<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

7 เหรียญ Crypto มาแรงที่คุณควรจับตาดูในปี 2023

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เมื่อตลาดหมีเริ่มเข้าใกล้จุดต่ำสุด ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะพิจารณาถึงโทเค็นที่น่าลงทุนในปี 2023 แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเก็บเหรียญไหนดีก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะในบทความนี้เราจะนำเสนอถึง 7 เหรียญ Crypto ที่มาแรงและน่าจับตาดูในปี 2023 

Metacade (MCADE) – หนึ่งในคริปโตที่มาแรงที่สุดในปี 2023

โลกของวงการเกม Play-to-earn (P2E) เริ่มกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในปีนี้ ทำให้ความต้องการแพลตฟอร์มสำหรับเล่นเกมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เป็นที่มาของ Metacade แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับเกม P2E โดยเฉพาะ โดยในแพลตฟอร์มนี้ ผู้ใช้งานจะสามารถเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้ผ่านเกมอาเคทเสมือนที่มีเกมพิเศษต่าง ๆ และสามารถรับรางวัลเป็น Crypto จากเกม P2E ได้

จุดเด่นของ Metacade คือ การเป็นแพลตฟอร์มที่ที่มีทุกอย่างเกี่ยวกับ GameFi ทั้งกระดานผู้นำ รีวิว ฟอรั่ม ห้องพูดคุย และ Alpha เพื่อส่งเสริมให้ผู้เชี่ยวชาญ GameFi แสดงความคิดเห็นและความรู้ของเขากับชุมชน Metacade การเขียนรีวิว เทคนิคการเล่น และเนื้อหาของเกม ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับโทเค็น MCADE ได้อีกด้วย

และในช่วงปลายปี 2023 Metacade ก็วางแผนที่จะให้รางวัล Metagrant รอบแรก โดย Metagrant เป็นฟีเจอร์ที่ให้ชุมชนสามารถสนับสนุนทางการเงินโดยตรงให้แก่นักพัฒนาที่สร้างทำการสร้างเกมได้ ซึ่งนักพัฒนาจะต้องเสนอไอเดียเพื่อเข้าแข่งขันใน Metagrant เพื่อที่ผู้ถือ MCADE จะได้ทำการโหวตไอเดียที่ชื่นชอบ โปรเจกต์ที่เป็นผู้ชนะ จะได้รับการสนับสนุนทางด้านเงินทุนจาก Metacade เพื่อช่วยพัฒนา และเมื่อเกมถูกพัฒนาเสร็จสิ้น เกมที่ได้รับชัยชนะจะถูกเพิ่มเข้าไปยังอาเคทเสมือนของ Metacade

ทั้งนี้ เมื่อแพลตฟอร์มถูกพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์ ทีมงาน Metacde จะเปลี่ยนชุมชนให้กลายเป็นองค์กรอัตโนมัติกระจายศูนย์ (DAO) ก่อนจะทำการเลือกตั้งสมาชิกชุมชนเพื่อเป็นผู้ดำเนินการ โดยผู้ถือ MCADE จะสามารถเสนอและโหวตเพื่อเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มได้ ทำให้ Metacade กลายเป็นเหมือนอาเคทเสมือนที่มีการบริหารโดยชุมชนแห่งแรกของโลก

Metacade ได้รับการรับรองจาก Certik หนึ่งในผู้นำด้านการตรวจสอบความปลอดภัยและความโปร่งใสในวงการบล็อกเชน โดยได้ทำการตรวจสอบสัญญา Smart contract และ Tokenomics อย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้งาน Metacade มีความปลอดภัยเพียงพอ Metacade ยังมีการใช้กระเป๋าเงินแบบ Multi-signature ทำให้การอนุมัติธุรกรรมของเงินกองคลัง จะต้องใช้ผู้ถือ Private key สองคนหรือมากกว่า

ด้วยการคาดการณ์ว่าตลาด GameFi จะเป็นที่นิยมอีกครั้งในปี 2023 ทำให้ Metacade กลายมาเป็นหนึ่งในเหรียญ Crypto มาแรง ทั้งการให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางยังสามารถสร้างความนิยมให้แก่เกมเมอร์ P2E ได้ไม่ยาก รวมทั้งฟีเจอร์อย่าง Metagrant และรางวัลต่าง ๆ ทำให้ Metacade มีความน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ โทเค็น MCADE ยังอยู่ในช่วง Presale ทำให้ Metacade กลายมาเป็นหนึ่งใน Crypto มาแรงของปี 2023 

