<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

Dogecoin ขึ้นแท่นเครือข่าย Proof of Work ที่ใหญ่เป็นอันดับสอง หลังจบ The Merge

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในที่สุดการอัปเกรด The Merge ของ Ethereum ที่รอคอยกันมานานก็เสร็จสิ้นลง และนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในโลก Crypto โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อเหรียญมีมอย่าง Dogecoin ด้วยเช่นกัน

Dogecoin เคยเป็นสกุลเงินดิจิทัลกลไก PoW ที่ใหญ่เป็นอันดับสาม แต่หลังจาก Ethereum เปลี่ยนกลไกไปเป็น Proof of Stake (PoS) ทำให้ในเวลานี้ Dogecoin ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ขับเคลื่อนโดยกลไก PoW ที่ใหญ่เป็นอันดับสองแล้ว อีกทั้งความจริงที่ว่า Dogecoin ได้ขึ้นมาอยู่เหนือ Litecoin ในชาร์ตอันดับ ยิ่งทำให้ผู้คนสนใจในเหรียญนี้กันอย่างล้นหลาม 

แม้ว่าจะมีเหรียญใหญ่ ๆ อย่าง Ethereum Classic (ETC) หรือ Litecoin (LTC) แต่ Dogecoin ก็ยังคงเป็นรองแค่เพียงเหรียญรุ่นบุกเบิกอย่าง Bitcoin (BTC) เท่านั้น โดยจากชาร์ตอันดับเหรียญ Crypto ที่ใช้กลไก PoW จะสังเกตเห็นว่าเหรียญอันดับต้น ๆ อย่าง Ethereum Classic (LTC), Litecoin (LTC), Monero (XMR) และ Bitcoin Cash (BCH) ยังคงรักษาอันดับไว้ในที่สาม สี่ ห้า และหก ตามลำดับ และถ้าหากพิจารณาจากสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด โดยรวมถึงโทเค็นกลไก PoS ด้วยแล้ว Dogecoin ก็ยังคงได้รับอันดับที่ 10 ของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด ตามมูลค่าตลาดที่ 8.04 พันล้านดอลลาร์ ณ ขณะนี้

bitazza-may-768x90

การก้าวขึ้นไปยังอันดับสองของสินทรัพย์กลไก PoW ที่ใหญ่ที่สุด ถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นสำหรับ Dogecoin เนื่องจากภาพลักษณ์ของเหรียญทำให้หลายคนไม่เชื่อว่าเหรียญมีมจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ แต่ในฝั่งของผู้ที่สนับสนุนให้ Dogecoin ประสบความสำเร็จด้วย Twitter ก็ได้ออกมากล่าวยอมรับความสำเร็จนี้ว่า “ใครจะไปคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ยินดีด้วยนะ Dogefam”

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Elon Musk ได้เปิดขายนกหวีด Tesla Cyberwhistle โดยจำกัดให้ต้องใช้ Dogecoin ในการซื้อเท่านั้น ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 1,000 DOGE หรือประมาณ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สินค้าดังกล่าวกลับขายหมดภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากที่ Elon Musk โปรโมตบน Twitter

ในอีกด้านหนึ่ง การที่ Ethereum เปลี่ยนกลไกเป็น PoS ทำให้ลดการใช้พลังงานของ Ethereum ลงได้กว่า 99% ส่งผลให้การใช้พลังงานทั่วโลกลดลง 0.2% อย่างไรก็ตาม ETHPoW – the Ethereum hard fork chain จะยังคงใช้การขุดด้วยกลไก PoW ต่อไป โดยมีแนวโน้มจะเปิดใช้งานได้เร็ว ๆ นี้ ซึ่งบัญชี Twitter อย่างเป็นทางการของ ETHPoW กล่าวว่าการนับถอยหลัง 1 ชั่วโมงสำหรับการเปิดตัว mainnet จะเริ่มขึ้นในอีก 23 ชั่วโมง

ที่มา: thecryptobasic

miningpro-may-768x90