<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
	<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:wp="http://wordpress.org/export/1.2/" xmlns:excerpt="http://wordpress.org/export/1.2/excerpt/"  >
		<channel>
		<title>Siam Blockchain</title>
        <description>ข่าวสารบิทคอยและคริปโตเคอเรนซีเพื่อคนไทย</description>
        <link>https://siamblockchain.com</link>
		<lastBuildDate>Wed, 13 May 2026 17:01:00 +0000</lastBuildDate>
					<item>
							<title><![CDATA[หุ้น Strategy พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ของปี 2026 รับอานิสงค์ Bitcoin ยืนเหนือ $80,000]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/strategy-stock-hits-new-2026-high-as-bitcoin-holds-firm-above-80000/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 13 พ.ค. 2026 14:31:22 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Supakit Kaewmanee</dc:creator>
							<dc:identifier>224665</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-05-13 14:42:28</dc:modified>
							<dc:created unix="1778682682">2026-05-13 14:31:22</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/strategy-stock-hits-new-2026-high-as-bitcoin-holds-firm-above-80000/]]></guid><category>17</category>
							<description><![CDATA[หุ้น Strategy (MSTR)]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>หุ้น Strategy (MSTR) ขยับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ของปี 2026 หลังราคา Bitcoin ฟื้นตัวเหนือระดับ $80,000 </li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>บริษัทกลับมาเดินหน้าสะสม Bitcoin อีกครั้ง โดยล่าสุดซื้อเพิ่ม 535 BTC มูลค่าราว 43 ล้านดอลลาร์ ดันยอดถือครองรวมทะลุ 818,000 BTC</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ตลาดมองการซื้อรอบใหม่เป็นสัญญาณความมั่นใจจาก Strategy ที่ยังเชื่อว่า Bitcoin ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น </li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มผลกระทบ: Bullish</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ราคาหุ้น Strategy (MSTR) พุ่งแตะ $195 - $197 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี ท่ามกลางราคา Bitcoin ที่ยืนเหนือ $80,000 ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 535 BTC มูลค่าราว 43 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดถือครองรวมทะลุ 818,000 BTC ตลาดมองการซื้อครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า Michael Saylor ยังเชื่อมั่นในอนาคตระยะยาวของ Bitcoin แม้ก่อนหน้านี้จะมีความกังวลเรื่องภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินของบริษัทก็ตาม&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>หุ้น Strategy (MSTR) กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง Bitcoin ทะยานกลับเหนือ $80,000 ดันราคาหุ้นพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ของปี 2026 ขณะที่บริษัทเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่ม&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา หุ้น MSTR บริษัทคลังสำรอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก ทะยานขึ้นแตะระดับ $195 - $197 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2026</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:embed {"url":"https://twitter.com/RonSwanonson/status/2053903892426129660?s=20","type":"rich","providerNameSlug":"twitter","responsive":true} -->
<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-twitter wp-block-embed-twitter"><div class="wp-block-embed__wrapper">
https://twitter.com/RonSwanonson/status/2053903892426129660?s=20
</div></figure>
