<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

ประธานธนาคารกลางยุโรปเตือน ! Crypto มีศักยภาพในการขัดขวางบทบาทของธนาคารกลาง

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ประธานธนาคารกลางยุโรปอย่าง Christine Lagarde ยังคงออกมาแสดงให้เห็นถึงความกังวลในประเด็นเรื่องการเติบโตของ Crypto ที่ส่งผลให้เกิดภัยคุกคามต่อระบบของธนาคารแบบดั้งเดิม

Lagarde กล่าวว่าการเติบโตของ Crypto สามารถขัดขวางบทบาทของธนาคารกลางในด้านการทำหน้าที่เป็น “ผู้ยึดเหนี่ยวเศรษฐกิจ” พร้อมทั้งได้เตือนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะนำไปสู่ยุคของการธนาคารที่มีความเสรี

เธอตั้งข้อสังเกตว่า ธนาคารจำเป็นต้องรักษาบทบาทหลักไว้โดยมีส่วนร่วมในการทดลองใช้โซลูชันดิจิทัลไปพร้อม ๆ กับผลักดันการตอบสนองต่อความต้องการด้านการชำระเงินทางดิจิทัลในกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อ

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

“ธนาคารกลางได้ดำเนินการในฐานะผู้ยึดเหนี่ยวทางการเงินที่มีความเกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์และเงินส่วนตัว ถ้าหากเราไม่ได้อยู่ในฐานะนั้น ถ้าเราไม่เกี่ยวข้องกับการทดลอง การคิดค้น หรือถ้าเราไม่ได้เป็นธนาคารกลางที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล เราก็มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียบทบาทในการเป็นผู้ยึดเหนี่ยวอย่างที่เราเคยทำมาหลายสิบปี”

ทั้งนี้ Lagarde ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า “ในช่วงศตวรรษที่ 19 เคยมีช่วงที่ถูกเรียกว่า Free Banking โดยในช่วงเวลานั้นสังคมไม่มีผู้ยึดเหนี่ยวทางการเงินอย่างธนาคารกลาง ซึ่งนั่นได้ผลักดันให้เกิดวิกฤตภายหลังวิกฤต อยากกลับไปในยุคสมัยนั้นกันไหม?”

ในขณะที่ Lagarde กำลังพูดในการอภิปรายเกี่ยวกับการเงินดิจิทัล เธอก็ได้ตั้งข้อสังเกตและกล่าววิพากษ์วิจารณ์ Crypto ด้วยเช่นกันว่า Crypto ไม่มีคุณค่า

ทั้งนี้ผู้เจาะลึกการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางสหรัฐฯ (CBDC) อย่าง Jerome Powell  ก็ได้ออกมาสมทบในประเด็นดังกล่าวด้วย โดยเขาเน้นว่าจะไม่มีการระบุชื่อผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งแบ่งปันลักษณะในอุดมคติ 4 ประการของ CBDC ที่มีความเป็นไปได้

“ประการแรกคือ การเป็นตัวกลาง ประการที่สองคือ การปกป้องความเป็นส่วนตัว ประการที่สามคือ การไม่ระบุชื่อเพื่อจะได้ไม่กลายเป็นเครื่องมือสำหรับผู้ถือที่ไม่เปิดเผยตัวตน และประการสุดท้ายคือ การสามารถถ่ายโอนหรือใช้งานร่วมกันได้” Powell กล่าว

Powell เน้นย้ำว่าลักษณะของ CBDC ที่เป็นไปได้นั้นจำเป็นต้องสร้างความสมดุลระหว่างการปกป้องความเป็นส่วนตัวกับการยืนยันตัวตน อันเป็นสิ่งที่มีความคล้ายคลึงกับระบบธนาคารแบบดั้งเดิมในปัจจุบัน อีกทั้งประเด็นนี้ยังเกี่ยวข้องกับขอบเขตอำนาจศาลที่กำลังผลักดันให้กฎระเบียบของ Crypto สามารถลดการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนตัว และในกรณีดังกล่าว สิ่งสำคัญอยู่ที่การเปิดตัว CBDC เพื่อตอบสนองการเติบโตของสินทรัพย์อย่างเช่น Bitcoin (BTC)

ที่มา: finbold