร์เดอร์ และมาร์เก็ตออร์เดอร์ ตามมาตราฐาน แต่ยังขาดแบบ Stop-Limit ไป

ผู้ใช้งานต้องทำการยืนยันตัวตน (KYC) ในระดับแรกให้ผ่านก่อน ถึงจะได้รับอนุญาติให้สามารถเทรดได้ ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนได้ลองทำการ KYC เว็บ Bitkub ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ ก็อนุมัติเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนับว่าเร็วมาก ๆ เนื่องจากโดยปกติกว่ากระบวนการนี้เสร็จต้องกินเวลากว่า 24 ชั่วโมงสำหรับเว็บเทรดชั้นนำอื่น ๆ

การซื้อขายนั้นสามารถกำหนดได้อย่างชัดเจนว่าเราอยากได้ Bitcoin จำนวนกี่ BTC หรืออยากซื้อ Bitcoin ด้วยเงินกี่บาท หลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว สามารถเลือกเปลี่ยนคู่เงินที่ต้องการเทรดได้ด้านบนซ้าย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 2 คู่ คือ BTC/THB และ ETH/THB จัดว่าเป็นสองสกุลหลักในวงการคริปโต และคาดว่าในอนาคตอันใกล้จะมีคคริปโตอย่าง Wanchain และ Cardano เพิ่มเข้ามาอ้างอิงจากทางเว็บไซต์ของ Bitkub… ซึ่งในเว็บเทรดอื่นในไทยยังไม่มีคริปโตดังกล่าวเปิดให้ซื้อขาย ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเว็บนี้ที่เข้าใจว่านักเทรดต้องการอะไร

ค่าธรรมเนียมในการเทรดนั้นอยู่ที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์จากปริมาณที่เทรด เช่น ขาย Bitcoin ได้เงินทั้งหมด 1000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียม 2.5 บาท

ในส่วนตัวกราฟนั้นเหมือนมาตราฐานเช่นเว็บอื่น ๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเห็นถึงปริมาณการเทรด และสามารถเปลี่ยน Timeframe ได้ตามมาตราฐาน หรือวาดเส้น ขีดเขียนลงไปบนกราฟได้ด้วยเช่นกันสำหรับนักเทรดที่ชอบการทำ Technical Analysis

ข้างใต้กราฟแสดงให้เห็นถึงรายการล่าสุด (รายการซื้อ-ขายที่จับคู่กันเรียบร้อยแล้ว), รายการซื้อ และรายการขายที่ยังไม่ถูกจับคู่ตามรูป 

และ ข้างใต้รายการล่าสุด แสดงให้เห็นถึง ออร์เดอร์ของเราที่เปิดอยู่ หรือประวัติการซื้อขายของเรา

ผู้ใช้ได้ลองโอน ETH เข้าไปจำนวนนึงเพื่อลองซื้อขาย หลังจากที่เราสร้างออร์เดอร์จะมีแถบแจ้งเตือน (Notification) สีเขียวด้านข้างขึ้นว่า ออร์เดอร์ของเราได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว เพื่อยืนยันเราอีกรอบ และหากมีการจับคู่ออร์เดอร์เกิดขึ้นก็จะมีแจ้งเตือนอีกเช่นกันว่า ออร์เดอร์ของเราได้ถูกจับคู่แล้ว

ซึ่งทางผู้เขียนได้ลองกดขายที่ราคาตลาดดูปรากฎว่าใช้เวลาไม่กี่วินาที ก็มีการจับคู่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้ลองออร์เดอร์ที่มีมูลค่ามาก เลยไม่แน่ใจว่าจะเป็นแบบนี้ในทุก ๆ รอบหรือไม่

ฝากถอนเงินบาท/ คริปโต

สำหรับผู้ที่ต้องการฝากเงินเข้าจำเป็นต้องเพิ่มบัญชีธนาคารซะก่อน ซึ่งเว็บ Bitkub รองรับธนาคารหลัก ๆ เกือบทุกธนาคารในประเทศไทย ผู้เขียนได้ลองเพิ่มบัญชีธนาคารเข้าไปพบว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นในการอนุมัติซึ่งถือว่าคอ่นข้างไวหากเทียบกับเว็บเทรดในไทยเว็บอื่น ๆ

