<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
	<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:wp="http://wordpress.org/export/1.2/" xmlns:excerpt="http://wordpress.org/export/1.2/excerpt/"  >
		<channel>
		<title>Siam Blockchain</title>
        <description>ข่าวสารบิทคอยและคริปโตเคอเรนซีเพื่อคนไทย</description>
        <link>https://siamblockchain.com</link>
		<lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2026 19:46:41 +0000</lastBuildDate>
					<item>
							<title><![CDATA[Citi หั่นเป้า Bitcoin และ Ethereum เซ่นเงิน ETF ไหลออก-กฎหมายคริปโทฯส่อสะดุด ]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/07/01/citi-cuts-bitcoin-and-ethereum-price-targets-due-to-etf-outflows-and-potential-regulatory-hurdles/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 01 ก.ค. 2026 17:01:10 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Pairploy Denpairojsak</dc:creator>
							<dc:identifier>231042</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-07-01 17:02:48</dc:modified>
							<dc:created unix="1782925270">2026-07-01 17:01:10</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/07/01/citi-cuts-bitcoin-and-ethereum-price-targets-due-to-etf-outflows-and-potential-regulatory-hurdles/]]></guid><category>17</category><category>21</category><category>26</category>
							<description><![CDATA[Citigroup ธนาคารยักษ]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>Citi group ปรับลดเป้าราคา Bitcoin ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า จาก 112,000 ดอลลาร์ เหลือ 82,000 ดอลลาร์ ส่วน Ether ปรับจาก 3,175 ดอลลาร์ เหลือ 2,240 ดอลลาร์</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>สาเหตุหลักมาจากการที่ Citi ปรับสมมติฐานเงินไหลเข้ากองทุน ETF ในปีหน้าเหลือ "ศูนย์" จากเดิมที่เคยคาดว่า จะมีเงินไหลเข้าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด Citi มองว่า Bitcoin อาจร่วงไปถึง 53,000 ดอลลาร์ และ Ether อาจหลุดไปที่ 1,094 ดอลลาร์</li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การที่แบงก์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Citi ออกมาปรับลดเป้าราคาแรงขนาดนี้ ย่อมกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้นถึงกลาง โดยเฉพาะเมื่อสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมเงินลงทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF จริง ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ลอย ๆ ประกอบกับความไม่แน่นอนของกฎหมายในสหรัฐฯ ที่ยังคาราคาซัง ทำให้แรงหนุนที่จะดันราคา Bitcoin และ Ether กลับขึ้นไปในระยะสั้นค่อนข้างจำกัด</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Citigroup ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้ปรับลดคาดการณ์ราคา Bitcoin (BTC) และ Ether (ETH) ในระยะ 12 เดือนข้างหน้าลงอย่างรุนแรง โดยระบุว่า ความต้องการของนักลงทุนที่อ่อนแอลง, กระแสเงินลงทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF และความล่าช้าในการผลักดันกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ล้วนเป็นปัจจัยลบ ที่เข้ามาทำลายแนวโน้มการเติบโตของ 2 เหรียญคริปโทที่ใหญ่ที่สุดในโลก</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>รายงานระบุว่า ทางโบรกเกอร์ของ Citi ได้ทำการปรับลดเป้าราคาของ Bitcoin ลงมาอยู่ที่ 82,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้สูงถึง 112,000 ดอลลาร์ และได้หั่นคาดการณ์ราคาของ Ether ลงมาอยู่ที่ 2,240 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 3,175 ดอลลาร์&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดยการปรับลดเป้าหมายครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 58,864 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุด นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 