<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Tether อายัด Wallet USDT รวมมูลค่าเกือบ 190 ล้านบาท! หลังบัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการโจมตีฟิชชิ่ง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีรายงานว่า Tether ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญ stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ทำการบล็อกธุรกรรมของ Wallet คริปโต 12 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 5.2 ล้าน USDT หลังจากตรวจพบว่า Wallet เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมด้วยฟิชชิ่ง

โดยได้มีรายงานจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนออนไลน์ MisTrack ว่าทาง Tether ได้ดำเนินการอายัดธุรกรรม USDT รวมมูลค่ารวม 5.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมาจากกิจกรรมฟอกเงินผ่านฟิชชิ่งปลอม ก่อนที่จะถูกบันทึกเอาไว้ในบัญชีดำของบริษัทในเวลาต่อไป

ซึ่งโดยปกติแล้ว Tether มักจะตรวจสอบธุรกรรมว่าเกี่ยวข้องกับฟอกเงิน การหลอกลวง การโจมตีแบบแฮ็ก ความพยายามฟิชชิ่งปลอมหรือไม่ ก่อนที่ทางบริษัทจะบล็อก Wallet รวมถึงกิจกรรมเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ด้วยการทำให้เหรียญไร้ค่า

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำว่าบริษัทมีความมุ่งมั่นและความทุ่มเทในการต่อสู้กับการหลอกลวงและกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในตลาดคริปโต หลังจากที่ Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple แสดงความกังวลกับ USDT ว่าอาจถูกดำเนินการด้านกฎระเบียบจากรัฐบาลสหรัฐฯ

โดย Garlinghouse ได้เน้นย้ำว่าในตอนนี้รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังติดตาม Tether อยู่ พร้อมกับแสดงความกังวลเกี่ยวกับการสอบสวนของรัฐบาลกลางที่มีโอกาสเกิดขึ้น ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ Paolo Ardoino ว่าเป็น “ซีอีโอที่ไม่มีความรู้” เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่อาจเป็นอันตรายต่อธุรกิจของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม CEO ของ Tether ก็ได้ออกมาสวนกลับ Garlinghouse โดยอธิบายว่าข้อความของเขาไม่ถูกต้อง และกล่าวหาว่า Garlinghouse ถูกขับเคลื่อนให้พูดในลักษณะดังกล่าว เพราะการเปิดตัวเหรียญ Stablecoin ของ Ripple ที่จะขึ้นมาแข่งขันกับ USDT ในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ Ardoino ปกป้องจุดยืนของบริษัทของเขาโดยแสดงรายการผลลัพธ์ทั้งหมดที่ประสบความสำเร็จและการดำเนินการเชิงบวกในการสนับสนุนสภาพแวดล้อมคริปโตที่ถูกกฎหมาย และยังสามารถป้องกันกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง การแฮ็ก และฟิชชิ่งปลอมได้

https://twitter.com/paoloardoino/status/1789921257632207233

ที่มา: Cryptonomist