<!-- /wp:embed -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นคือ การที่ Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 535 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 43 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทถือครอง Bitcoin รวมมากกว่า 818,000 BTC ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อการซื้อครั้งนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เริ่มมีความกังวลว่า Strategy อาจจำเป็นต้องขาย Bitcoin บางส่วน เพื่อนำเงินไปบริหารภาระดอกเบี้ยและต้นทุนจากหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ใช้ระดมทุนในช่วงก่อนหน้า</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ตาม การกลับมาสะสม Bitcoin เพิ่ม ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่า Michael Saylor ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของบริษัท ยังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin แม้ตลาดจะยังเผชิญความผันผวนสูง</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อีกปัจจัยสำคัญคือ การฟื้นตัวของ Bitcoin หลังราคาปรับตัวลงแรงจากจุดสูงสุดในช่วงปลายปี 2025 จนสร้างความกังวลว่าตลาดอาจเข้าสู่ภาวะขาลง แต่การที่ Bitcoin สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง เริ่มทำให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ในตลาดทุน หุ้นของ Strategy มักถูกมองเป็น “Proxy Bitcoin” หรือหุ้นที่เป็นตัวแทนการลงทุน Bitcoin สำหรับนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากมูลค่าของบริษัทผูกกับการถือครอง Bitcoin จำนวนมหาศาลโดยตรง ส่งผลให้ทุกความเคลื่อนไหวของราคา BTC มีผลต่อทิศทางหุ้น MSTR อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ในขณะที่รายงาน MSTR มีการซื้อขายกันอยู่ที่ $184.42 ลดลง 5.88% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:image {"id":224666,"sizeSlug":"large","linkDestination":"none"} -->
<figure class="wp-block-image size-large"><img src="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/image-149-1024x722.png" alt="" class="wp-image-224666" /></figure>
<!-- /wp:image -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/SaylornewhighWEB-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/SaylornewhighWEB-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[Charles Schwab เปิดตัวแพลตฟอร์มเทรด Bitcoin-Ethereum สำหรับลูกค้าที่ได้รับเลือก]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/charles-schwab-spot-btc-eth/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 13 พ.ค. 2026 14:15:05 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Patiphan Santivarotai</dc:creator>
							<dc:identifier>224657</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-05-13 14:15:17</dc:modified>
							<dc:created unix="1778681705">2026-05-13 14:15:05</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/charles-schwab-spot-btc-eth/]]></guid><category>17</category><category>26</category>
							<description><![CDATA[Charles Schwab หนึ่ง]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>Charles Schwab เริ่มเปิดให้ลูกค้ารายย่อยที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือก สามารถซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้โดยตรงบนแพลตฟอร์มจากเดิมที่เคยมีแต่ทางอ้อม</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ระบบใหม่นี้ใช้ Charles Schwab Premier Bank เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินหลักร่วมกับ Paxos ในการส่งคำสั่งซื้อขายและดูแลทรัพย์สินชั้นรอง </li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>มีการกำหนดค่าธรรมเนียมการเทรดที่ 0.75% ต่อรายการ อย่างไรก็ตาม บริเวณรัฐนิวยอร์กและลุยเซียนาจะยังไม่สามารถใช้งานได้ในระยะแรก</li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มผลกระทบ: Neutral</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ยักษ์ใหญ่บริการทางการเงิน Charles Schwab ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม Schwab Crypto อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ลูกค้ารายย่อยสามารถซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้โดยตรงเป็นครั้งแรก โดยร่วมมือกับ Paxos ในการวางโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดค่าธรรมเนียมที่ 0.75% แม้จะยังจำกัดสิทธิ์ในบางรัฐและบางกลุ่มลูกค้า แต่ด้วยฐานสินทรัพย์ของลูกค้าที่มีมูลค่าสูงถึง 11.77 ล้านล้านดอลลาร์ และผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้าสู่กระแสหลัก