และมูลค่าหายไปกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ที่เคยทำไว้ที่ 126,223 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ส่วนราคา Ether ล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 1,585 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำที่สุด นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นมา</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการหั่นราคาเป้าหมายในครั้งนี้ มาจากการที่ Citi ตัดสินใจปรับลดสมมติฐานกระแสเงินทุนสุทธิที่จะไหลเข้าสู่กองทุน ETF ในรอบ 12 เดือนข้างหน้า ลงเหลือ "ศูนย์" จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่า จะมีเงินไหลเข้าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดย Citi ระบุว่า กระแสเงินทุนใน ETF ซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนราคาที่สำคัญได้พลิกกลับมาติดลบในช่วงนี้ โดยเฉพาะกองทุน Bitcoin ETF ที่มีเงินไหลออกไปแล้วประมาณ 3,300 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา และทางธนาคารคาดว่า การยอมรับคริปโทในวงกว้างของนักลงทุนจะยังคงถูกแช่แข็งต่อไป จนกว่าจะมีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นมา</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>นอกจากนี้ ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับมหภาค ควบคู่ไปกับการที่เม็ดเงินลงทุนยังคงไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง Citi ประเมินว่าราคาของ Bitcoin อาจดิ่งลงไปอยู่ที่ 53,000 ดอลลาร์ และ Ether อาจร่วงไปแตะระดับ 1,094 ดอลลาร์ ภายในปีหน้าได้เช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันทั้งสองเหรียญกำลังซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงอารมณ์ตลาดที่เป็นฝั่งขาลงอย่างชัดเจน</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-ข-าวล-อจะเก-ดการเทขาย-bitcoin-ขององค-กร-และเม-ดเง-นท-ไหลไปหา-ai"} -->
<h2 id="h-ข-าวล-อจะเก-ดการเทขาย-bitcoin-ขององค-กร-และเม-ดเง-นท-ไหลไปหา-ai" class="wp-block-heading"><strong>ข่าวลือจะเกิดการเทขาย Bitcoin ขององค์กร และเม็ดเงินที่ไหลไปหา AI</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>นอกจากเรื่องกองทุน ETF แล้ว Citi ยังชี้ว่า ความคืบหน้าที่ล่าช้าของกฎหมายควบคุมคริปโทในสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลของตลาด เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่บริษัทผู้ถือครองคริปโตเป็นคลังสำรอง อาจจะทำการเทขาย Bitcoin ออกมา ได้ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ซึ่งความอ่อนแอของตลาดคริปโทในรอบนี้ ดันเกิดขึ้นประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่นักลงทุนพากันหมุนเวียนเงินลงทุน ย้ายฝั่งไปเข้าซื้อสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทน</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ปัจจัยทั้งหมดนี้ จึงทำให้ทั้ง Bitcoin และ Ether สูญเสียมูลค่าที่เคยสะสมและเติบโตขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้ไปเกือบหมด โดยมีแรงกดดันหลักจากแรงซื้อฝั่งกองทุน ETF ที่หดหาย ความสนใจของนักลงทุนที่จืดจางลง และความคลางแคลงใจต่อพฤติกรรมการซื้อขายของบริษัทเอกชนรายใหญ่ในอุตสาหกรรม</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา : <a href="https://www.reuters.com/technology/citi-cuts-bitcoin-ether-forecasts-etf-flows-turn-negative-2026-07-01/">reuters</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน : การปรับเป้าราคาของ Citi ในครั้งนี้ สะท้อนว่า สถาบันการเงินระดับโลกเริ่มมองตลาดคริปโทด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่มองแค่ความผันผวนระยะสั้น ซึ่งหากกฎหมายในสหรัฐฯ ยังไม่คืบหน้าและเงินลงทุนยังไหลไปหา AI ต่อเนื่อง ตลาดอาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p></p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/nc322z-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/nc322z-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[Bitcoin ปิดเดือนมิ.ย. ร่วง 20% หลุด $60,000 ดิ่งหนักสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/07/01/bitcoin-closed-june-down-20-falling-below-60000-its-steepest-drop-since-2022/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 01 ก.ค. 2026 16:13:38 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Pairploy Denpairojsak</dc:creator>