>>> สามารถเข้าร่วม Pre-sale ของ Metacade ที่นี่

Ethereum (ETH) – เหรียญสัญญา Smart Contract เบอร์หนึ่งที่มีแผนการใหญ่สำหรับปี 2023

Ethereum เป็นแพลตฟอร์มผู้นำด้าน Smart contract ของโลก และเป็น Crypto ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 เป็นรองเพียง Bitcoin ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ทองคำดิจิทัล” Ethereum ได้ถูกเรียกว่าเป็น “น้ำมันดิจิทัล” เนื่องจาก Ethereum มีการใช้งานอย่างกว้างขวางในแอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (dApps), โปรเจกต์ Defi, และคอลเลคชัน NFT ต่าง ๆ

Ethereum มี Crypto คู่แข่งมากมาย แต่ไม่เคยมี Crypto สกุลใดมีกรณีการใช้งานมากถึงระดับ Ethereum มาก่อน โดยข้อมูลเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปี 2022 บัญชีของ Ethereum มีมูลค่าเป็น 57% ของมูลค่าที่ล็อคทั้งหมดบนระบบนิเวศ Defi มากกว่าคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดอย่าง BNB Chain (DeFiLlama) ถึง 5 เท่า

และด้วยการที่ Sharding จะถูกนำมาใช้งานในฤดูใบไม้ร่วงปี 2023 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ความเร็วในการทำธุรกรรมของ Ethereum จะมีมากกว่า 100,000 ธุรกรรมต่อวินาที (TPS) นั่นทำให้ Ethereum สามารถครองตำแหน่งผู้นำได้ต่อไป ด้วยเหตุผลนี้ Ethereum จึงเป็นอีกหนึ่ง Crypto ที่ร้อนแรงที่สุดสำหรับปี 2023

Cardano (ADA) – ช้าแต่มั่นคง 

Cardano หนึ่งคู่แข่งที่อยู่ใกล้ที่สุดของ Ethereum ในด้านที่เป็น Layer 1 เช่นเดียวกัน ได้ถูกเปิดตัวในปี 2017 โดยนักพัฒนา Cardano ต้องการที่จะสร้างแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัย สามารถใช้งาน Smart contracts และปรับขนาดได้ แม้จะมีคำวิจารณ์ว่าการพัฒนาเครือข่ายนั้นทำได้ช้า (เช่น เพิ่งมีการใช้ Smart contracts เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2021) ผู้ก่อตั้ง Carnado ได้แย้งว่า วิธีการที่แม่นยำและได้รับการตรวจสอบโดยการวิจัยเชิงวิชาการนั้น เป็นพื้นฐานไปสู่เครือข่ายที่มีความมั่นคงและปลอดภัย

วิธีการนี้ได้ถูกอธิบายเป็นออกเป็น 5 เฟสในการพัฒนา ซึ่งแต่ละเฟสจะมุ่งพัฒนาเพียงด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ และปัจจุบัน Cardano ได้เข้าสู่เฟส “Basho” เป็นการพัฒนาเพื่อขยายเครือข่ายของ Cardano รวมถึงการนำระบบ Hydra มาใช้ในปีนี้ โดย Hydra เป็นโซลูชันที่ในทางทฤษฏีแล้วสามารถเพิ่ม TPS ของ Cardano ได้มากกว่า 1 ล้าน TPS ที่จะทำให้ Cardano เป็นหนึ่งในบล็อกเชนที่เร็วที่สุดในตลาด ทำให้การพัฒนาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ที่น่าสนใจ แต่เพราะยังไม่แน่ชัดว่า Hydra สามารถทำงานได้ดีขนาดไหน นั่นทำให้ Cardano อยู่อันดับ 3 ของ Crypto มาแรงสำหรับปี 2023

Polygon (MATIC) – การมีพันธมิตรชื่อดังหลายเจ้าอาจช่วยผลัดดันราคาให้กับเหรียญ MATIC

Polygon เป็น Framework และโปรโตคอลที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงความสามารถในการปรับขนาดในขณะใช้ Ethereum ได้ และเป็นผู้นำในด้านโซลูชัน Layer 2 ในการสนับสนุนและขยายความสามารถของ Ethereum โดยการทำให้ระบบมีความรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ไม่สูง ทำให้นักพัฒนาสามารถเลือกใช้งาน Polygon แทนที่ Ethereum ที่ทำงานได้ช้ากว่าและมีค่าธรรมเนียมแพง