ผู้ใช้งานสามารถฝากเงินจากบัญชีที่อนุมัติแล้ว เข้าไปได้ที่บัญชีธนาคารกสิกร และไทยพาณิชย์ของบริษัท Bitkub มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินบาท หากถอนเข้าบัญชีของธนาคารกสิกรจะเสีย 20 บาท ทุก ๆ จำนวน แต่ถ้าถอดเข้าธนาคารอื่น ค่าถอนจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนที่ถอนตามตารางด้านล่าง และหากผู้ใช้ต้องการถอนเงินจำเป็นต้องส่งคำขอที่จะถอนก่อน 18.00 น. หากส่งหลังจากนั้นคำขอจะถูกพิจารณาอีกทีในต่อไปตอน 11.00 น.

ในส่วนของการฝากถอนคริปโตนั้น ผู้ใช้สามารถดูว่ามีคริปโตสกุลไหนที่เว็บไซต์รองรับได้ในแถบ “สกุลเหรียญ” ด้านซ้ายมืออีกเช่นกัน ซึ่งมีให้เลือกในการฝาก ถอน และเทรดอยู่ในหน้านั้น ในปัจจุบันเว็บดังกล่าวรองรับ Bitcoin และ Ethereum เราสามารถสร้างกระเป๋าของคริปโตสำหรับ 2 ตัวนี้ได้ เช่น เราอยากสร้างกระเป๋าของ Bitcoinก็กดเข้าไปที่คำว่า “ฝากเหรียญ” ด้านขวามือของคำว่า Bitcoin จากนั้นกดสร้าง Address ก็จะมี Address ขึ้นมาให้เราสามารถทำการฝากถอน Bitcoin ได้ โดย Bitcoin มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 0.0005 BTC และ Ethereum อยู่ที่ 0.005 ETH นับว่าราคามาตราฐานสำหรับเว็บเทรดในไทย ผู้เขียนได้ลองฝาก ETH เข้าไปใน Bitkub ใช้เวลาตามมาตราฐานปกติเหมือนการโอนทั่วไปภายในไม่กี่นาที

กิจกรรม

เว็บ Bitkub ตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมให้ผู้ใช้งานมีความสนุกในการเทรดตลอดเวลา ปัจจุบัน มีกิจกรรมในการแข่งเทรดทั้งรายเดือน และราย 2 สัปดาห์ ตอนนี้ หากผู้ใช้คนไหนมีปริมาณการเทรดเยอะที่สุดในหนึ่งเดือน หรือหากผู้ใช้คนไหน เทรดได้กำไรเปอร์เซ็นต์เยอะที่สุด ซึ่งจะมีกระดาน Ladder Board ขึ้นโชว์ภายในระยะเวลากิจกรรมก็จะได้รางวัลเป็น ซึ่งนับว่าเป็นจุดเอ่นอีกจุดในเว็บไซต์ที่กระตุ้นให้ผู้ใช้งานมีแรงจูงใจในการเทรดมากขึ้น ที่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งผู้ที่มีทุนมากและน้อย

ความปลอดภัย ความโปร่งใส

เว็บ Bitkub มีตัวเลือกให้สามารถเปิด Two-Factor สำหรับการ Login เพื่อป้องกันการแฮ็คและเวลากดถอนเงินต้องได้รับการกดยืนยันในอีเมลก่อนที่จะถอนได้

อ้างอิงจากข่าวเปิดตัวที่ Siam Blockchain ได้เคยรายงาน บริษัท Bitkub มีทุนจดทะเบียนบริษัททั้งหมด 50 ล้านถูกต้องตามกฎหมาย, ใช้ระบบ Cold Storage และมีบริษัทตั้งอยู่จริง ๆ แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส และความปลอดภัยของบริษัทที่มั่นใจได้ว่าเงินที่เราฝากไปนั้นอยู่กับคนที่ไว้ใจได้ ไม่ใช่กับใครไม่รู้ที่เราไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้หากเกิดเหตุขึ้นจริง ๆ