							<dc:identifier>231031</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-07-01 16:14:07</dc:modified>
							<dc:created unix="1782922418">2026-07-01 16:13:38</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/07/01/bitcoin-closed-june-down-20-falling-below-60000-its-steepest-drop-since-2022/]]></guid><category>17</category>
							<description><![CDATA[แม้ว่าในเดือนมิถุนาย]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>Bitcoin (BTC) ปิดเดือนมิถุนายนด้วยการร่วงลงถึง 20% หลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์ ถือเป็นผลงานรายเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>แท่งเทียนรายเดือนของ BTC มีรูปทรงเป็น "มารุโบซุ" หรือแท่งเทียนหัวโล้นสีแดงล้วน แทบไม่มีไส้เทียนให้เห็น สะท้อนแรงขายที่ครอบงำตลาดตลอดทั้งเดือนโดยไม่มีการหยุดพัก</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>นักวิเคราะห์มองว่า ราคา Bitcoin  อาจไหลลงต่อไปถึงกรอบ 48,000-55,000 ดอลลาร์ หากฝั่งซื้อไม่สามารถสร้างแรงต้านได้ในเร็ว ๆ นี้</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li></li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อ : Bearish</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>รูปแบบแท่งเทียนที่ไร้ไส้เทียนตลอดทั้งเดือน บ่งบอกถึงแรงขายที่ต่อเนื่องและปราศจากแรงต้านจากฝั่งซื้อ ซึ่งในทางเทคนิคถือเป็นสัญญาณเชิงลบที่ชัดเจน นักลงทุนควรจับตาว่า ราคาจะสามารถทรงตัวเหนือแนวรับสำคัญได้หรือไม่ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แม้ว่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคา Bitcoin (BTC) จะปรับตัวลดลงถึง 20% จนหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการทำผลงานรายเดือนที่ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่เดือนเดียวกันของปี 2022 แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนต้องกังวลยิ่งกว่า คือสัญญาณอันตรายที่ซ่อนอยู่บนกราฟราคา โดยเฉพาะรูปทรงของ "แท่งเทียนรายเดือน"</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:image {"id":231033,"sizeSlug":"large","linkDestination":"none"} -->
<figure class="wp-block-image size-large"><img src="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/image-9-1024x543.png" alt="" class="wp-image-231033" /></figure>
<!-- /wp:image -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>หากใครที่ติดตาม และวิเคราะห์กราฟราคาจะทราบดีว่า แท่งเทียนของเดือนมิถุนายนนั้นมีลักษณะเหมือน "ก้อนอิฐสีแดงทึบขนาดใหญ่" ที่แทบจะไม่มี "ไส้เทียน"&nbsp; โผล่ออกมาให้เห็นเลย สิ่งนี้เป็นสัญญาณทางเทคนิคที่ชัดเจนที่สุดว่า ตลาดถูกควบคุมและถล่มขายโดยฝั่งหมีอย่างสมบูรณ์แบบตลอดทั้งเดือน โดยไม่มีการหยุดชะงัก และเป็นคำเตือนว่า ราคาอาจจะไหลลึกดิ่งลงได้อีกในสัปดาห์ข้างหน้า</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-ถอดรห-สโครงสร-างแท-งเท-ยน-เม-อแรงซ-อหายสาบส-ญ"} -->
<h2 id="h-ถอดรห-สโครงสร-างแท-งเท-ยน-เม-อแรงซ-อหายสาบส-ญ" class="wp-block-heading"><strong>ถอดรหัสโครงสร้างแท่งเทียน เมื่อแรงซื้อหายสาบสูญ</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ตามหลักการอ่านกราฟ แท่งเทียน 1 แท่งจะบันทึกข้อมูลสำคัญ 4 จุด ได้แก่ ราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุด โดยตัว "เนื้อเทียน" (Body) จะแสดงการเคลื่อนไหวจากราคาเปิดไปราคาปิด&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ส่วนไส้เทียน ซึ่งเป็นเส้นขีดบาง ๆ ที่ยื่นออกไปด้านบนและด้านล่าง