แม้ Ethereum กำลังจะเปลี่ยนไปสู่การ Sharding  แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยทำให้บริษัทระดับโลกต่าง ๆ เปลี่ยนใจจาก Polygon โดยบริษัทใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Starbucks, Reddit, Nike และ Meta ต่างเริ่มใช้ Polygon เพื่อสร้างโปรเจกต์ NFT ของตนเอง ส่งผลให้จำนวนผู้ซื้อ NFT บนเครือข่ายพุ่งขึ้นถึง 200% และเพิ่มการขายได้เกือบ 93% เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปี 2022 รวมถึง Disney Accelerator ที่เพิ่งเกิดขึ้นบนโปรโตคอลนี้ ทำให้แน่ใจได้เลยว่า MATIC จะเป็นหนึ่งใน Crppto ที่มาแรงที่สุดสำหรับปี 2023

Toncoin (TON) – คริปโทเคอร์เรนซีของ Telegram

Toncoin มีความเกี่ยวโยงกับ Telegram แอปพลิเคชันส่งข้อความที่ได้รับความนิยมและเป็นคู่แข่งของ Snapchat ในด้านจำนวนผู้ใช้รายเดือน (Statista) โดย TON หรือ The Open Network ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Telegram แต่การที่ TON ถูกดำเนินคดีโดย SEC พวกเขาจำเป็รต้องหยุดการพัฒนาเครือข่ายร่วมกับ Telegram และใช้วิธีการพัฒนาแบบ Open-source แทน ก่อนจะเปิดตัวในปี 2022

แม้จะได้รับคำสั่งให้หยุดการพัฒนา TON แต่นั่นไม่ได้เป็นการหยุดไม่ให้ Telegram นำมันมาใช้งานกับแอปพลิเคชันโดยถูกกฏหมาย โดยในเดือนตุลาคมปี 2022 Telegram ได้เปิดตัว Fragment แพลตฟอร์มประมูลแบบกระจายศูนย์ แม้ในช่วงแรก แพลตฟอร์มนี้สามารถซื้อขายได้เฉพาะในหมู่ผู้ใช้งานเท่านั้น แต่เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Telegram ได้ประกาศว่า ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเพื่อใช้งานแพลตฟอร์มนี้ได้โดยไม่ใช้ SIM แต่ใช้เลขที่อิงจากบล็อกเชนที่สามารถซื้อได้บน Fragment แทน

การที่ความสนใจของผู้คนมุ่งไปในการกระจายศูนย์ ซึ่งไม่ต้องใช้ความไว้วางใจกันและมุ่งเน้นความปลอดภัยที่มากกว่า ทำให้แอปพลิเคชัน เช่น Telegram ดูจะมีบทบาทมากขึ้น และการมี Toncoin เป็นเครือข่ายสำคัญ ทำให้ TON กลายมาเป็นหนึ่งใน Crypto มาแรงสำหรับปี 2023

Chainlink เป็นเครือข่าย Oracle แบบกระจายศูนย์ ที่มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลบนเชนและนอกเชน โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างแหล่งข้อมูลและบล็อกเชนต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น โปรเกจต์ Defi หลายแห่งที่มีการใช้ Chainlink เพื่อเข้าถึงข้อมูลราคาที่มีความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการติดต่อระหว่างเชน อย่างไรก็ตาม เป้าหมายระยะยาวของ Chainlink คือ การเชื่อมโยงระบบอุตสาหกรรมการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับอุตสาหกรรมบล็อกเชน ที่จะช่วยให้ธนาคารสามารถติดต่อระหว่างบล็อกเชนของกันและกันได้อย่างน่าเชื่อถือ

Chainlink มีบทบาทสำคัญในโลก Crypto และไม่มีคู่แข่งใดที่สามารถทำได้ในระดับที่ใกล้เคียงในด้าน Oracle แบบกระจายศูนย์ ทำให้ไม่มีอะไรมาหยุดยั้ง Chainlink ได้ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงความจำเป็นในการใช้ Oracle ของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDCs)