อย่างมั่นคงและถูกกฎหมายมากขึ้น</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Charles Schwab หนึ่งในบริษัทบริการทางการเงินและโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดตัวแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีในชื่อของ “Schwab Crypto” สำหรับกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ได้รับการคัดเลือก</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อ้างอิงข้อมูลจากโพสต์เมื่อวันอังคาร บริษัทได้ระบุว่ากลุ่มลูกค้ารายย่อยชุดแรกสามารถทำการซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้แล้วไปพร้อมๆ กับผลิตภัณฑ์คริปโตอื่นๆ </p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการประกาศเมื่อเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับบริษัทเป็นอย่างยิ่งเพราะปัจจุบันพวกเขาได้เริ่มมีการเสนอบริการคริปโตโดยตรงแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีแต่เพียงผลิตภัณฑ์ทางอ้อม</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ตามแถลงการณ์ก่อนหน้าของบริษัท ลูกค้าของ Schwab จะต้องเปิดบัญชีคริปโตแยกต่างหากผ่าน Schwab Crypto โดยมี Charles Schwab Premier Bank ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน ในขณะที่ Paxos ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการส่งคำสั่งซื้อขายและระบบดูแลทรัพย์สินชั้นรอง&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>สำหรับแพลตฟอร์ม Schwab Crypto จะมีการกำหนดจัดเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายอยู่ที่ 0.75% ต่อธุรกรรม โดยบริการเทรดคริปโตนี้จะเปิดให้ใช้งานได้ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา ยกเว้นรัฐนิวยอร์กและลุยเซียนา นอกจากนี้ทางบริษัทยังตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่จะมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ในการเข้าถึงบริการเทรดคริปโตนี้</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ตาม Schwab ไม่ได้มีการเปิดเผยเพิ่มเติมในกรณีของเกณฑ์การคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติ มีเพียงข้อมูลแค่ว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 Charles Schwab มีการถือครองสินทรัพย์ของลูกค้ากว่า $11.7 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีความเคลื่อนไหวประมาณ 39.1 ล้านบัญชี</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทรายงานผลกำไรสุทธิปรับปรุงแล้วที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.43 ดอลลาร์ พุ่งสูงขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ในไตรมาสที่ 1 เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยขึ้นไปแตะระดับ 6.48 พันล้านดอลลาร์</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา : <a href="https://www.theblock.co/post/401069/charles-schwab-spot-btc-eth">The Block</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน : แม้จะฟังดูเหมือนไม่มีอะไรมากแต่การที่ Charles Schwab ซึ่งถูกมองว่าเป็นที่เก็บเงินของกลุ่มเงินเย็น และกลุ่มเกษียณอายุในสหรัฐฯ เริ่มเปิดรับคริปโตโดยตรงสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลในสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลายจนพวกเขาสามารถลงมาแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดได้อย่างเปิดเผยซึ่งจะทำให้ตลาดคริปโตยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้น</p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/schcrypto-150x150.jpeg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/schcrypto-150x150.jpeg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[ภูฏานโอนย้าย Bitcoin เพิ่มอีก 100.44 BTC ดันยอดเทขายปี 2026 ทะลุ $230 ล้าน]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/bhutan-transferred-an-additional-100-44-btc-pushing-the-total-bitcoin-sell-off-for-2026-beyond-230-million/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 13 พ.ค. 2026 11:17:31 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Pairploy Denpairojsak</dc:creator>
							<dc:identifier>224626</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-05-13 11:17:46</dc:modified>