จะสะท้อนถึงระยะราคาที่เหรียญวิ่งไปไกลที่สุดในเดือนนั้น&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การมีไส้เทียนขนาดใหญ่หมายความว่า ฝั่งซื้อและฝั่งขายสู้กันอย่างดุเดือด หากไส้เทียนบนยาวแปลว่า แรงขายทุบราคาลงมาจากการไล่ราคา แต่ถ้าไส้เทียนล่างยาวแสดงว่า มีแรงช้อนซื้อตีตื้นขึ้นมาจากจุดต่ำสุด ซึ่งไม่ว่าจะทางใด ไส้เทียนคือ หลักฐานของการต่อสู้จากทั้งสองฝั่ง</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แต่แท่งเทียนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กลับไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย มันมีเพียงเนื้อเทียนสีแดงแท่งทึบหนา โดยมีไส้เทียนสั้นมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ซึ่งหมายความว่าราคาแทบจะวิ่งเป็นเส้นตรงดิ่งลงเหวตั้งแต่วันที่ 1 ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:image {"id":231032,"sizeSlug":"large","linkDestination":"none"} -->
<figure class="wp-block-image size-large"><img src="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/image-8-1024x534.png" alt="" class="wp-image-231032" /></figure>
<!-- /wp:image -->

<!-- wp:paragraph -->
<p><em>แท่งเทียนของ BTC ในเดือนมิถุนายนแสดงให้เห็นถึงการครอบงำของฝ่ายขายอย่างสมบูรณ์ (TradingView)</em></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดยที่ฝั่งซื้อไม่เคยสามารถสร้างแรงต้านหรือกดดันฝั่งหมีได้เลยแม้แต่น้อย ไม่มีการดีดตัวขึ้นไปสูงกว่าราคาเปิด และไม่มีการรีบาวด์เพื่อฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ยิ่งไปกว่านั้น ราคาปิด ณ วันที่ 30 มิถุนายน ยังเป็นราคาที่ต่ำที่สุดของเดือนอีกด้วย</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-สร-ปความหมายของแท-งเท-ยนห-วโล-น-marubozu-nbsp"} -->
<h2 id="h-สร-ปความหมายของแท-งเท-ยนห-วโล-น-marubozu-nbsp" class="wp-block-heading"><strong>สรุปความหมายของแท่งเทียนหัวโล้น "Marubozu"&nbsp;</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การเกิดแรงเทขายแบบม้วนเดียวจบในทิศทางเดียวต่อเนื่องยาวนานถึง 30 วันเต็ม ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากสำหรับแท่งเทียนรายเดือน เพราะโดยปกติแล้วไม่ว่าตลาดจะแย่แค่ไหน มักจะต้องมีความผันผวนหรือแรงดีดกลับสั้น ๆ ทิ้งร่องรอยเอาไว้บ้าง การไร้เงาของไส้เทียนในรอบนี้ จึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความน่ากลัวของฝั่งขาลงที่รุนแรงยิ่งกว่าตัวเลขติดลบ 20% เสียอีก</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ในทางเทคนิค นักเทรดจะเรียกแพทเทิร์นแท่งเทียนลักษณะนี้ว่า "มารุโบซุ"&nbsp; ซึ่งเป็นคำในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า "หัวโล้น" ที่สื่อถึงแท่งเทียนที่ไม่มีไส้เทียนโผล่ออกมาทั้งสองด้าน&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>การปรากฏของแท่งเทียนนี้บนกราฟรายเดือนชี้ชัดว่า อารมณ์ของตลาดเป็นเชิงลบขั้นรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์หลายสำนักก่อนหน้านี้ ที่คาดว่าราคา Bitcoin อาจจะร่วงลงลึกกว่าเดิม โดยมีเป้าหมายจุดต่ำสุดถัดไปอยู่ในกรอบ 48,000 ถึง 55,000 ดอลลาร์&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา : <a href="https://www.coindesk.com/markets/2026/07/01/bitcoin-s-20-june-crash-looks-even-deadlier-on-the-charts-here-s-why">coindesk</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือปฏิกิริยาของราคาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม หากยังไม่มีแท่งเทียนที่มีไส้ยาวปรากฏขึ้นมาเป็นสัญญาณของการสู้กลับ ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะทดสอบแนวรับในโซนที่นักวิเคราะห์คาดไว้จริง แต่ในตลาดคริปโตที่ผันผวนสูง การกลับตัวอย่างรวดเร็วก็เกิดขึ้นได้เสมอ นักลงทุนจึงควรบริหารความเสี่ยงและไม่ควรตัดสินใจจากแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p></p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/nvnevn-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/nvnevn-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[นักวิจารณ์เตือน BIP-110 อาจทำให้การเก็บ Bitcoin ด้วยตัวเองไม่ปลอดภัยอีกต่อไป]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/07/01/critics-say-bip-110-could-break-self-custody-and-risk-user-funds/]]></link>
