<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ Liz Truss ลาออกหลังจากล้มเหลวในการบริหารงบประมาณ

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ Liz Truss ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่หลายคนบอกว่าเธอเป็นผู้สนับสนุน Bitcoin และผู้คนในวงการคริปโตต่างก็กำลังตั้งตารอคอยกันว่าเธอจะมีนโยบายเกี่ยวกับ cryptocurrency อย่างไร

ล่าสุดในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานาง Truss ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากล้มเหลวในการบริหารงบประมาณด้านการลดภาษี ซึ่งทำให้เธอถูกประท้วงภายในพรรคอนุรักษ์นิยมของเธอเอง

นาง Truss ได้ออกแถลงการณ์กลางถนน Downing Street เกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งของเธอในวันพฤหัสบดี โดยเธอบอกว่า

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

“ฉันตระหนักดีกว่าในสถานการณ์นี้ ฉันไม่สามารถทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จได้ ข้าพเจ้าจึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม”

ทางพรรคจะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ในสัปดาห์หน้า 

นาง Truss อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 44 วัน โดย 10 วันจาก 44 วัน ก็เป็นวันที่รัฐบาลหยุดทำงานเนื่องจากเหตุการณ์การสวรรคตของควีนอลิซาเบธที่ 2

ล่าสุดสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมมากกว่า 17 คน ได้เรียกร้องให้นาง Liz Truss ก้าวลงจากตำแหน่ง

เงินปอนด์ได้พุ่งขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ โดยมีการซื้อขายสูงสุดที่ 1.127 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับวันที่ 22 กันยายน ก่อนที่งบประมาณของนาง Truss จะเข้ามาในตลาด

พรรคฝ่ายค้าน พรรคแรงงาน พรรคแห่งชาติสก็อตแลนด์ และพรรคเสรีประชาธิปไตย เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทันทีในบ่ายวันพฤหัสบดี โดยนาย Keir Starmer หัวหน้าพรรคแรงงานกล่าวว่า “พรรคอนุรักษ์นิยมจะไม่มีอำนาจในการปกครองอีกต่อไป”

การลาออกจากตำแหน่งของนาง Truss ทำให้การปรับปรุงงบประมาณตามที่พรรคอนุรักษ์นิยมตั้งไว้นั้นมีความไม่แน่นอน แต่นาง Truss ได้บอกว่า “การส่งมอบตำแหน่งผู้นำจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน”

ต้องพยายามมากกว่านี้

นาย Paul Dales หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสหราชอาณาจักรของ Capital Economics ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องพยายามมากกว่านี้เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากตลาดการเงิน

“ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ นโยบายทางการเงินได้ทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่สภาวะถดถอยหลังจาก GDP ลดลงไปประมาณ 2% และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นถึง 5% ”

Source : cnbc