<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

หัวหน้าฝ่าย Crypto ของ JPMorgan กล่าวว่า เหรียญคริปโตส่วนมากนั้นเป็น “ขยะ”

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Umar Farooq หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของสถาบันการเงินใหญ่ JPMorgan ได้ออกมากล่าวว่า สินทรัพย์ คริปโต ส่วนใหญ่ในตลาดนั้นเป็น “ขยะ” และสำหรับกรณีการใช้งานจริงของคริปโตนั้นก็ยังไม่ถึงเวลา เพราะยังไม่สามารถปลดล็อคความสามารถของคริปโตได้ออกมาอย่างเต็มที่

โดยในระหว่างการอภิปรายที่งานสัมมนา Green Shoots ของ Monetary Authority of Singapore เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา  Farooq กล่าวว่า กฎระเบียบในปัจจุบันยังไม่สามารถตามอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วได้ทัน ซึ่งนี่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้สถาบันการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) เข้ามาเกี่ยวข้องกับคริปโต

“จริงๆ แล้วคริปโตส่วนใหญ่เป็นขยะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกเหรียญหรอก ก็มีประมาณ 2-3 โหลเลยที่เป็นข้อยกเว้นของผม ก็ต้องเข้าใจว่าทุกวันนี้ การใช้งานเหรียญคริปโตยังไม่เกิดขึ้นจริง และกฎระเบียบก็ยังไม่ชัดเจน” Farooq ผู้ที่ซึ่งทำหน้าที่เป็น CEO ของหน่วยบล็อคเชนของ JPMorgan Onyx Digital Assets (ODA) กล่าวเสริม

bitazza-may-768x90

ผู้บริหารของ JPMorgan ยังกล่าวโต้แย้งด้วยว่า ภาคส่วนนี้ยังไม่เติบโตเต็มที่พอที่จะนำไปใช้ในวงกว้างได้หรือใช้เพื่อเงินมูลค่าสูงระหว่างสถาบัน TradFi หรือตอบโต้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น การฝากเหรียญกับธนาคาร  

Farooq ได้เน้นย้ำให้ทุกคนเห็นว่า คริปโตและเทคโนโลยี บล็อกเชน รวมถึง Web3 ในวงกว้างมีลักษณะเป็นการใช้เพื่อเก็งกำไร

“คุณต้องให้ทุกสิ่งเหล่านั้นเติบโตเพื่อที่คุณจะได้ทำสิ่งต่าง ๆ กับพวกมันได้จริงๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น เงินส่วนใหญ่ที่ใช้ใน Web3 ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ก็มีไว้สำหรับการลงทุนเพื่อเก็งกำไร”

อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา JPMorgan ดูเหมือนจะมิตรกับตลาดคริปโตเพิ่มเติมขึ้น โดยยักษ์ใหญ่ด้านการธนาคารเริ่มมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อใช้ปรับปรุงบริการ TradFi โดยเฉพาะ

ที่มา : cointelegraph

miningpro-may-768x90