							<pubDate>พุธ, 01 ก.ค. 2026 14:18:46 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Patiphan Santivarotai</dc:creator>
							<dc:identifier>231008</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-07-01 14:19:59</dc:modified>
							<dc:created unix="1782915526">2026-07-01 14:18:46</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/07/01/critics-say-bip-110-could-break-self-custody-and-risk-user-funds/]]></guid><category>17</category><category>26</category>
							<description><![CDATA[Bitcoin สินทรัพย์ดิจ]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>ข้อเสนออัปเกรด Bitcoin BIP-110 กำลังเกิดดราม่าหนักหลังพบช่องโหว่สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของผู้ใช้</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>Farside เตือนว่าข้อเสนอนี้จะส่งผลให้กระเป๋าเงินระบบมินิสคริปต์ ยังคงเปิดให้ส่งเงินเข้ากระเป๋าได้ตามปกติ แต่กฎฉันทามติใหม่จะทำให้ไม่สามารถถอนเงินออกมาใช้ได้อีก</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ข้อเสนอนี้มีกำหนดเปิดใช้งานผ่านการบังคับส่งสัญญาณที่บล็อกหมายเลข 961,632 ในช่วงเดือนสิงหาคม 2026 ทว่าปัจจุบันยังได้รับเสียงสนับสนุนน้อยมาก</li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มผลกระทบ: Bearish</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ข้อเสนอ BIP-110ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นธุรกรรมบวมโตในบล็อกเชน Bitcoin กำลังเกิดดราม่าขึ้น เมื่อมีการพบปัญหาความเข้ากันได้ของระบบซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัวเพราะระบบยังอนุญาตให้ฝากเงินเข้าได้แต่เงื่อนไขฉันทามติใหม่จะส่งผลให้เงินถูกล็อกถาวรจนไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้ เกิดกลายเป็นดราม่าใหญ่ในชุมชน</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Bitcoin สินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบันดูเหมือนว่ากำลังจะประสบกับปัญหาการอัปเดตและความขัดแย้งภายในชุมชนนักพัฒนา เมื่อมีการตรวจพบว่าข้อเสนอ BIP-110 อาจส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋านักลงทุนจำนวนมาก</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-bip-110-ค-ออะไร"} -->
<h2 id="h-bip-110-ค-ออะไร" class="wp-block-heading"><strong>BIP-110 คืออะไร?</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>BIP-110 มีชื่อเต็มว่า <strong>Reduced Data Temporary Softfork (RDTS)</strong> เป็นข้อเสนอการปรับปรุงเครือข่าย Bitcoin แบบ Soft Fork ชั่วคราว ซึ่งถูกนำเสนอโดย Dathon Ohm ในช่วงปลายปี 2025 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อควบคุมและลดปริมาณข้อมูลขยะบนบล็อกเชน เช่น ข้อมูลจากการจารึกสินทรัพย์ประเภท Ordinals</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>เป้าหมายสำคัญของการผลักดันข้อเสนอนี้ คือการพยายามดึงให้ระบบของ Bitcoin กลับมามุ่งเน้นที่การทำหน้าที่เป็น "ระบบการเงิน" อย่างแท้จริง แทนที่จะถูกนำพื้นที่ไปใช้งานเป็นเพียงฐานข้อมูลอเนกประสงค์ทั่วไป&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ตาม จวบจนถึงปัจจุบัน ข้อเสนอ BIP-110 ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเพื่อนำมาใช้งานจริงได้ เนื่องจากนักพัฒนายังคงพบช่องโหว่ทางเทคนิคบางประการที่อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบ ซึ่งนักพัฒนา Bitcoin ยังคงต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-ประเด-นดราม-า"} -->