							<dc:created unix="1778671051">2026-05-13 11:17:31</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/bhutan-transferred-an-additional-100-44-btc-pushing-the-total-bitcoin-sell-off-for-2026-beyond-230-million/]]></guid><category>17</category>
							<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 12 พฤษภา]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>ข้อมูลจาก Arkham Intelligence ตรวจพบว่า รัฐบาลภูฏานได้ทำการโอนย้าย 100.44 BTC มูลค่าราว 8.2 ล้านดอลลาร์ออกจากกระเป๋าเงิน Druk Holding and Investments ไปยังกระเป๋าเงินนิรนาม</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ยอดการโอนบิตคอยน์ออกของภูฏานในปี 2026 พุ่งสูงเกิน 230 ล้านดอลลาร์แล้ว ส่งผลให้ยอดถือครองบิตคอยน์ลดลงเหลือเพียง 3,119 BTC จากที่เคยมีเกือบ 13,000 BTC ในปี 2024</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากภูฏานยังคงเทขายในอัตราเฉลี่ย 50 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน บิตคอยน์ในคลังของรัฐ อาจหมดเกลี้ยงภายในเดือนกันยายนหรือตุลาคม 2026 นี้</li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral </p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แม้การโอนย้ายเหรียญจำนวนมากจากกระเป๋าเงินของรัฐบาล มักสร้างความกังวลเรื่องแรงเทขาย แต่กลยุทธ์ของภูฏานที่เลือกโอนผ่านธุรกรรมย่อยๆ และใช้คู่สัญญาแบบนอกกระดาน ก็ช่วยลดผลกระทบต่อราคาบนกระดานเทรดหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปริมาณเหรียญที่เหลืออยู่ราว 3,000 BTC ก็ไม่ได้มีมากพอที่จะสั่นคลอนตลาดภาพรวมที่มีวอลุ่มมหาศาลในปัจจุบัน ตลาดจึงรับข่าวนี้ในลักษณะการบริหารจัดการคลังตามปกติ มากกว่าจะเป็นสัญญาณวิกฤตราคา</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ข้อมูลล่าสุดจาก Arkham Intelligence ตรวจพบว่า รัฐบาลภูฏานได้ดำเนินการโอนย้ายบิตคอยน์อีกจำนวน 100.44 BTC มูลค่าประมาณ 8.2 ล้านดอลลาร์&nbsp; โดยโอนผ่าน 3 ธุรกรรมแยกกัน จากกระเป๋าเงินของ Druk Holding and Investments (DHI) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านการลงทุนของประเทศ ไปยังกระเป๋าเงินนิรนามที่ขึ้นต้นด้วยที่อยู่ “bc1qn”&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ส่งผลให้ยอดการโอนบิตคอยน์ออก ของราชอาณาจักรภูฏานในปี 2026 พุ่งสูงเกินกว่า 230 ล้านดอลลาร์แล้ว โดยปริมาณการถือครองบิตคอยน์ของประเทศภูฏานลดลงอย่างรวดเร็วจากจุดสูงสุดในปี 2024 ที่เคยมีเกือบ 13,000 BTC จนปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 3,119 BTC ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 252 ล้านดอลลาร์</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:embed {"url":"https://twitter.com/arkham/status/2054105079050101162","type":"rich","providerNameSlug":"twitter","responsive":true} -->
<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-twitter wp-block-embed-twitter"><div class="wp-block-embed__wrapper">
https://twitter.com/arkham/status/2054105079050101162
</div></figure>
<!-- /wp:embed -->

<!-- wp:heading -->
<h2 class="wp-block-heading" id="h-เปล-ยนส-นทร-พย-ด-จ-ท-ลเป-นงบประมาณแผ-นด-น"><strong>เปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นงบประมาณแผ่นดิน</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ตามข้อมูลบนบล็อกเชน จาก Arkham Intelligence เผยให้เห็นว่า รัฐบาลภูฏานใช้วิธีการโอนเหรียญผ่านธุรกรรมย่อยๆ ไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่มีป้ายระบุชื่อ หรือคู่สัญญาแบบนอกกระดาน (OTC) เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างแนบเนียน และลดผลกระทบต่อราคาตลาดให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการคลังที่มีโครงสร้างที่ชัดเจน&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดยภูฏานได้สะสมบิตคอยน์จากการทำเหมืองขุดที่ใช้พลังงานน้ำราคาถูก มาตั้งแต่ปี 2019 และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทยอยขาย เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์เหล่านี้ให้เป็นเงินทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน, การใช้จ่ายสาธารณะ และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น โครงการ Gelephu Mindfulness City</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading -->
