<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Binance แจงเหตุผลทำไม ? Crypto ของลูกค้าถึงปลอดภัยและโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ 

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เมื่อไม่นานมานี้ Binance เพิ่งโพสต์ลง Blog ของทางเว็บไซต์ตัวเองว่า บริษัทต้องการใช้โอกาสนี้ในการตอบคำถามที่มาจากชุมชน Binance สัก 2-3 ข้อเกี่ยวกับวิธีจัดการเงินทุนและกระเป๋าเงินบนกระดานเทรด Binance

ประการแรก ข้อเท็จจริงพื้นฐานสองประการ:

  • Binance ถือสินทรัพย์ crypto ของลูกค้าทั้งหมดไว้ในบัญชีแยก ซึ่งระบุแยกต่างหากจากบัญชีใด ๆ ที่ใช้เพื่อเก็บสินทรัพย์ crypto ที่เป็นของ Binance
  • Binance ใช้โครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าเงินของ Binance เพื่อปกป้องทรัพย์สินของผู้ใช้และทรัพย์สินของ Binance

เงินฝาก, กระเป๋าเงินร้อนและเย็น

อันดับแรก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่ากระเป๋าเงินทำงานอย่างไร ใน Binance มีกระเป๋าเงินฝากหนึ่งที่อยู่ (หรือมากกว่า) ต่อผู้ใช้ต่อบล็อกเชน ซึ่งผู้ใช้สามารถฝากไปยังที่อยู่เงินฝากของผู้ใช้งาน โดยระบบของ Binance จะทำการตรวจสอบบล็อคเชนและเพิ่มยอดคงเหลือนั้นในบัญชีของผู้ใช้งานบน Binance.com

เมื่อตรวจสอบเชนเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ใช้งานจะสามารถแลกเปลี่ยนหรือใช้เหรียญเหล่านั้นบน Binance ได้ตามที่เห็นสมควร เหรียญเหล่านั้นอาจย้ายจากที่อยู่นั้นหรือไม่ก็ได้ Binance จะทำการ “Sweep” เหรียญเหล่านั้นไปยังกระเป๋าเงินร้อน (หรือเย็น) เป็นระยะๆ ซึ่งเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังเว็บเทรดใช้วิธีการโอนย้ายเหรียญแบบ Sweep Token ก็เพื่อลดจำนวนการทำธุรกรรมและเก็บค่าธรรมเนียมลงให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะทำให้ค่าธรรมเนียมของผู้ใช้ถูกลงอย่างมาก

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระเป๋าเงินร้อนและเย็น เพื่อน ๆ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในที่ Binance Academy

โดยทั่วไปแล้ว การ Sweep Token จำนวนมากจะเร็วกว่า และอาจจะต้องรอเงินฝากจำนวนเล็ก ๆ เพื่อ Sweep พร้อมกันหรือรอให้ค่าธรรมเนียมเครือข่ายเหลือน้อยจึงจะทำการ Sweep ได้ และเหตุผลสำคัญที่ Binance ยังคงเป็นผู้นำในการแข่งขันทำแง่ของการทำธุรกรรมก็คือ วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้ต้นทุนก๊าซต่ำลง จะทำให้สามารถประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากขึ้น ซึ่งผู้ใช้จะสามารถมีค่าธรรมเนียมการเทรดต่ำที่สุด 

เมื่อผู้ใช้ต้องการถอน ในส่วนของระบบของ Binance นั้นจะส่งเงินของผู้ใช้จาก Hot wallet และหักจำนวนเงินออกจากบัญชี หากจำนวนเงินใน Hot Wallet ต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด จะมีเงินจาก Cold Wallet ถูกเติมเข้าไป

หาก Hot Wallet มีขนาดใหญ่เกินไป Binance จะย้ายเงินบางส่วนไปยังกระเป๋าเงินเย็น และดำเนินการ Sweep Token ในอนาคตโดยตรงไปยังกระเป๋าเงินเย็นอีกครั้งเพื่อลดจำนวนธุรกรรมรวมถึงค่าธรรมเนียม

มีข้อยกเว้นบางประการเมื่อมีเงินฝากจำนวนมากเข้ามา ในกรณีนี้ Binance อาจ Sweep Token ไปที่กระเป๋าเงินเย็นโดยตรง และเมื่อมีการร้องขอการถอนจำนวนมาก Binance อาจดำเนินการโดยตรงจากกระเป๋าเงินเย็นเลย