สภาพคล่อง

อ้างอิงจากข้อมูลในเว็บไซต์ Bitkub มีปริมาณการเทรด BTC/THB อยู่ที่ประมาณ 1 BTC และ ETH/THB อยู่ที่ประมาณ 7 ETH ภายใน 24 ชั่วโมงในเวลาที่เขียนบทความอยู่นี้ ซึ่งนับว่าไม่ดีและไม่แย่เกินไปสำหรับเว็บที่พึ่งเปิดให้บริการได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่คาดว่าหากให้เวลามากกว่านี้, มีคู่เหรียญให้เทรดมากกว่านี้ และมีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โอน ฝาก ถอนไว ผู้เขียนคาดว่าภายในไม่กี่เดือนจะกลายเป็นเว็บเทรดชั้นนำได้อย่างแน่นอน

  • ความง่ายต่อการใช้งาน
  • เทคนิคอลซัพพอร์ท
  • ความหลากหลายของหมวดหมู่ที่มีให้เทรด
  • ความหลากหลายของเหรียญที่มีให้เทรด
  • ดีไซน์และความสวยงาม
  • ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
  • สภาพคล่อง
  • กิจกรรม
3.7

สรุป

โดยภาพรวมแล้วเว็บดังกล่าว ทำได้ตามที่โฆษณาไว้ ตั้งซื้อ, ตั้งขาย, ฝากเงิน, โอนเงิน, ถอนเงิน,ยืนยันตัวตน, Support และเพิ่มบัญชีธนาคาร ทำได้ดีมาก ๆ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่เว็บดังกล่าวไม่ละเลยปัญหาของผู้ใช้ ซึ่งในข้อนี้จะทำให้ผู้ที่ใช้งาน กลับมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่ยังขาดไปคือสภาพคล่อง และจำนวนสกุลเงินที่สามารถเทรดได้

ข้อดี :

  • Support ไวมาก ๆ มีตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ซึ่งเว็บอื่นไม่มี
  • เว็บจดบริษัทถูกต้อง มีหลักแหล่ง น่าเชื่อถือ
  • ฝาก ถอน เงินบาทไว
  • มีกิจกรรมเยอะ สามารถเข้าร่วมได้ทุกคน ไม่ว่าจะมีทุนมากหรือน้อย
  • ค่าถอนถูกมาก ๆ โดยเฉพาะกสิกร
  • ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนมาก

ข้อเสีย

  • คู่เงินที่มีในตอนนี้ยังไม่มากเท่าไร
  • สภาพคล่องยังไม่เยอะมาก เนื่องจากพึ่งเปิดได้ไม่นาน

ข้อเสนอแนะ

  • ควรมี Option ให้สามารถเลือกได้เวลากดซื้อขาย ว่าอยากซื้อขายกี่เปอร์เซ็นต์เช่น ขาย Bitcoin 50 เปอร์เซ็นต์จากที่เรามีทั้งหมด จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถแบ่งไม้ในการเทรดได้ง่ายขึ้น
  • เวลามีเงินโอนเข้าหรือออกควรจะมี Email ส่งไปแจ้งเตือนเจ้าของบัญชี เผื่อในกรณีที่เขาไม่สะดวกเปิดเว็บจะได้ทราบ
  • ควรมีช่อง Notification รวม ที่บอกว่าบัญชีเรามีอะไรเกิดขึ้นแล้วในอดีต เช่น การยืนยันตัวตนของเราผ่านแล้วในเวลานี้ ๆ, บัญชีธนาคารของเราได้รับการยืนยันแล้วในเวลานี้ ๆ หรือมีการซื้อขายอะไรไปเท่าไรแจ้งอีกรอบ เป็นต้น
  • ควรเพิ่มเหรียญ XRP เนื่องจากหากผู้ใช้งานอยากย้ายเงินจากที่อื่นเจ้ามาเทรดในเว็บ ก็สามารถทำได้โดยง่ายเนื่องจากเหรียญดังกล่าวโอนไวและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ
ร่วมหาคำตอบทิศทางราคา Bitcoin ได้ในงานมหกรรมด้านคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในไทยในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ บัตรมีจำนวนจำกัด!จองที่นั่งเลย
+ +