<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

อดีตอัยการคาด Sam Bankman-Fried อาจต้องถูกจำคุกตลอดชีวิต จากเหตุการณ์ล่มสลายของ FTX

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้ง FTX เว็บเทรดคริปโต ที่เพิ่งได้ยื่นล้มละลายไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ กำลังเผชิญกับปัญหากฎหมายต่าง ๆ และเป็นไปได้ว่าเขาอาจต้องถูกจำคุกตลอดชีวิตจากมหากาพย์เรื่องราวในครั้งนี้

กฎหมายที่อาจเอาผิด Sam Bankman-Fried 

มีความเป็นไปได้ที่ว่า Bankman-Fried อาจจะถูกฟ้องร้องทั้งในคดีทางแพ่งและทางอาญา รวมถึงคดีส่วนตัวจากกลุ่มเจ้าหนี้ FTX หลายล้านรายทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้กล่าวกับ CNBC

แต่ทว่าสำหรับในตอนนี้ เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดคะเนเท่านั้น ซึ่ง Bankman-Fried ยังไม่ถูกตั้งข้อหา พิจารณาคดี หรือถูกตัดสินว่ามีความผิดแต่อย่างใด

Richard Levin หุ้นส่วนที่ Nelson Mullins Riley & Scarborough ซึ่งเขาเป็นประธานฝ่ายฟินเทคและมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมฟินเทค มานับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ได้เข้าพบสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า และรัฐสภา ในฐานะตัวแทนของลูกค้า ซึ่งหน่วยงานทั้งสามได้เริ่มตรวจสอบ Bankman-Fried แล้ว

เขากล่าวว่าอาจมีกฎหมายที่สามารถเอาผิด Bankman-Fried ได้ มีแค่เฉพาะในอเมริกาประเทศเดียว Levin ได้กล่าวกับ CNBC

อันดับแรกคือการดำเนินคดีทางอาญาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในข้อหา “การละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ กฎหมายการฉ้อโกงธนาคาร และกฎหมายการฉ้อฉลทางโทรศัพท์” Levin กล่าว

ด้าน Mariotti อดีตอัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ บอกกับ CNBC ว่า “ทางอัยการจะต้องพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัยอันสมเหตุสมผลว่า Bankman-Fried หรือผู้ร่วมงานของเขากระทำการฉ้อโกงทางอาญา”

“และมีข้อโต้แย้งก็คือ Alameda กำลังหลอกล่อคนเหล่านี้ให้ได้รับเงินเพื่อที่พวกเขาจะได้นำไปใช้ในธุรกิจอื่น” Mariotti กล่าว

“หากคุณเป็นกอง hedge fund และคุณรับเงินลูกค้าไว้ คุณจำเป็นต้องมีหน้าที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ” Mariotti กล่าว

ทั้งนี้ทางอัยการอาจโต้แย้งว่า FTX ได้ละเมิดหน้าที่ความไว้วางใจนั้น โดยกล่าวหาว่า FTX นั้นใช้เงินของลูกค้าเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาของเหรียญ FTT ของ FTX อดีตอัยการ Mariotti กล่าว

แต่เจตนาก็เป็นปัจจัยหนึ่งในคดีฉ้อโกงเช่นกัน และ Bankman-Fried ยืนยันว่าเขาไม่รู้เกี่ยวกับกิจกรรมที่อาจเป็นการฉ้อโกง เขาบอก Sorkin ว่าเขา “ไม่ได้นำเงินจากทั้ง 2 บริษัทมารวมกันโดยเจตนา”

“ผมไม่เคยพยายามฉ้อโกง” Bankman-Fried กล่าว

นอกเหนือจากข้อหาทางอาญาแล้ว Bankman-Fried ยังอาจถูกดำเนินคดีทางแพ่งอีกด้วย “นั่นอาจนำมาโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า และโดยธนาคารของรัฐและหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์” Levin กล่าวเสริม

