<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

ศาลอังกฤษสั่ง ! ‘เจ้าพ่อค้ายาแห่งอังกฤษ’ ห้ามใช้ WhatsApp และ Bitcoin

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ขณะที่ความนิยมของ Bitcoin เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ  รัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกจึงเบี่ยงเข็มไปหา Bitcoin และนักเทรดมากขึ้น และหนึ่งในคดีระหว่างรัฐบาลกับ Crypto ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้น คดีของชายคนหนึ่งจากเมือง Liverpool ที่ชื่อ Curtis Warren หรือที่รู้จักในฉายาว่า ‘Brit Pablo Escobar’

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Warren เพิ่งได้รับคำพิพากษาจากศาลของสหราชอาณาจักรที่สั่งห้ามไม่ให้เขาใช้ Bitcoin เนื่องจาก Curtis Warren เป็นอาชญากรที่มีชื่อเสียงซึ่งอยู่ในสายตาของสหราชอาณาจักรมาเป็นเวลานาน อีกทั้งเขายังเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดขององค์การตำรวจสากลก่อนที่เขาจะถูกจับกุม

ก่อนหน้านี้ Warren เคยรับโทษจำคุก 12 ปีในเนเธอร์แลนด์ หลังถูกจับได้ว่าค้ายาเสพติดและอาวุธ รวมเป็นมูลค่า 125 ล้านปอนด์ และจากนั้นเขาก็ได้รับโทษจำคุกเพิ่มอีก 4 ปีเนื่องจากเตะเพื่อนนักโทษเสียชีวิต

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

ทว่าต่อมา Warren ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดลักลอบขนกัญชา และถูกตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 13 ปี ในปี 2009 ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่กฎหมายจัดการกับผู้ค้ายารายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ Sunday Times Rich List ยังเคยเปิดเผยว่า Warren มีรายได้ประมาณ 15 ล้านปอนด์ต่อสัปดาห์จากธุรกิจผิดกฎหมายของเขา

จริง ๆ แล้ว Warren กำลังจะได้รับการปล่อยตัวในไม่ช้า แต่ระบบศาลของสหราชอาณาจักรได้กำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดสำหรับการปล่อยตัวเขา โดยนอกจากจะสั่งห้ามไม่ให้เขาทำธุรกรรมหรือลงทุนใน Bitcoin แล้ว Warren ยังถูกแบนจากการใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความชื่อดังของสหรัฐฯอย่าง WhatsApp อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องที่น่าสนใจที่สุดของเงื่อนไขการปล่อยตัวคือ การสั่งห้ามใช้ Bitcoin

เงื่อนไขไม่ได้จบเพียงแค่นั้น Warren จะต้องแจ้งล่วงหน้าหนึ่งวันถึงจะสามารถขึ้นรถหรือรถตู้ของเพื่อนได้ และเขาจะต้องแจ้งล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ถึงจะสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้

เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bitcoin ถูกนำมาเชื่อมโยงกับอาชญากร เนื่องจากการใช้ Bitcoin เพื่อกระทำความผิดทางกฎหมายยังคงเป็นข้อโต้แย้งสำหรับผู้ร่างกฎหมายต่อต้านการมีอยู่ของ Crypto แม้ว่าจะมีการศึกษาพบว่าการทำธุรกรรม Bitcoin มีผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะทำให้มีความผิดทางอาญา

ในขณะที่อุตสาหกรรม Crypto ยังคงมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่ารัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกจะมีการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบในตลาดมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การจับกุมผู้ไม่หวังดีได้มากขึ้นเช่นกัน

ที่มา: bitcoinist