<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

วุฒิสมาชิกออสเตรเลียกล่าวว่า CBDC ของจีนอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

สมาชิกวุฒิสภาประเทศออสเตรเลีย Andrew Bragg หนึ่งในแกนนำสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี วางแผนเสนอร่างกฎหมายเพื่อตรวจสอบธนาคารจีนที่ดำเนินงานในประเทศและการใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางจีน (CBDC) หรือที่รู้จักกันในนาม e-CNY โดยกล่าวว่าการประยุกต์ใช้สกุลเงินนี้อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

นาย Andrew Bragg ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC radio ในวันจันทร์ ว่าเขาจะเสนอกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลในการประชุมสภาช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยเขาให้ความเห็นว่า หากสกุลเงิน e-CNY ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภูมิภาคแปซิฟิคหรือในทวีปออสเตรเลีย จะสร้างเสริมอำนาจให้แก่จีนอย่างมหาศาลทั้งทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ที่จีนยังไม่ได้แผ่ขยายมาถึงในปัจจุบัน จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือในกรณีนี้ และเห็นว่าจำเป็นต้องเรียนรู้สกุลเงินดิจิทัลนี้มากขึ้น

ประเทศจีนยังคงเป็นหนี่งในคู่ค้ารายใหญ่ของออสเตรเลีย แม้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศจะอยู่ในช่วงขาลง โดยเฉพาะเมื่อทางการออสเตรเลียร้องขอให้มีการสืบสวนอย่างอิสระเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ถูกจีนกลับตอบโต้ด้วยการแบนและคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าไปยังประเทศออสเตรเลีย อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย Scott Morrison กล่าวถึงการกระทำนี้ของจีนว่าเป็นภัยต่อสันติสุขของภูมิภาค

bitazza-may-768x90

CBDC เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นโดยธนาคารกลางจีน ซึ่งได้ทำการทดสอบใช้งานแล้วในปี 2014 และถูกมองว่าเป็นสกุลเงินที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในบรรดาสกุลเงินของธนาคารกลางที่กำลังทำการทดสอบอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ด้านธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศในเดือนที่ผ่านมาว่า ธนาคารได้เริ่มทำการวิจัยเกี่ยวกับเป็นไปได้เกี่ยวกับกรณีการใช้งานของ CBDC  

Bragg ยังต้องการเข้ามากำกับดูแลเหรียญ Stablecoins หรือ Cryptocurrency ที่ตรึงมูลค่าอยู่กับสินทรัพย์อื่น เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันกับสกุลเงิน Fiat ซึ่งการออกสินทรัพย์ประเภทประเภทดังกล่าว โดยไม่มีใบอนุญาตจะถือมีความผิด

เป็นที่สังเกตว่าประเทศออสเตรเลียมีเหรียญดิจิทัลจำนวนหนึ่งแล้ว เช่น เหรียญออสเตรเลียดอลลาร์ (AUDT) และเหรียญ A$DC ที่พัฒนาโดยกลุ่มธนาคารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

นาย Bragg กล่าวเพิ่มเติมว่า Stablecoins กำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบระดับสากลที่มีความเข้มงวดมากขึ้น หลังจากการล่มสลายของโปรเจกต์เหรียญ Terra/Luna ที่สร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งทำให้ราคาเหรียญคริปโตส่วนใหญ่มีมูลค่าที่ลดลงอย่างมาก และส่งผลกระทบให้บริษัทบางแห่งตกอยู่ในสภาวะล้มละลาย

เมื่อปีที่แล้ว นาย Bragg ได้นั่งเก้าอี้ในวุฒิสภาและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีคริปโตเคอร์เรนซี่และบล็อคเชนเป็นจำนวนมาก ทั้งยังได้เสนอข้อแนะนำ 12 ข้อแก่รัฐบาลออสเตรเลียเพื่อสร้างกรอบกฎหมายด้านคริปโตที่เหมาะสม 

อย่างไรก็ดี พรรค Liberal Party ของ Bragg ได้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนและพรรค Labor Party ซึ่งครองคะแนนเสียงส่วนใหญ่ได้ออกกฎหมายควบคุมคริปโตที่ดูเหมือนว่าจะครอบคลุมเพียงแค่ไม่กี่สกุลเท่านั้น นโยบายหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายก็คือ token mapping ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกันกรณีการใช้งานของสกุลเงินดิจิทัลแต่ละสกุลและเสนอแนะว่าควรควบคุมแต่ละสกุลเงินอย่างไร

ที่มา: forkast

miningpro-may-768x90