บทลงโทษ

Braden Perry อดีตทนายความระดับอาวุโสของ CFTC กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากขนาดของการสูญเสีย หาก Bankman-Fried ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฉ้อโกงหรือข้อหาอื่นๆ เขาอาจถูกจำคุกเป็นเวลานานหลายปี ซึ่งเป็นไปได้ว่าช่วงเวลาที่ถูกจำคุกนั้นเป็นไปได้ว่าอาจจะถูกจำคุกตลอดชีวิต Perry กล่าว

“ในระบบของรัฐบาลกลาง อาชญากรรมแต่ละอย่างมีจุดเริ่มต้นเสมอ” Perry กล่าวกับ CNBC

หลักเกณฑ์การพิจารณาคดีของรัฐบาลกลางใช้ระบบตัวเลขเพื่อกำหนดโทษสูงสุดและต่ำสุดที่อนุญาต แต่ระบบนี้อาจปกปิดเป็นความลับได้ ระดับหรือ “ระดับความผิด” เริ่มต้นที่ 1 และสูงสุดที่ 43

อัตราการตัดสินว่ามีการฉ้อโกงทางโทรศัพท์ถือว่ามีความผิดอยู่ที่ระดับ 7 ซึ่งจะมีโทษจำคุกขั้นต่ำตั้งแต่ 0 ถึง 6 เดือน แต่อาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถลดหย่อนหรือเปลี่ยนแปลงไปได้ Perry กล่าวต่อ

“ค่าเงินดอลลาร์ที่สูญเสียมีบทบาทสำคัญ ภายใต้หลักเกณฑ์ การสูญเสียใด ๆ ที่สูงกว่า 550 ล้านดอลลาร์จะเพิ่ม 30 คะแนนให้กับความรุนแรงของความผิดฐาน” Perry กล่าว ซึ่งลูกค้าของเว็บเทรด FTX ได้สูญเงินนับพันล้านดอลลาร์

“นอกจากนั้นแล้วการมีเหยื่อ 25 รายขึ้นไปจะเพิ่มคะแนนความรุนแรง 6 คะแนน [และ] การใช้ตลาดที่มีการควบคุมบางแห่งจะเพิ่ม 4”  Perry กล่าวต่อ

ซึ่งในการสมมติโทษของ Bankman-Fried คะแนนความรุนแรงของความผิดฐานจะเพิ่มสูงสุดที่ 43 คะแนน นั่นหมายความว่า Bankman-Fried อาจจะต้องติดคุกตลอดชีวิต หากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดความผิดฐานฉ้อโกง

แต่อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่ว่าเขาอาจจะถูกตัดสินโทษน้อยกว่านั้น …

“ในทางปฏิบัติ จำเลยที่เป็น white-collar(ชนชั้นธุรกิจ) จำนวนมากถูกตัดสินให้รับโทษน้อยกว่าที่หลักเกณฑ์กำหนด” Perry กล่าวกับ CNBC แม้ในคดีฉ้อโกงขนาดใหญ่ก็ตาม

เคสตัวอย่าง

จากการเปรียบเทียบเหตุการณ์ของ Bankman-Fried แล้วพบการทำความผิดในลักษณะเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น Stefan Qin ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ cryptocurrency มูลค่า 90 ล้านดอลลาร์ในออสเตรเลีย ถูกตัดสินจำคุกมากกว่า 7 ปี หลังจากที่เขาสารภาพในข้อหาฉ้อโกงหลักทรัพย์ 1 กระทง

นอกจากนั้นยังมี Roger Nils-Jonas Karlsson ชาวสวีเดนที่ถูกกล่าวหาโดยสหรัฐอเมริกาว่าฉ้อโกงเหยื่อกว่า 3,500 รายเป็นเงินกว่า 16 ล้านดอลลาร์ถูกตัดสินจำคุก 15 ปีในข้อหาฉ้อโกงหลักทรัพย์ การฉ้อโกงทางโทรศัพท์ และการฟอกเงิน

ดังนั้นแล้วเมื่อพิจารณาจากเคสข้างต้น Bankman-Fried อาจต้องเจอกับค่าปรับทางแพ่งจำนวนมหาศาล ถึงแม้ว่า Bankman-Fried จะอ้างในสัปดาห์ที่แล้วว่าทรัพย์สินของเขาลดเหลือ 100,000 ดอลลาร์แล้วก็ตาม

ที่มา : cnbc