<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

ธนาคารกลางสิงคโปร์ลั่น ! ต้องการเป็นศูนย์กลางบล็อกเชน แต่ไม่ใช่เก็งกำไรใน Crypto

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Ravi Menon กรรมการผู้จัดการธนาคารกลางการเงินของสิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์ยังคงมีความต้องการที่จะเป็นศูนย์กลางด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนในเหรียญ Crypto เท่านั้น

“หากการเป็นศูนย์กลางด้าน Crypto คือการมีประสบการณ์ด้านการทำโปรแกรมการเงิน เพื่อประยุกต์ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในชีวิตจริง  หรือเปลี่ยนโทเค็นเป็นสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมทางการเงิน พวกเราก็ต้องการเป็นศูนย์กลางด้าน Crypto” เขากล่าวในพิธีเปิดงาน Singapore Fintech Festival 2022 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน DBS Bank กำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบนำร่องเงินดิจิทัลเป็นครั้งแรกของสิงคโปร์ สำหรับบัตรกำนัลของรัฐบาล ที่เปิดให้ผู้ค้าสามารถกำหนดตั้งค่าและดำเนินการใช้งานด้วยตัวเองอย่างอิสระ

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

“แต่ถ้าหากนั่นหมายถึงการเทรดและการเก็งกำไรใน Crypto นั่นก็ไม่ใช่ประเภทของศูนย์กลาง Crypto ที่พวกเราอยากเป็น” กรรมการผู้จัดการธนาคารกลางการเงินของสิงคโปร์กล่าว

สิงคโปร์มีความทะเยอทะยานที่จะเป็นศูนย์กลาง Crypto โลก แต่ก็ได้มีการปราบปรามอุตสาหกรรม Crypto หลังจากที่นักลงทุนรายย่อยได้สูญเสียเงินเก็บไปในการเทรด Crypto และมีการกล่าวเตือนว่าการเทรด Crypto “มีความเสี่ยงสูงและไม่เหมาะสมกับบุคคลทั่วไป” จากการที่มีความผันผวนและลักษณะที่เป็นการเก็งกำไร ถึงขั้นแบนการโฆษณา Crypto ในที่สาธารณะและโซเชียลมีเดียในเดือนมกราคมปี 2021 และเสนอมาตรการใหม่เพื่อปกป้องนักลงทุนรายย่อยหลังจากการล่มสลายของ Luna จนทำให้สูญเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อไม่นานมานี้

กระนั้น สิงคโปร์ยังคงแสดงให้เห็นว่า สิงคโปร์มีความต้องการเปิดรับเทคโนโลยีบล็อกเชนใหม่ ๆ และมีส่วนร่วมในหลายโปรเจกต์ รวมไปถึงโปรเจกต์ Ubin ซึ่งประสบความสำเร็จในการทดลองใช้บล็อกเชนในการทำธุรกรรมทางการเงินและหลักทรัพย์

อีกโปรเจกต์คือ โปรเจกต์ Guardian ซึ่งพึ่งเสร็จสิ้นการนำร่องในอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในการประยุกต์ใช้กับ DBS Bank, JPMorgan และ SBI Digital Assets Holdings ในการทำธุรกรรมในรูปแบบโทเค็นเพื่อทำการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและพันธบัตรรัฐบาล


ที่มา: CNBC