<h2 id="h-ประเด-นดราม-า" class="wp-block-heading"><strong>ประเด็นดราม่า</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ดราม่าในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Fred Krueger ผู้สนับสนุน BIP-110 ยืนยันว่า การอัปเกรดดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อกฎเกณฑ์และคุณสมบัติทางการเงินที่เป็นแก่นหลักของ Bitcoin&nbsp; ไม่ว่าจะเป็นอุปทาน 21 ล้าน , PoW , Lightning, กระเป๋า multisig , self-custody รวมไปถึงที่อยู่กระเป๋า Address ต่างๆ ซึ่งระบบทั้งหมดนี้จะยังคงทำงานได้ตามปกติ&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Krueger อธิบายเพิ่มเติมว่า ผลกระทบหลักจากการอัปเกรดจะเกิดขึ้นเฉพาะกับชุดข้อมูลสุ่มขนาดใหญ่ (Arbitrary data) ที่ถูกนำมาจารึกไว้บนบล็อกเชนโดยโปรโตคอลอย่าง Ordinals, Runes&nbsp; และอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งระบบเหล่านี้จะถูกระงับไม่ให้สามารถใช้งานได้อีกต่อไป&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ตาม Farside กลับโต้แย้งว่าข้อเสนอ BIP-110 จะเป็นการสั่งห้ามฟีเจอร์การเขียนสคริปต์บน Taproot หลายตัว ซึ่งรวมไปถึงคำสั่งปฏิบัติการสำคัญอย่าง OP_IF ที่ใช้งานโดยมินิสคริปต์ด้วย&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ตามคำอธิบายของ Farside ระบุว่า หากการทำ Soft Fork ดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ บรรดากระเป๋าคริปโตที่รองรับระบบมินิสคริปต์ จะยังคงเปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและส่งเงินไปยังที่อยู่กระเป๋าที่ถูกสร้างขึ้นจากตัวสคริปต์ที่ถูกสั่งห้ามไปแล้วเหล่านั้นได้ ซึ่งนี่ถือเป็นช่องโหว่ทางเทคนิคที่อาจสร้างความสับสนและนำไปสู่ปัญหาความยุ่งยากในการจัดการสินทรัพย์ตามมาได้&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อธิบายให้เข้าใจง่ายการอัปเกรดใหม่นี้ก็เหมือนการที่คุณสร้างตู้เซฟด้วยกุญแจแบบพิเศษ แต่กฎใหม่กลับบอกว่า กุญแจแบบนี้ห้ามใช้แล้ว ผลคือ ตู้เซฟยังล็อกอยู่ และคุณเปิดมันไม่ได้แม้จะเคยมีกุญแจดอกเดิมที่ไขได้ แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปแล้วปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะส่งผลกระทบถึง ถ้าไม่ได้ไปยุ่งกับโค้ดหรือระบบที่ซับซ้อน</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>สิ่งที่ย้อนแย้งก็คือ ซอฟต์แวร์ Bitcoin Knots เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมรันโหนดที่ให้การสนับสนุนข้อเสนอ BIP-110 นั้น ตัวระบบของมันเองกลับสามารถสร้างที่อยู่กระเป๋าที่ไม่รองรับกับเกณฑ์ใหม่เหล่านี้ขึ้นมาได้เสียเอง</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Farside ยังได้ชี้ให้เห็นประเด็นที่ลึกไปกว่านั้นว่า BIP-110 จะสั่งห้ามการสร้างผลลัพธ์ธุรกรรมรูปแบบใหม่อย่าง Pay-to-Public-Key (P2PK) ซึ่งเป็นประเภทของสคริปต์ที่เคยถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในช่วงยุคแรกเริ่มของบิทคอยน์ และในปัจจุบันมีเหรียญบิทคอยน์ถูกจัดเก็บอยู่ภายในนั้นมากกว่า 1.7 ล้าน BTC</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ตาม การนำผลธุรกรรมรูปแบบ P2PK ที่มีอยู่เดิมออกมาใช้จ่าย จะยังคงสามารถทำได้ แม้ว่าในบางสถานการณ์ ข้อเสนอดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการระงับเงินทุนชั่วคราว หรือทำให้ผู้ใช้งานต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวจะสามารถเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อ มีกลุ่มนักขุดจำนวนอย่างน้อย 55% ส่งสัญญาณให้การสนับสนุนในระหว่างช่วงที่มีการปรับความยากในการขุด หรือในกรณีที่ไม่เป็นไปตามนั้น ข้อเสนอนี้จะถูกเปิดใช้งานผ่านกระบวนการบังคับส่งสัญญาณโดยจะเริ่มต้นที่บล็อกหมายเลข 961,632 ซึ่งคาดว่าจะขุดไปถึงในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2026 นี้</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-ป-ญหาท-มากกว-าแค-ความเข-าก-นได-ของกระเป-า"} -->
