<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

Bitcoin จะกลายเป็นระบบการเงินแรกของโลกที่ไร้มลพิษภายในปี 2024 

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Bitcoin (BTC) ยังคงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลกระทบของ carbon footprint เนื่องจากสินทรัพย์ดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยอมรับในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากนักขุด crypto ได้เลือกใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊สซคาร์บอนไดออกไซต์

มีรายงานว่า Bitcoin จะปล่อย carbon footprint เป็นศูนย์ภายในเดือนธันวาคม 2024 โดยจะกลายเป้นระบบการเงินระบบแรกที่บรรลุการปล่อย carbon footprint เป็นศูนย์ตามการวิจัยของ BatCoinz ind i cates

จากการศึกษาพบว่าเครือข่าย Bitcoin ในปัจจุบันมีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุดที่ 62.4% โดยคาดว่าภายในเดือนมีนานคม 2023 ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 72.7% และคาดว่าจะเป็น 100% ในปี 2024

bitazza-may-768x90

แผนภูมิเส้นแนวโน้มการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ของ Bitcoin ที่มา: Bat Coinz

ภายใต้วิธีการนี้ นักวิจัยได้คำนวณปริมาณพลังงาน Bitcoin ที่ปล่อยออกมาจากแหล่งคาร์บอนเชิงบวกจากนั้นจึงได้ปริมาณคาร์บอนเชิงบวก นอกจากนี้นักวิจัยยังได้ออกแบบวิศวกรรมย้อนกลับเพื่อคำนวณปริมาณก๊าซมีเทนที่จะต้องถูกกำจัดออกจากอากาศผ่านการเผาไหม้เพื่อปรับสมดุลปริมาณคาร์บอนเชิงลบ 

เส้นทางสู่คาร์บอนเป็นศูนย์

ข้อสรุปการศึกษานี้ขึ้นอยู่กับการใช้ก๊าซหุงต้มเพื่อขับเคลื่อนการขุด Bitcoin ซึ่งเติบโตขึ้น 8.3 เมกะวัตต์ต่อเดือนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021

“เราคาดว่าการขุด Bitcoin โดยใช้ก๊าซมีเทนจะเติบโตเพียง 83% ของอัตราการเติบโตของการทำเหมืองก๊าซหุงต้น ทั้งนี้เราคาดการร์ว่าในกลางไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 จะทำให้เครือข่าย Bitcoin กลายเป็นคาร์บอนเป็นกลางได้อย่างสมบูรณ์”

นอกจากนี้การวิเคราะห์ยังยอมรับว่า hash rate อาจเพิ่มขึ้นไปควบคู่กับการใช้พลังงานที่เติบดตในอนาคต อย่างไรก็ตามผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการใช้เครือข่ายแบบหมุนเวียนได้เพิ่มประสิทธิภาพของการขุด BTC เช่นเดียวกัน 

การวิพากษ์วิจารณ์ carbon footprint ของ Bitcoin 

โดยทั่วไป carbon footprint ของ Bitcoin จะได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ประเทศต่าง ๆ โดยหัวข้อนี้กลายเป็นจุดที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญด้านกฎระเบียบเป็นอย่างมาก เช่น ทำเนียบขาวได้รับมอบหมายให้ศึกษาเพื่อกำหนดการใช้พลังงานสำหรับขุด BTC หรือ crypto โดยออกเป็นนโยบายการกำกับดูแลของประเทศ

ในเวลาเดียวกัน เหมืองขุด BTC ได้หันมาใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

อย่างไรก็ตามตามรายงานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ความต้องการไฟฟ้าของการขุด Bitcoin ลดลง 21% ตั้งแต่ต้นปีซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากว่าการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในอีก 2 ปีข้างหน้านั้นอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง

miningpro-may-768x90