เมื่อคู่แข่งน้อย ทำให้ Chainlink ดูจะเป็นตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดของรัฐบาลทั่วโลก โดยมีประเทศกว่า 50 ประเทศกำลังทดสอบ CBDC (Atlantic Council) ของตัวเองในปัจจุบัน ทำให้ปี 2023 แาจจะเป็นปีที่ดีของ Chainlink และทำให้ Chainlink กลายมาเป็นอีกหนึ่งใน Crypto มาแรงสำหรับปี 2023

Filecoin (FIL) – ที่เก็บข้อมูลกระจายศูนย์ที่คาดว่าจะพุ่งแรงในปี 2023

Filecoin เป็นเครือข่ายเก็บข้อมูลกระจายศูนย์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปล่อยเช่าพื้นที่ว่างฮาร์ดดิสเพื่อรับโทเคน FIL ต่างจากผู้ให้บริการเก็บข้อมูลบนคลาวน์แบบรวมศูนย์อื่น ๆ เช่น Dropbox, Amazon Web Services และ Microsoft Azure Filecoin ใช้ระบบกระจายศูนย์ที่ทำให้ผู้ให้บริการรายบุคคลจะต้องแข่งกันเสนอราคาในการเก็บข้อมูลที่ต่ำที่สุด Filecoin จึงเป็นเครือข่ายที่มีค่าบริการถูกกว่าผู้ให้บริการแบบรวมศูนย์ถึง 99.5% (CoinTelegraph)

ปัญหาหลักที่ Filecoin มุ่งมั่นจะแก้ไขคือ ปัญหาการรวมศูนย์และการเซ็นเซอร์ในอุตสาหกรรมการเก็บข้อมูลบนคลาวน์ ซึ่งในปัจจุบัน มีบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่เจ้าถือส่วนแบ่งหลักในตลาด และสามารถกำหนดข้อกำหนดการใช้งานและค่าธรรมเนียมกับผู้ใช้บริการได้ วิธีการแบบกระจายศูนย์ของ Filecoin จึงมีความยุติธรรมมากกว่า ทั้งยังต่อต้านการเซ็นเซอร์ และเป็นระบบเก็บข้อมูลที่ป้องกันการโจรกรรมได้

จากรายงานที่มีการเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ Huobi ได้คาดการณ์ว่า การเก็บข้อมูลกระจายศูนย์จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในปี 2023 นอกจากนี้ Filecoin ยังได้ทำการพัฒนา Smart contract ที่สามารถใช้งานร่วมกับเชน Ethereum ได้ ซึ่งอาจทำให้มีผู้ใช้บริการ Filecoin มากขึ้น เป็นเหตุผลว่าทำไม Filecoin จึงเป็น Crypto มาแรงสำหรับปี 2023

รายการ Crypto มาแรงทั้ง 7 อันดับนี้ Metacade มีโอกาสที่จะราคาจะพุ่งขึ้นมากกว่า Crypto สกุลอื่นในปีนี้ Ethereum ดูเหมือนจะครองอันดับต่อไป ในขณะที่โปรเจกต์อย่าง Polygon และ Chainlink ยังคงขับเคี่ยวกันอย่างสูสีแม้จะอยู่ในช่วงตลาดหมี

ด้วยการที่ Metacade อยู่ในอุตสาหกรรมที่โตเร็วที่สุดของโลก ประกอบกับฟีเจอร์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมสำหรับชุมชนชาวเกม และมีเป้าหมายในการสร้างการกระจายศูนย์และเพิ่มความปลอดภัย และมีนักลงทุนที่สนใจเทรนด์ GameFi ได้ซื้อโทเคน MCADE ไปแล้วกว่า 1.25 ล้านดอลลาร์ ผู้ที่สนใตสามารถเข้าซื้อโทเค็น MCADE ในช่วง Presale เพื่อลงทุนได้ โดยในช่วงที่ 1, MCADE มีราคา 0.08 ดอลลาร์ ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในแต่ละช่วง รวมทั้งหมด 9 ช่วงและช่วงสุดท้าย ราคา MCADE จะขึ้นไปอยู่ที่เป็น 0.02 ดอลลาร์ คิดเป็น 2.5 เท่าของราคาเดิม

คุณสามารถซื้อเหรียญที่มีการกล่าวถึงในบทความนี้ได้ที่ eToro ที่นี่

คุณสามารถเข้าร่วม Pre-sale ของ Metacade ที่นี่


บทความนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโปรเจกต์เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่เท่านั้น ทางผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาในการแนะนำหรือเชิญชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด คริปโทเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้