<h2 class="wp-block-heading" id="h-คล-งบ-ตคอยน-ภ-ฏานอาจเทขายหมด-ภายในช-วงปลายป-2026"><strong>คลังบิตคอยน์ภูฏานอาจเทขายหมด ภายในช่วงปลายปี 2026</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ปัจจุบันภูฏานยังคงถือครองบิตคอยน์อยู่จำนวน 3,119 BTC ที่ระดับราคาประมาณ 81,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า รัฐบาลภูฏานจะยังคงทยอยขายในอัตราเฉลี่ยประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งหากยังคงรักษาความเร็วในการเทขายในระดับนี้ต่อไป คลังบิตคอยน์ของภูฏานอาจถูกขายจนหมดเกลี้ยงภายในเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคม 2026 นี้&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดยรวมแล้วมูลค่าสะสมที่ภูฏานได้รับ จากการขุดเหรียญบิตคอยน์ด้วยพลังงานน้ำอาจสูงถึง 767 ล้านดอลลาร์</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading -->
<h2 class="wp-block-heading" id="h-การบร-หารส-นทร-พย-ด-จ-ท-ล-ด-วยเป-าหมายความส-ขมวลรวมประชาชาต"><strong>การบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยเป้าหมายความสุขมวลรวมประชาชาติ</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>สิ่งที่ทำให้ภูฏานโดดเด่นกว่าประเทศขนาดใหญ่อื่นๆ คือ การไม่เลือกใช้กลยุทธ์ "ถือยาวตลอดไป" แต่กลับมองว่า บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองที่มีจำนวนจำกัด ควรนำออกมาใช้ประโยชน์ในช่วงที่ตลาดมีความแข็งแกร่ง&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดยภูฏานเลือกที่จะขายเทเหรียญบิตคอยน์ในช่วงที่ราคาเป็นบวก เพื่อนำรายได้ไปจัดสรรใหม่ในโครงการพัฒนาที่สอดคล้องกับเป้าหมายความสุขมวลรวมประชาชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการก้าวข้าม จากการเก็งกำไรไปสู่การบริหารคลังระดับประเทศที่มีวิสัยทัศน์ และการวางแผนระยะยาวอย่างแท้จริง</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา : <a href="https://coinedition.com/bhutan-moves-another-100-44-btc-as-2026-outflows-hit-230m/">coinedition</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน : กรณีของภูฏานคือ "Case Study" สำหรับการนำบิตคอยน์มาขับเคลื่อนประเทศ  โดยใช้มันเป็นเครื่องมือผลิตเงินสด จากพลังงานธรรมชาติที่มีอยู่ล้นเหลือ</p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/2sT01-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/2sT01-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[UBS เริ่มเปิดให้ลูกค้า Private Banking ซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้แล้ว]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/switzerlands-largest-bank-joins-the-mass-market-pivot-to-crypto-in-2026/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 13 พ.ค. 2026 10:37:21 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Supakit Kaewmanee</dc:creator>
							<dc:identifier>224619</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-05-13 10:37:37</dc:modified>
							<dc:created unix="1778668641">2026-05-13 10:37:21</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/switzerlands-largest-bank-joins-the-mass-market-pivot-to-crypto-in-2026/]]></guid><category>17</category><category>21</category>
							<description><![CDATA[UBS แบงก์ยักษ์ใหญ่ที]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์อย่าง UBS เริ่มเปิดให้ลูกค้า Private Banking ซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้โดยตรง</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ข้อมูลจริงเผยว่า “คนวัย 30–50 ปี” กลายเป็นกลุ่มซื้อคริปโตหลักของธนาคาร ไม่ใช่วัยรุ่นอย่างที่หลายคนคาดคิด</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ธนาคารสวิตเซอร์แลนด์หลายแห่งมีรายได้และกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นชัดเจน</li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มผลกระทบ: Bullish</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>UBS ธนาคารยักษ์ใหญ่เริ่มเปิดให้ลูกค้า Private Banking ซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้โดยตรง ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์มีธนาคารให้บริการคริปโตแล้วกว่า 