<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

Craig Wright บอกศาลว่าเขาได้ ‘ทำลายฮาร์ดไดรฟ์’ ที่ใช้เข้าถึง Wallet ของ Satoshi ไปแล้ว

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ณ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์เมื่อวันพุธ Craig Wright ได้บอกกับศาลนอร์เวย์ว่าเขา “ทำลายฮาร์ดไดรฟ์” ที่มีกุญแจสำคัญสำหรับการอนุญาตให้เข้าถึง Private keys ของ Satoshi Nakamoto ไปแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงไม่เชื่อว่าเขาคือผู้สร้าง Bitcoin ตามที่เขากล่าวอ้างไว้ และไม่สามารถพิสูจน์ความจริงข้อนี้มาได้นับตั้งแต่ปี 2016

การที่ Wright ไม่สามารถพิสูจน์คำกล่าวอ้างของเขาด้วยหลักฐานที่ยอมรับได้ เป็นประเด็นหลักในการพิจารณาคดีของเขาในนอร์เวย์ โดยเหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในสองคดีการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่าง Wright และผู้ใช้นามแฝงใน Twitter ที่มีผู้ติดตามประมาณ 8,000 คนบนโลก Crypto อย่าง Hodlonaut (ชื่อจริง Magnus Granath) โดย Hodlonaut เขียนโพสต์ไว้เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2019 ว่า Wright เป็นคนเสแสร้ง รวมถึงเรียกเขาว่า “นักต้มตุ๋น” และ “คนหลอกลวง”

ก่อนหน้านี้ Wright พยายามพิสูจน์ว่าเขาคือ Satoshi ในปี 2016 โดยแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเข้าถึง Private keys ของ Satoshi ได้ โดยเริ่มจากการเปิดเผยข้อมูลการลงนามร่วมกับ Gavin Andresen ผู้พัฒนา Bitcoin และ Jon Matonis อดีตผู้อำนวยการมูลนิธิ Bitcoin และโพสต์ข้อพิสูจน์อื่น ๆ ลงในบล็อกสาธารณะ ซึ่งทั้งหมดถูกหักล้างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสที่มีชื่อเสียงหลายคน

bitazza-may-768x90

อย่างไรก็ตาม ในนอร์เวย์ Wright ไม่ได้พยายามใช้หลักฐานการเข้ารหัสเพื่อโน้มน้าวศาลอีกต่อไปว่า เขาคือ Satoshi ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาอ้างว่า เขาตั้งใจทำลายหลักฐานเพียงชิ้นเดียวของตนเอง โดยเกี่ยวข้องกับการพยายามฆ่าตัวตายในเดือนพฤษภาคม 2016 หลังจากเซ็นสัญญากับ Andresen ได้ไม่นาน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันเขาอ้างว่าไม่สามารถพิสูจน์การเข้ารหัสได้ และข้อมูลลักษณะเฉพาะตัวก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคีย์

สำหรับประเด็นหลักในการทำลายฮาร์ดไดรฟ์ Wright บอกกับศาลว่ามันเป็นวิธีเดียวที่จะหลีกเลี่ยงการถูกบังคับให้พิสูจน์ตัวตนของเขาด้วยการเข้ารหัส ซึ่งการทำลายฮาร์ดไดรฟ์เป็นสิ่งที่เขาเคยปฏิเสธที่จะทำ เพราะมันจะทำให้มีผู้วิจารณ์ว่าเขาพยายามหาทางออกจากปัญหาด้วยวิธีมักง่าย

“คุณสามารถพูดได้ว่านี่เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง แต่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมเคยทำมาในชีวิต” Wright กล่าวอย่างมีชีวิตชีวาเมื่อถูกถามโดย Ørjan Haukaas ทนายความของ Hodlonaut ว่าเขาทำลายฮาร์ดไดรฟ์โดยเจตนาหรือไม่

ในการพิจารณาคดี Wright ยังคงตั้งใจใช้ประโยชน์จากความสำเร็จทางวิชาการของเขาเหมือนกับคำกล่าวอ้างอื่น ๆ ที่ผ่านมา อย่างประวัติการทำงาน สิทธิบัตรมากมาย และความสัมพันธ์ของเขากับผู้คน 100 คน ที่รวมถึง Andresen ด้วยเช่นเคย

จากนั้น Wright ก็ได้บอกกับผู้พิพากษาศาล Helen Engebrigtsen ว่าแรงจูงใจสูงสุดของเขาคือการให้ผู้พิพากษาเข้าใจว่าพวกเราสามารถยึด Bitcoin จากอาชญากรผ่านคำสั่งศาลได้

“ประเด็นที่ผมพยายามจะสื่อและที่กำลังสื่ออยู่นี้คือ Bitcoin ไม่ได้เข้ารหัส” Wright กล่าว “มีข้อมูลผิด ๆ มากมายจากนักเทรด BTC ที่เกี่ยวข้องกับตลาดยาเสพติดหรือหนังลามก ผมต้องการให้ทุกคนที่มองว่า กฎหมายไม่สามารถทำอะไรกับ Bitcoin ของอาชญากรได้นั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด”

เมื่อ Haukaas ถาม Wright ว่า เขาจะรู้สึกเสียใจหรือไม่ถ้าหากผู้พิพากษาประกาศว่า เขาเป็น Satoshi เขาอาจได้รับคำอนุญาตจากศาลให้เข้าถึงขุมทรัพย์ของ Satoshi ซึ่งคาดว่าจะมีความเสียหายอยู่ที่ 1.1 ล้าน Bitcoins จากการที่เขาทำลายคีย์ทิ้งไป ซึ่งทางฝั่ง Wright ได้พูดเชิงหยอกล้อกลับไปว่า “Satoshi ไม่เคยมี 1.1 ล้าน Bitcoins”

นอกจากนี้ Wright ยังบอกศาลเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยว่า แม้เขาจะไม่มีคีย์ของ Satoshi แต่มันก็จะไม่หยุดจากการเข้าถึงเหรียญของ Satoshi ของเขาได้ เพราะ Bitcoin เป็นเหมือนกับบัญชีแยกประเภท หากคุณทำผิดพลาดในบัญชี คุณก็สามารถอัปเดตได้เสมอ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ รวมถึงการมีคำสั่งศาลใหม่ ๆ ที่จะมาควบคุม Bitcoin ก็สามารถทำได้เสมอ แต่ต้องทำให้เป็นสาธารณะ

แม้ว่า Wright จะกล่าวแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วคำสั่งศาลไม่สามารถบังคับใช้กับการเคลื่อนย้าย Bitcoin ในเครือข่ายบล็อกเชนได้ เพราะยังเป็นเรื่องยากมากที่จะนำคำสั่งศาลไปใช้บนเทคโนโลยีดีงกล่าว วิธีเดียวในการเคลื่อนย้ายเหรียญในขณะนี้ก็คือการใช้คีย์ส่วนตัวที่ Wright อ้างว่าได้ทำลายไปแล้ว

ที่มา: coindesk

miningpro-may-768x90