<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

ทำไม Bitcoin ยังคงเป็นการลงทุนที่ดีแม้เข้าสู่ช่วงตลาดหมี

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

นักวิเคราะห์ชี้ว่า Bitcoin ยังคงเป็นที่หลบภัยที่ดีสำหรับนักลงทุนในระยะยาวแม้จะอยู่ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นขึ้นอย่างมากรวมทั้งความผันผวนของตลาดที่สูงในปี 2022

ความผันผวนที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้คุกคามระบบเศรษฐกิจทั้งแบบ fiat และ crypto ปัจจุบันเราได้พบเห็นอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและภัยคุกคามจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้เราได้เห็นศักยภาพของ stablecoin มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่า Bitcoin จะมีมูลค่าลดลงกว่า 60% จากจุดสูงสุดตลอดกาลแต่ในการเผชิญหน้ากับความยากลำบากของเศรษฐกิจในปัจจุบัน BTC ยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาเงินทุนของพวกเขาในระยะยาว

bitazza-may-768x90

เงินเฟ้อพุ่ง

อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนได้แตะระดับสูงสุดประวัติการณ์ที่ 8.1% เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ที่ระดับ 8.6% ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

สิ่งที่นักลงทุนและคนทั่วไปมักถามนั่นก็คือ “สาเหตุที่แท้จริงของอัตราเงินเฟ้อนี้คืออะไร?” หลายคนอาจคาดการณ์ถึงราคาอาหารที่สูงขึ้น ต้นทุนเชื้องเพลงที่สูงขึ้น หรือปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน แต่ทั้งหมดนี้ล้วนมีบทบาทสำคัญทั้งสิ้น

ทั้งนี้สาเหตุที่แท้จริงของเงินเฟ้อคือการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก เมื่อสิ่งต่างๆ แย่ลงเรื่อยๆ คนธรรมดาทุกหนทุกแห่งจะมองหาวิธีที่จะปกป้องเงินออมที่ได้มาอย่างยากเย็นจากภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง

ความผันผวนทางเศรษฐกิจ

หลายทศวรรษที่ผ่านมา หน้าที่หลักของธนาคารกลางคือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยทั่วไป นั่นหมายถึงการทำงานเพื่อรักษาอัตราเงินเฟ้อประจำปีให้คงที่ที่ประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทั้งธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้เปลี่ยนจุดยืนของตนต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ  

ตอนนี้ FED ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่าการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ยแบบยืดหยุ่น (FAIT) ซึ่งตั้งเป้าไปที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 2% ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ภายใต้แนวคิดนี้ทำให้อัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 8% ทำให้นักลงทุนทั่วไปยังคงกังวลว่าจะกลับมาเฉลี่ยที่ 2% ได้อย่างไร 

จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ECB ได้ดำเนินนโยบายที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อที่รุนแรงลดลงด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าร้อยละ 0 ซึ่งนำไปสู่การอัดฉีดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจมากขึ้น

ปกป้องเม็ดเงิน

เห็นได้ชัดว่าถึงเวลาแล้วที่จะหาวิธีแก้ไขเงินเฟ้อแบบใหม่ ซึ่งสามารถปกป้องผลประโยชน์ของผู้ออมได้ดีกว่า ข่าวดีก็คือในขณะที่การป้องกันเศรษฐกิจทั้งหมดจากผลกระทบของนโยบายการเงินแบบ fiat ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ ซึ่งกล่าวได้ง่ายว่า Bitcoin มีภูมิคุ้มกันจากความเสี่ยงทางการเงินที่มากกว่า

แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่มองว่า BTC เหมาะสมสำหรับการลงทุนหรือการเก็งกำไรมากกว่า แต่ด้วยข้อได้เปรียบของการเงินแบบกระจายอำนาจทำให้ผู้คนสามารถถือสินทรัพย์ของพวกเขาได้อย่างมั่นใจว่าจะปราศจากนโยบายทางการเงินอย่างฉับพลัน ซึ่งนั่นแหละว่าเม็ดเงินของพวกเขาได้รับการปกป้องในระยะยาวเนื่องจากค่าเงิน fiat ด้อยค่าลงเนื่องจากเงินเฟ้อ

ค่าต่ำสุดรายปีอาจเป็นตัวบ่งชี้มูลค่าระยะยาวที่ดีกว่าค่าสูงสุดรายปี 

อย่างทีทราบกันดี Celcius แพลตฟอร์มการให้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่งหยุดการถอนเงินและการโอนเงินของลูกค้าโดยอ้างถึง “สภาวะตลาดที่รุนแรง” นั่นหมายความว่า Bitcoin บนแพลตฟอร์มไม่ใช่ของคุณ 100%

วิธีเดียวที่จะเป็นเจ้าของสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างแท้จริงคือการซื้อขายด้วยตนเองและเก็บสินทรัพย์ไว้บนกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือ Hardware Wallet 

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการมองภาพรวมในระยะยาวของนักวิเคราะห์เท่านั้น ซึ่งหากมองการลงทุนในระยะสั้นใน 1 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า BTC เป็นสินทรัพย์ที่มีการด้อยค่ามากกว่าอัตราเงินเฟ้อเสียอีก

miningpro-may-768x90