20 แห่ง ครอบคลุมลูกค้ากว่า 2.5 ล้านบัญชี สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มลูกค้าหลักกลับไม่ใช่วัยรุ่น แต่เป็นคนอายุ 30–50 ปี และเริ่มนำเงินสดเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น หลายธนาคารสวิตฯ เริ่มทำรายได้จากคริปโตอย่างเป็นรูปธรรม โดยบางแห่งมีรายได้จากธุรกิจนี้แตะระดับ 10–20%&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>UBS แบงก์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์เริ่มเปิดให้ลูกค้ากลุ่ม Private Banking&nbsp; สามารถซื้อขาย Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ได้โดยตรงแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ UBS เข้าร่วมกับธนาคารสวิตฯ หลายแห่งที่เปิดให้บริการคริปโตไปก่อนหน้านี้ ทั้ง Zürcher Kantonalbank (ZKB) และ PostFinance ส่งผลให้ปัจจุบันสวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นประเทศที่มีธนาคารให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลมากที่สุดในโลก โดยมีอยู่ประมาณ 20 แห่ง และครอบคลุมลูกค้ากว่า 2.5 ล้านบัญชี</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:image {"id":224620,"width":"473px","height":"auto","sizeSlug":"full","linkDestination":"none","align":"center"} -->
<figure class="wp-block-image aligncenter size-full is-resized"><img src="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/image-148.png" alt="" class="wp-image-224620" style="width:473px;height:auto" /><figcaption class="wp-element-caption">ที่มา<a href="https://www.thebigwhale.io/corporate-membership/research">: BigWhale</a></figcaption></figure>
<!-- /wp:image -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มลูกค้าหลักที่เข้ามาซื้อคริปโตไม่ใช่วัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ แต่เป็นคนอายุระหว่าง 30–50 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายและอยู่ในกลุ่ม Private Banking มากกว่าลูกค้ารายย่อยทั่วไป</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Peter Hubli หัวหน้าฝ่าย Digital Assets ของ ZKB เปิดเผยว่า เดิมทีธนาคารคาดว่า บริการคริปโตจะดึงดูดลูกค้าอายุน้อยเป็นหลัก แต่ผลลัพธ์จริงกลับสวนทางอย่างชัดเจน โดยมากกว่า 40% ของลูกค้าคริปโตกลุ่มใหม่ ไม่เคยมีพอร์ตลงทุนกับธนาคารมาก่อน หมายความว่าเงินจำนวนไม่น้อยที่เคยนอนอยู่ในบัญชีของคนทั่วไป เริ่มไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ขณะเดียวกัน ธุรกิจคริปโตก็เริ่มสร้างรายได้ให้กับธนาคารสวิตฯ อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น Maerki Baumann ระบุว่า มากกว่า 20% ของกำไรบริษัทเชื่อมโยงกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ Swissquote เปิดเผยว่า รายได้ประมาณ 10% ของบริษัทมาจากคริปโต ส่วน Arab Bank Switzerland ระบุว่า แม้คริปโตจะคิดเป็นเพียง 5% ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร แต่กลับสร้างรายได้สุทธิถึง 7%</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ด้าน PostFinance ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ภายในปีแรกของการเปิดบริการ มียอดเปิดบัญชีคริปโตกว่า 36,000 บัญชีและประมวลผลธุรกรรมมากกว่า 565,000 รายการ&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจ Institutional Digital Assets Survey ปี 2026 ของ EY-Parthenon และ Coinbase ซึ่งพบว่า 73% ของนักลงทุนสถาบันมีแผนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในคริปโตภายในปีนี้ ขณะที่ 84% มีความสนใจหรือใช้งาน Stablecoin อยู่แล้ว&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>สถิติทางตัวเลขเหล่านี้ สะท้อนชัดว่า การยอมรับคริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสวิตเซอร์แลนด์ แต่กำลังกลายเป็นเทรนด์ระดับโลกของภาคการเงิน</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แม้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะถือเป็นผู้นำด้านบริการธนาคารคริปโต แต่การแข่งขันในปัจจุบันกำลังสูงขึ้น หลังจากธนาคารในสหรัฐฯ และยุโรปต่างเร่งเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมในช่วงปี 2027 เป็นต้นไป</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p><strong>มุมมองผู้เขียน: </strong>อุตสาหกรรมคริปโตกำลังเปลี่ยนสถานะจากสินทรัพย์เก็งกำไรไปสู่สินทรัพย์การเงินที่ธนาคารระดับโลกเริ่มยอมรับอย่างจริงจัง ที่สำคัญ เงินทุนที่กำลังไหลเข้าตลาด ไม่ได้มาจากวัยรุ่นอายุน้อยอีกต่อไป แต่เป็นกลุ่มนักลงทุนวัยทำงาน ซึ่งอาจทำให้ตลาดคริปโตในอนาคตมีเสถียรภาพและเชื่อมโยงกับระบบการเงินดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา:<a href="https://beincrypto.com/ubs-switzerland-crypto-trading-bitcoin-ethereum/">beincrypto</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/SwitzBTCRTHWEB-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/SwitzBTCRTHWEB-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เปิดเผยรายชื่อคนที่เชื่อว่าอาจเป็น ‘Satoshi Nakamoto’]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/the-co-founder-of-ethereum-revealed-a-list-of-people-believed-to-be-satoshi-nakamoto/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 13 พ.ค. 2026 09:50:14 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Pairploy Denpairojsak</dc:creator>
							<dc:identifier>224612</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-05-13 09:50:29</dc:modified>
							<dc:created unix="1778665814">2026-05-13 09:50:14</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/05/13/the-co-founder-of-ethereum-revealed-a-list-of-people-believed-to-be-satoshi-nakamoto/]]></guid><category>17</category>
							<description><![CDATA[ปริศนาที่ดำเนินมานับ]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ปฏิเสธข้อสันนิษฐานของสื่อยักษ์ใหญ่ที่พยายามระบุตัวตน Satoshi Nakamoto โดยเขามั่นใจว่า ไม่ใช่ Adam Back แต่ชี้เป้าไปที่ Len Sassaman และ Hal Finney สองนักเข้ารหัสลับผู้ล่วงลับว่า เป็นตัวเต็งที่มีน้ำหนักที่สุด</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>Joseph Lubin เสนอแนวคิดการใช้ฉันทามติทางสังคม เพื่อรับมือภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ โดยระบุว่า ชุมชนควรตกลงร่วมกัน กำหนดเส้นตายให้สามารถย้ายเหรียญไปสู่กระเป๋ารุ่นใหม่ เพื่อป้องกันขุมทรัพย์ 1 ล้าน BTC ของผู้สร้างถูกแฮ็ก</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>Joseph Lubin ย้ำชัดว่า หากใครไม่ยอมย้ายเหรียญตามกำหนด ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะสูญเสียสินทรัพย์ไป </li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p><strong>แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral </strong></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวตนผู้สร้างบิตคอยน์โดยบุคคลระดับแนวหน้าของวงการ มักสร้างกระแสฮือฮาในเชิงข่าวสาร แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นฐานราคาโดยตรง</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ปริศนาที่ดำเนินมานับทศวรรษเกี่ยวกับตัวตนของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้างบิตคอยน์ภายใต้นามแฝง ได้รับมุมมองใหม่จากหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมคริปโต&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ในการสัมภาษณ์ล่าสุด Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และซีอีโอของ ConsenSys ได้ออกมาเปิดเผยว่า "ตัวเต็ง" ที่เขาคิดน่าจะเป็น Satoshi มากที่สุดคือ เหล่านักเข้ารหัสลับผู้ล่วงลับไปแล้วอย่าง Len Sassaman และ Hal Finney&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:embed {"url":"https://twitter.com/gazza_jenks/status/2053786054314840521","type":"rich","providerNameSlug":"twitter","responsive":true} -->
<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-twitter wp-block-embed-twitter"><div class="wp-block-embed__wrapper">
https://twitter.com/gazza_jenks/status/2053786054314840521
</div></figure>
<!-- /wp:embed -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Joseph Lubin ได้ออกมาปฏิเสธ ข้อสันนิษฐานของสื่อยักษ์ใหญ่ ทั้งสารคดีจาก HBO และรายงานจาก The New York Times ที่พยายามจะกระชากหน้ากากว่า ใครคือ Satoshi Nakamoto&nbsp;&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดยเขายืนยันอย่างมั่นใจว่า "ไม่ใช่ Adam Back อย่างแน่นอน" แต่กลับชี้เป้าไปที่จุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ ผลงานและรากฐานทางความคิดของ Len Sassaman และ Hal Finney เขามองว่าทั้งสองคนนี้คือ กุญแจสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับจุดกำเนิดของ Bitcoin ที่ชัดเจนที่สุด&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading -->