<h2 id="h-ป-ญหาท-มากกว-าแค-ความเข-าก-นได-ของกระเป-า" class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาที่มากกว่าแค่ความเข้ากันได้ของกระเป๋า</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Krueger และกลุ่มผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ มองว่าสินทรัพย์ประเภท Inscriptions, โทเคนมาตรฐาน BRC-20 และการใช้งานในลักษณะเดียวกันนั้น ได้สร้างความบวมโตที่ไม่มีความจำเป็นให้แก่ระบบเครือข่าย และข้อเสนอใหม่นี้ก็คือ แนวทางในการสกัดกั้นธุรกรรมจำพวกดังกล่าวโดยไม่ไปแตะต้องหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของ Bitcoin</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ทว่าคนอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงช่องพอดแคสต์ชื่อดังอย่าง Block Runner กลับปฏิเสธเหตุผลข้อนั้น โดยยืนยันว่า ยอดสะสมของ Inscriptions จำนวน 126.7 ล้านรายการบนเครือข่ายบิทคอยน์นั้น คิดเป็นมูลค่าในระบบเพียงแค่ 1.267 BTC เท่านั้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมากจนพวกเขาเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนแค่เหรียญที่ร่วงหล่นลงไปในมหาสมุทร</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ในมุมมองของพวกเขา บรรดากลุ่มนักขุดที่ได้รับกำไรเป็นกอบเป็นกำจากกิจกรรมเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงพูลขุดยักษ์ใหญ่อย่าง AntPool, ViaBTC, SpiderPool, F2Pool และ Luxor ซึ่งกำลังเข้ามาเป็นโหนดช่วยชดเชยงบประมาณด้านความปลอดภัยของบิทคอยน์ที่กำลังลดน้อยถอยลง ในขณะที่ตัวข้อเสนอ BIP-110 เองนั้น กลับได้รับเสียงสนับสนุนจากฝั่งนักขุดและผู้รันโหนดเพียงหยิบมือเท่านั้น</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>อย่างไรก็ดี กิจกรรมบนเครือข่ายของบิทคอยน์ยังคงรักษาตัวเลขในระดับสูงตลอดช่วงเวลานี้โดยไม่สนต่อสถานการณ์ด้านราคา โดยข้อมูลล่าสุดจาก CryptoQuant แสดงให้เห็นว่า ปริมาณการใช้งานเครือข่ายนั้นพุ่งเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าราคาของ BTC จะดิ่งลงไปต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐก็ตาม ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ความต้องการพื้นที่บนบล็อก ไม่ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร ก็จะยังไม่หายไปไหนในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา : <a href="https://cryptopotato.com/critics-say-bip-110-could-break-self-custody-and-risk-user-funds/">Cryptopotato</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน : วิกฤต BIP-110 กำลังจะกลายเป็นสงครามทางอุดมการณ์รอบใหม่ของ Bitcoin ที่ถ้าปล่อยไว้และไม่ได้ข้อสรุปที่ดีพออาจลงเอยด้วยการแตกหักของชุมชนจนเกิดเป็นการ Hard Fork ที่รุนแรงอีกครั้งขึ้นมาได้</p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/bip-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/07/bip-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[ตลาดออปชั่นส่งสัญญาณเตือน Bitcoin เสี่ยงร่วงไป $55,000 หลังส่วนต่าง Put-Call ทุบสถิติในรอบ 12 เดือน]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/06/30/bitcoin-put-call-ratio-hits-1-year-high-are-bears-preparing-for-drop-to-55k/]]></link>
							<pubDate>อังคาร, 30 มิ.ย. 2026 12:36:56 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Patiphan Santivarotai</dc:creator>
							<dc:identifier>230851</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-06-30 12:37:12</dc:modified>
							<dc:created unix="1782823016">2026-06-30 12:36:56</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/06/30/bitcoin-put-call-ratio-hits-1-year-high-are-bears-preparing-for-drop-to-55k/]]></guid><category>17</category><category>26</category>
							<description><![CDATA[ปัจจุบันสถานการณ์ควา]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>ตลาดออปชัน Bitcoin แสดงความไม่สมดุลอย่างรุนแรง โดยมีมูลค่าพรีเมียมของสัญญาขาย Put สูงถึง 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 7 เท่าของสัญญาซื้อ Call</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>ส่วนต่างดังกล่าวนั้นเป็นช่องว่างที่กว้างที่สุดในรอบกว่า 12 เดือน สะท้อนความต้องการป้องกันความเสี่ยงขาลงที่สูงผิดปกติในตลาด</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>โครงสร้างตลาดที่เต็มไปด้วยความกลัวนี้ชี้ว่า Bitcoin