<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

Google Cloud เปิดตัว Blockchain Node Engine สำหรับนักพัฒนา Ethereum แล้ววันนี้

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Google Cloud กำลังขยายความพยายามในการสนับสนุนนักพัฒนา Web 3.0 ในการสร้างและเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ใหม่บนแพลตฟอร์มที่ใช้บล็อกเชนเนื่องจากเทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการย้ายและจัดเก็บข้อมูล

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2022 Google Cloud ได้ประกาศเปิดตัว Blockchain Node Engine ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้บล็อกเชนซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยนักพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่บนแพลตฟอร์ม

Blockchain Node Engine เป็นโหนดโฮสต์ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบสำหรับการพัฒนา Web 3.0 ซึ่งจะสนับสนุนเครือข่าย Ethereum (ETH) เป็นเครือข่ายแรก อีกทั้งยังจะช่วยนักพัฒนาบล็อกเชนสามารถเสนอโหนด Ethereum ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบซึ่งสามารถใช้งานบล็อกเชนได้อย่างปลอดภัย

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

เร่งความเร็วการซิงค์โหนด

Google ตั้งข้อสังเกตว่าการปรับใช้โหนดด้วยตนเองจำเป็นต้องมีการจัดเตรียมอินสแตนซ์การประมวลผล เช่น การติดตั้งไคลเอ็นต์ Ethereum เช่น geth และรอให้โหนดซิงค์กับเครือข่าย อาจใช้เวลาหลายวันในการซิงค์โหนดแบบเต็มจากบล็อกแรก เช่น genesis

ดังนั้น Blockchain Node Engine ของ Google Cloud จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเร่งความเร็วและทำให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้นโดยช่วยให้นักพัฒนาสามารถปรับใช้โหนดใหม่ในการดำเนินการเดียวและเลือกภูมิภาคและเครือข่ายผ่าน mainnet หรือ testnet

เพิ่มความปลอดภัย

นอกจากนี้ Blockchain Node Engine มีการตั้งค่าความปลอดภัยที่อาจช่วยป้องกันการเข้าถึงโหนดที่ไม่ต้องการ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้สามารถทำได้เฉพาะเครื่องและผู้ใช้ที่เชื่อถือได้เท่านั้นโดยสามารถเชื่อมต่อกับปลายทางของไคลเอ็นต์เมื่อโหนดถูกวางไว้หลังไฟร์วอลล์ Virtual Private Cloud 

นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นบริการที่มีการจัดการเต็มรูปแบบ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานของ Blockchain Node Engine โดย Google Cloud คอยตรวจสอบโหนดอย่างต่อเนื่อง และหากมีสิ่งใดผิดพลาด โหนดจะรีสตาร์ททันทีหากเครือข่ายต้องการ

อย่างไรก็ตาม Google Cloud อ้างเพิ่มเติมว่า Blockchain Node Engine จะช่วยให้ทีมมีสมาธิกับผู้ใช้มากกว่าโครงสร้างพื้นฐานโดย “ลดความต้องการทีม DevOps เฉพาะทาง” และ “โดยเสนอข้อตกลงระดับบริการ (SLA) ของ Google Cloud”