<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักลงทุนเตรียมเฮ ! CME เล็งเปิดตลาดซื้อขาย Bitcoin ตอบรับความต้องการของกองทุนวอลล์สตรีท

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

The Chicago Mercantile Exchange (CME)  ตลาดอนุพันธ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา กำลังเตรียมเปิดตลาดซื้อขาย Bitcoin Spot เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกองทุนวอลล์สตรีท

รายงานจาก Financial Times เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า CME กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับนักเทรดคริปโตเคอเรนซี เกี่ยวกับการเปิดตลาดซื้อขาย Bitcoin ที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง

แม้แผนการดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น แต่ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการรุกคืบเข้าสู่ตลาดคริปโตเคอเรนซีอย่างต่อเนื่องของบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่บนวอลล์สตรีท ซึ่งสอดคล้องกับการอนุมัติกองทุน Spot Bitcoin ETF จาก SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

Financial Times ยังระบุอีกว่า CME นั้นวางแผนที่จะนำเสนอการซื้อขาย Bitcoin Spot  ผ่าน EBS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกระดานแลกเปลี่ยนสกุลเงิน สัญชาติ Swiss ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในการกำกับดูแลที่เข้มงวดในสินทรัพย์ประเภทคริปโต ทั้งในด้านการเทรดและการดูแลรับฝากสินทรัพย์

การที่ตลาด CME เตรียมเปิดให้ซื้อขาย Bitcoin Spot นอกเหนือจากสัญญา  Bitcoin Future ที่มีอยู่เดิม จะเป็นการเปิดช่องทางให้ผู้ลงทุนสามารถทำกลยุทธ์การเทรดที่เรียกว่า  “Basis Trade” ที่เป็นการยืมเงินมาขายสัญญาฟิวเจอร์สไปพร้อม ๆ กับการซื้อ Bitcoin เพื่อกินส่วนต่าง ได้ง่ายขึ้น อ้างอิงตามรายงานของ Financial Times 

ปัจจุบันของตลาดฟิวเจอร์สของ CME สามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่อย่างเว็บเทรด Binance ไปได้และก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากมีนักลงทุนสถาบันหลั่งไหลเข้ามาให้ความสนใจกับราคาที่ผันผวนของ Bitcoin เห็นได้จากงานวิจัยของ Bitwise Asset Management ในปี 2020  ที่พบว่า ตลาด Bitcoin Future ของ CME มีราคาที่สูงกว่าตลาด Bitcoin Spot อย่างต่อเนื่อง

เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตลาดคริปโตเคอเรนซี CME Group ได้ประกาศความร่วมมือกับ CF Benchmarks บริษัทผู้ให้บริการดัชนีและข้อมูลอ้างอิงชั้นนำ เพื่อพัฒนาอัตราอ้างอิงมาตรฐาน (benchmark) สำหรับเหรียญคริปโตเคอเรนซี

อัตราอ้างอิงเหล่านี้ จะทำหน้าที่เป็นราคากลางสำหรับเหรียญคริปโตยอดนิยมหลายตัว เช่น Bitcoin, Ethereum, Litecoin, Bitcoin Cash และ Ripple โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น แพลตฟอร์มการซื้อขาย Exchange ผู้ให้บริการสภาพคล่อง และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทาง CME ยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลใด ๆ สำหรับแผนการดังกล่าว