<h2 class="wp-block-heading" id="h-ข-อเสนอเร-องฉ-นทามต-ทางส-งคม-เพ-อร-บม-อภ-ยค-กคามจากควอนต-ม"><strong>ข้อเสนอเรื่องฉันทามติทางสังคม เพื่อรับมือภัยคุกคามจากควอนตัม</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Joseph Lubin ออกมาแสดงความเห็น ในช่วงที่ชุมชนคริปโตกำลังวิตกกังวลว่า ในอนาคตคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจเจาะระบบถอดรหัสกระเป๋าเงินบิตคอยน์ในยุคแรกได้&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Joseph Lubin ได้เสนอแนวคิดเพื่อจัดการกับ "ขุมทรัพย์" กว่า 1 ล้าน BTC ของ Satoshi ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานาน โดยมองว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เหรียญเหล่านี้ถูกแฮ็ก ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม ในอนาคต ชุมชนบิตคอยน์ควรใช้ "ฉันทามติทางสังคม" (Social Consensus) หรือการตกลงร่วมกัน เพื่อกำหนดเส้นตายให้ทุกคนย้ายเหรียญไปยังกระเป๋าเงินรุ่นใหม่ที่ป้องกันควอนตัมได้&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Lubin กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ใครที่ไม่ย้ายเหรียญตามกำหนด ก็ต้องยอมรับความซวยไป" เพราะเขาเชื่อว่า มาตรการที่เด็ดขาดเช่นนี้ คือทางเดียวที่จะรักษาความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของบิตคอยน์ ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของโลกในระยะยาว</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading -->
<h2 class="wp-block-heading" id="h-ป-ดตำนานผ-ต-องสงส-ย-และความล-กล-บท-ย-งไม-คล-คลาย"><strong>ปิดตำนานผู้ต้องสงสัย และความลึกลับที่ยังไม่คลี่คลาย</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>นับตั้งแต่สมุด White paper ของบิตคอยน์ถูกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 การตามหาตัว Satoshi ก็นำไปสู่รายชื่อผู้ต้องสงสัยมากมายถึง 14 ราย ตั้งแต่ Dorian Nakamoto โปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่น-อเมริกันที่เคยถูกนิตยสาร Newsweek ระบุตัวแต่ภายหลังได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ใช่ ไปจนถึง Nick Szabo ผู้สร้าง "bit gold" และ Wei Dai เจ้าของทฤษฎี "b-money"&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ตาม Len Sassaman ยังคงเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ เนื่องจากไทม์ไลน์การเสียชีวิตของเขาในปี 2011 เกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากข้อความสุดท้ายของ Satoshi ที่ระบุว่า เขาได้ย้ายไปทำโปรเจกต์อื่นแล้ว&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แม้ตัวตนของ Satoshi Nakamoto จะยังเป็นปริศนาที่แก้ไม่ตก แต่ Lubin มองว่า วันหนึ่งวิวัฒนาการทางเทคนิคของโปรโตคอลอาจบีบให้เราต้องเผชิญหน้ากับความจริงเรื่องผู้สร้างบิตคอยน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาไปถึงจุดที่ระบบการเข้ารหัสลับแบบเดิมเริ่มสั่นคลอน</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา : <a href="https://zycrypto.com/joseph-lubin-shares-big-secret-reveals-who-he-believes-satoshi-nakamoto-to-be/">zycrypto</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน :การที่ Joseph Lubin ออกมาจุดประเด็นนี้ เป็นการตอกย้ำว่า ปริศนาเกี่ยวกับตัวตนของ Satoshi Nakamoto ไม่ใช่แค่เรื่องของการอยากรู้ว่าคือใคร แต่มันกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ด้านความมั่นคงของเครือข่ายที่ต้องหาทางรับมือในอนาคต </p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ตาม ความลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผยนี้เองคือ เสน่ห์และหัวใจสำคัญที่ทำให้บิตคอยน์มีความกระจายศูนย์อย่างแท้จริง&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/fjw33i3s92-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/05/fjw33i3s92-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item></channel></rss><!-- end of xml string -->