<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

5 คำทำนาย Crypto ในปี 2022 ที่อาจไม่มีวันเป็นจริง

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเริ่มเข้าสู้ยุคเฟื่องฟูในปี 2021 เมื่อ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีสกุลต้น ๆ สกุลอื่นราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงทำสถิติสูงสุดใหม่ ความคาดหวังที่เกิดขึ้นจากคริปโตเคอร์เรนซีสกุลเหล่านี้ ทำให้ผู้ที่อยู่ในตลาดและนักวิเคราะห์ต่างคาดหวังว่า ตลาดกระทิงจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งไม่เป็นเช่นนั้น

จากการที่ราคา Bitcoin สร้างสถิติใหม่ในเดือนพฤศจิกายนปี 2021 มูลค่าตลาด Crypto ทั่วโลกก็ได้พุ่งขึ้นถึงแตะระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ความคาดหวังที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลทำให้เกิดความคลั่งไคล้ในหมู่นักลงทุน  นักวิเคราะห์ และนักเทรดชื่อดังที่มาพร้อมการคาดการณ์ถึงตลาดกระทิง

อย่างไรก็ตาม ปี 2022 กลับไม่เป็นไปตามที่เหล่านักลงทุนหวัง เศรษฐกิจมหภาค ภาวะเงินเฟ้อ และการปรับอัตราดอกเบี้ยของ FED ที่ไม่ได้ส่งผลดีต่อตลาด Crypto มากเท่าไหร่นัก

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

Bitcoin (BTC) จะมีราคาพุ่งแตะ $100,000

ย้อนกลับไปในช่วงไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 เมื่อราคา Bitcoin สร้างทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์แตะระดับ 69,000 ดอลลาร์ จึงมีการคาดการณ์กันว่าราคาของ Bitcoin อาจจะพุ่งขึ้นสูงถึงระดับ 100,000 ดอลลาร์ หรือแม้กระทั่ง 162,000 ดอลลาร์

ด้วยราคา Bitcoin ที่อยู่ต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2022 การคาดการณ์ดังกล่าวจึงดูไร้ความหวัง โดยย้อนก่อนไปเมื่อปี 2021 โมเดลทำนายราคา Stock to Flow (S2F) ของ Plan B คาดหวังว่า ราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นสูงแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ในปี 2022 และ 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2025

กรณีในแง่ดีที่สุดของการคาดการณ์ ของ Plan B คือ การที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 135,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2021 ซึ่งอยู่ห่างไกลจากความเป็นจริง ที่ 45,600 ดอลลาร์ของเมื่อปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์ Willy Woo ก็เป็นอีกคนที่คาดการณ์ว่า ราคา Bitcoin ในช่วงปลายปีว่าจะมีราคาอยู่ที่ 162,000 ดอลลาร์ และเขายังคาดการณ์ด้วยว่าราคา Bitcoin จะสามารถไปได้ถึงระดับ 200,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2021 และฟันธงว่าราคา Bitcoin จะไม่ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 50,000 ดอลลาร์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ Crypto winter ทำให้ Willy Woo เปลี่ยนคำคาดการณ์ราคาของเขาใหม่เป็น 30,000 ดอลลาร์แทนที่จะเป็น 100,000 ดอลลาร์ในปีนี้

จะไม่มีตลาดหมีเกิดขึ้นอีกแล้ว

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์รายการพ็อดแคส What Bitcoin Did เมื่อปี 2021 นักวิเคราะห์ Willy Woo ได้กล่าวว่าหลังจากตลาดกระทิงในปี 2021 จบลง วัฏจักรตลาดกระทิงจะทำให้ไม่เกิดตลาดหมีขึ้นอีก และราคา Bitcoin จะอยู่ในระดับสูงไปตลอดกาล

อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin ได้ปรับฐานร่วงลงกว่า 70% ทั้งตลาดส่วนใหญ่ดูจะตกอยู่ในสภาวะตลาดหมี และคริปโตเคอร์เรนซีส่วนมากก็มีมูลค่าที่ร่วงลงกว่าสองเท่าจากราคาสูงสุดตลอดกาล

Ethereum จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า Bitcoin

ในปี 2021 เมื่อราคาขอว Bitcoin และ Ethereum ได้ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ราคา Ethereum ดูจะเหมือนว่าจะให้ผลตอบแทนที่มากกว่า Bitcoin เห็นได้จากในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนที่ Bitcoin ราคาพุ่งขึ้น 64% แต่ด้าน Ethereum ราคากลับพุ่งขึ้นกว่า 70%

และด้วยการอัปเกรด The Merge ของ Ethereum ในเดือนกันยายน 2022 ผู้คนส่วนใหญ่ในตลาดจึงคาดการณ์ว่าราคาของ Ethereum จะพุ่งสูงขึ้นและให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่า Bitcoin อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้นทั้งยังราคาร่วงลดลง ตามรอย Bitcoin อีกด้วย

USDC จะมีมูลค่าตลาดแซง Tether ในฐานะเหรียญ stablecoin ที่ใหญ่ที่สุด

การเติบโตของ USDC เมื่อปีที่แล้ว จนทำให้มูลค่าตลาดของ stablecoin พุ่งแตะ 5.5 หมื่นล้านนั้น ทำให้หลายคนเชื่อว่า เหรียญนี้จะสามารถพลิกเอาชนะ USDT หรือ Tether ในฐานะ stablecoin เบอร์หนึ่งของตลาด

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ USDT ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ด้วยมูลค่าตลาด ที่ 6.8 หมื่นล้าน ในขณะที่ USDC มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 4.4 หมื่นล้าน

เหรียญ Meme coin และเหรียญ Metaverse จะกลายเป็นกระแสหลัก

เหรียญ Meme coin อย่าง Dogecoin (DOGE) และ Shiba Inu (SHIB) ติดเทรนด์ตลอดที่งปี 2021 ส่วนใหญ่เกิดความความชื่นชอบของเหล่านักลงทุน หรือการสนับสนุนจาก Elon Musk อีกส่วนที่อยู่ในความสนใจของสื่อโซเซียลมีเดียอย่าง เหรียญเมตาเวิร์ส ApeCoin (APE) และ Decentraland (MANA)

ราคาของโทเค็นเมตาเวิร์สพุ่งขึ้นสูงและกลายเป็นที่นิยมในช่วงปลายปี 2021 ในขณะที่ เหรียญ Meme coin อย่าง DOGE และ SHIB กลายเป็นผู้นำตลาดนับตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 อย่างไรก็ตาม ทั้ง Meme coin และโทเค็นของเมตาเวิร์สต่างสูญเสียเสน่ห์ไปในปีนี้ เนื่องจากเหล่านักลงทุนต่างสนใจลงทุนในเหรียญคริปโตชั้นนำมากกว่า

ที่มา: Be in Crypto