กองทุนดำเนินงาน

เมื่อผู้ใช้ทำการซื้อขายคริปโตบน Binance ค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยจะถูกหักออกจากการซื้อขาย.oแต่ละครั้งและย้ายไปยังบัญชี Binance.com ที่ Binance เป็นเจ้าของ นี่คือรายได้ของ Binance เว็บเทรดจะใช้สิ่งนี้เพื่อชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เซิร์ฟเวอร์ ผู้ขาย รวมถึงเป็นค่าจ้างให้กับพนักงาน

สำหรับจำนวนเงินที่ Binance ไม่ได้นำไปใช้จ่าย (ผลกำไร) Binance ก็เก็บไว้ในบัญชี 

Binance ได้ลงทุนทรัพยากรจำนวนมากเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น Binance จึงถือทรัพย์สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าทั้งหมดไว้ในบัญชีแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Binance จะรักษา “ยอดคงเหลือของลูกค้า” รายการบัญชีภายใน (หรือบัญชีแยกประเภท) ภายในระบบ Binance ซึ่งจะบันทึกการให้สิทธิ์ของลูกค้าในสินทรัพย์ crypto

ลูกค้าของ Binance แต่ละรายมีบัญชี/UID ซึ่งเป็นบัญชีแยกประเภท (นอกเครือข่าย) (หรือบัญชีย่อย) ภายในระบบ Binance ที่มีตัวระบุเฉพาะ (UID) และข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเทียบกับยอดคงเหลือของลูกค้า ซึ่งจะมีการบันทึกเอาไว้

สิ่งนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่า Binance จะบันทึกสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา และแยกต่างหากจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นของ Binance เอง นอกจากนั้นแล้ว Binance จัดการกับยอดรายวันของสินทรัพย์ crypto ทั้งหมดที่ Binance ถือครองในนามของลูกค้า

เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นนี้ Binance ได้สร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับอย่างเต็มรูปแบบ ทาง Binance ยังได้เริ่มงานเชิงรุกเพื่อสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลของลูกค้าแบบแยกบนเชน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดนี้ภายใต้ระเบียบ MiCA ที่กำลังจะมีขึ้นในยุโรป

นอกจากนั้น ทาง Binance ยังชี้ให้เห็นถึงเหตุผลที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าเงิน Binance โดยให้เหตุผลว่า เพื่อปกป้องทรัพย์สินของผู้ใช้และทรัพย์สินของ Binance

และในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ดูแลสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ crypto การรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์ลูกค้าจึงจำเป็นต้องอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการลำดับความสำคัญ เพื่อเปิดใช้งานสิ่งนี้ Binance ได้ใช้เงินมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ในการรักษาความปลอดภัย จ้างบุคลากรที่ดีที่สุด และใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดที่ทาง Binance ได้ทำในแต่ละปี

โดยทาง Binance เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าเงินเป็นหนึ่งในระบบที่ปลอดภัยที่สุดในอุตสาหกรรม และ เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการปกป้องคริปโต

อย่างไรก็ดี Binance ได้พิจารณาการใช้ซอฟต์แวร์กระเป๋าเงินของบุคคลที่สาม เพื่อที่จะตรวจสอบผู้ขายกระเป๋าเงินรายอื่นและมั่นใจในความปลอดภัยของระบบนิเวศของตัวเองมากกว่าที่บริษัทเจ้าอื่น

นอกจากนี้ การสร้างระบบนิเวศแบบพึ่งพาตนเองได้จะช่วยป้องกันลูกค้าของ Binance จากการสัมผัสกับประเภทของความเสี่ยงในการล้มสลายที่เราเคยเห็นผู้เล่นรายอื่นในอุตสาหกรรม เช่น Celsius, Voyager และ FTX

สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด ไม่มีกระเป๋าเงินหรือโซลูชันการดูแลระบบอื่นใดที่สามารถจัดการกับเหรียญคริปโตได้หลากหลายสกุลที่ Binance สนับสนุนหรือถืออยู่

จะยืนยันได้อย่างไรว่าทรัพย์สินของผู้ใช้ปลอดภัย

Binance กล่าวการพิสูจน์ปริมาณเงินทุนสำรองอย่าง Merkle Tree จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ของ Binance ทุกคนสามารถตรวจสอบยอดเงินในบัญชีรวมว่าตรงกับยอดคงเหลือในกระเป๋าเงินทั้งหมด และถูกออกแบบมาเพื่อให้แน่ใจว่าเงินของผู้ใช้จะอยู่ที่บัญชีเสมอ ไม่มีทางที่จะปลอมแปลงได้

ด้วยเทคโนโลยี บล็อกเชน เราสามารถทำให้อุตสาหกรรมของเรามีความโปร่งใสมากกว่าอุตสาหกรรมการเงินแบบดั้งเดิมได้และ Binance จะยังคงเป็นผู้นำ เป็นตัวอย่างและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้า

ที่มา : Binance