<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

นักวิเคราะห์ยืนยัน “Bitcoin จะไม่เจอจุดต่ำสุดจนกว่าเศรษฐกิจโลกจะมาถึงจุดต่ำสุด”

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Michael Kantrowitz หัวหน้าฝ่ายนักวิเคราะห์การลงทุนของ Piper Sandler ได้ออกแชร์มามุมมองเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและตลาดคริปโตเคอเรนซี่ผ่านการให้สัมภาษณ์ของ Yahoo Finance Live ในวันนี้

โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เหรียญคริปโตได้มีการเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์ไปกับ “ค่าเบต้า” (ดัชนีวัดความเสี่ยงที่เป็นระบบ ที่บอกถึง “ความรุนแรงและทิศทาง” การเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนของหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดโลก)

อย่างไรก็ตามนักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา หลังจากได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ว่าธนาคารจะยังคงเข้าแทรกแซงตลาดอย่างจริงจังเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพของราคาหุ้น แม้จะต้องแลกมากับการกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตก็ตาม

bitazza-may-768x90

“ดังนั้นเราจึงเห็นความเสถียรภาพเกิดขึ้นเล็กน้อยในสิ่งต่าง ๆ เช่นหุ้นหรือ Bitcoin หลายคนอาจคิดว่าทุกอย่างมันจบลงแล้ว แต่นั่นคือเหตุผลที่คาดว่าเราอาจเริ่มเห็นความเจ็บปวดมากขึ้นอีกในอนาคต”

เนื่องจากความผันผวนที่ยังคงดำเนินต่อไปในสินทรัพย์เสี่ยง Kantrowitz จึงคาดว่า ราคาเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกอาจร่วงทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 15,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามเขาเสริมด้วยว่าเป้าหมายขาลงที่ว่านั้นยังไม่ใช่มุมมองในระยะยาว

“มันเป็นมุมมองที่เกิดจาก การตระหนักว่าตลาดคริปโตมีการซื้อขายที่คล้ายกับตลาดหุ้นในปัจจุบัน ดังนั้นจนกว่าเราจะเห็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจ ผมคิดว่าเราไม่น่าจะได้เห็นจุดต่ำสุดของ bitcoin” เขากล่าว

สำหรับภาพรวมของตลาดในมุมมองที่กว้างขึ้น Kantrowitz ยังคงคาดการณ์ดัชนีหุ้น S&P 500 ณ สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ระดับราคาเป้าหมายแถว $3,400 และชี้ให้เห็นว่าความคาดหวังจากรายได้ที่สูงเกินไปในที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อตลาดกระทิง

“ผมไม่คิดว่ามันเป็นมุมมองที่ทำให้หลายคนแปลกใจหรือเห็นต่างไปจากเสียงส่วนมาก เนื่องจากเราพูดเรื่องนี้กันมาทั้งทั้งปีแล้ว และในวันนี้คนส่วนใหญ่ก็พูดแบบนั้น…เราคิดว่าประมาณการว่ารายได้จะลดลงอีกประมาณ 6% ต่อปีสิ้นสุดลงที่ประมาณ 230 ดอลลาร์ และเมื่อถึงตอนนั้น เราคิดว่าจะมีแรงกดดันต่อตลาดหลายอย่างเกิดขึ้น เช่นการได้เห็นสินเชื่อกระจายตัวในวงกว้างขึ้นและข้อมูลการจ้างงานที่เริ่มแย่ลง”

“นั่นคือสิ่งที่จะทำให้ S&P 500 บรรลุระดับราคาเป้าหมายในช่วงสิ้นปีนี้ที่ระดับ 3,400” Kantrowitz กล่าว “ตอนนี้ เราไม่ได้คิดว่ามันต่ำหรือคาดการณ์ว่าประมาณรายได้จะออกมาเป็นอย่างไร เราแค่คิดว่านั่นคือสิ่งที่จะผู้คนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้”

ที่มา : finance.yahoo

miningpro-may-768x90