<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

Coinbase ขาดทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาทในไตรมาสที่สาม หรือความสนใจใน crypto เริ่มลดลง

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ท่ามกลางภาวะตกต่ำของตลาด Crypto กระดานเทรดยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Coinbase ได้รายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาสที่สามของปีนี้ โดยผลการรายงานอยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2022 โดยธุรกิจรายงานขาดทุนสุทธิประมาณ 545 ล้านดอลลาร์ซึ่งทำให้ราคาหุ้นของบริษัทดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง

“ไตรมาสที่สามเป็นไตรมาสที่ Coinbase ได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัญหาเศรษฐกิจมหภาคและตลาด crypto ที่แข็งแร่งขึ้น รวมถึงปริมาณการซื้อขายที่ไหลออกสู่กระดานเทรดอื่น ๆ”

หากให้เทียบเป็นไตรมาส Coinbase ได้เห็นรายได้จากการทำธุรกรรมซื้อขายลดลง 44% เป็น 366 ล้านดอลลาร์

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

อย่างไรก็ตาม Coinbase ได้ออกมาเปิดเผยเพิ่มเติมว่าบริษัทได้เห็นการเติบโตของรายได้จากการสมัครและบริการ ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนมาจากการมีส่วนร่วมกับระบบนิเวศ USDC และกิจกรรม staking ที่สูงขึ้น

ในขณะเดียวกันรายได้จากการสมัครสมาชิกและบริการบนแพลตฟอร์มก็ได้เพิ่มขึ้น 43% เป็น 211 ล้านดอลลาร์ พร้อมได้รับแรงหนุนจากรายดับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในไตรมาสที่สามอยู่ 576 ล้านดอลลาร์ หรือลดลง 28% หากเทียบกับไตรมาสที่สอง

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของ Coinbase เป็นยอดรวมแล้วกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์แม้จะลดลง 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองแต่ดูเหมือนว่าบริษัทก็ยังคงขาดทุนอยู่ดี

ผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังของกระดานเทรดระดับโลกทำให้ราคาหุ้นตกอย่างรุนแรง โดยนักลงทุนจำนวนมากไม่เชื่อว่าบริษัทจะสามารถฟื้นตัวจากสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย ปัจจุบันราคาหุ้นของ Coinbase ที่จดทะเบียนใน NASDAQ มีราคาอยู่ที่ 55.80 ดอลลาร์ซึ่งลดลง 8.09% ในช่วง 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้กระดานเทรดได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนสำหรับปี 2022 และปีต่อ ๆ ไปโดยกระดานเทรดกล่าวว่าบริษัทยังคงมองโลกในแง่ดีและจะดำเนินการอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

“แม้ว่ามูลค่าตลาด crypto จะมีความผันผวนสูงในเดือนตุลาคม แต่เราไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า”

อย่างไรก็ตามกระดานเทรดระดับโลกกล่าวว่าตลาด crypto ที่กำลังปะทะกับเศรษฐกิจมหาภาคในปัจจุบันอาจทวีความรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งนักลงทุนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