มีแนวโน้มที่จะลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ</li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มผลกระทบ : Bearish</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ตลาดออปชัน Bitcoin พบความต้องการสัญญา Put สูงผิดปกติจนค่าพรีเมียมพุ่งแตะ 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าฝั่ง Call ถึง 7 เท่า และเป็นสถิติความไม่สมดุลสูงสุดในรอบปี ประกอบกับค่า Delta Skew ที่ระดับ 19% บ่งชี้ว่า Market makers กำลังหลีกเลี่ยงการแบกรับความเสี่ยงขาลง ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลว่าราคาอาจร่วงลงไปทดสอบที่ 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางดูเหมือนจะมีท่าทีที่ดีขึ้นเห็นได้จากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับตัวลดลง แต่ดูเหมือนว่าโครงสร้างตลาดของ Bitcoin จะยังคงอ่อนแอและมีแนวโน้มที่จะถูกกดดันและลดลงต่อ</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETFs สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยในขณะนี้คือ ความต้องการสัญญาออปชันเลือกซื้อขายประเภท Put หรือสิทธิ์ในการขายที่เพิ่มสูงขึ้น แสดงว่านักเทรดต่างกำลังมองหาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงขาลงของราคาบิตคอยน์ ทว่าความเคลื่อนไหวนี้กลับพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับผิดปกติ</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:image {"id":230855,"sizeSlug":"large","linkDestination":"none"} -->
<figure class="wp-block-image size-large"><img src="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/06/image-365-1024x335.png" alt="" class="wp-image-230855" /></figure>
<!-- /wp:image -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ข้อมูลเปิดเผยว่า มูลค่าส่วนต่างราคา หรือที่เรียกว่าค่าพรีเมี่ยม ที่จ่ายให้กับสัญญา Put ของบิตคอยน์บนกระดาน Deribit มีจำนวนรวมสูงถึง 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็น 7 เท่าของมูลค่า 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่จ่ายให้กับสัญญา Call ฝั่งซื้อ</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ความไม่สมดุลดังกล่าวถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 12 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความต้องการที่ต่ำอย่างมากจากฝั่งผู้ซื้อ ทำให้มีความกังวลว่าราคาอาจร่วงลงไปทดสอบที่ระดับ $55,000 ได้ แต่ถึงอย่างนั้นข้อมูลดังกล่าวก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ขายจะได้เป็นฝ่ายคุมเกมเสมอไป</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:image {"id":230853,"sizeSlug":"large","linkDestination":"none"} -->
<figure class="wp-block-image size-large"><img src="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/06/image-363-1024x316.png" alt="" class="wp-image-230853" /></figure>
<!-- /wp:image -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ทั้งนี้ ค่า Delta Skew ของออปชันบิตคอยน์ได้ยืนอยู่ที่ระดับ 19% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้บ่งบอกว่ากลุ่ม Market makers ไม่เต็มใจที่จะแบกรับความเสี่ยงต่อการปรับตัวลดลงของราคาโดยโครงสร้างนี้ชี้ให้เห็นถึงความกลัว แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-การย-ายเง-นท-นจเข-าส-ห-นกล-มเซม-คอนด-กเตอร"} -->
<h2 id="h-การย-ายเง-นท-นจเข-าส-ห-นกล-มเซม-คอนด-กเตอร" class="wp-block-heading"><strong>การย้ายเงินทุนจเข้าสู่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ในทางตรงกันข้ามกับความตื่นตระหนกของนักลงทุนคริปโต ดูเหมือนว่ารายย่อยจะกำลังโยกย้ายเงินทุนออกจากทองคำและบิตคอยน์เพื่อเข้าสู่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีเงินทุนไหลเข้าสะสมมากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในกองทุน ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการพุ่งขึ้นถึง 81% ในกองทุน iShares Semiconductor ETF และทำกำไรเพิ่มขึ้น 60% ในกองทุน VanEck Semiconductor ETF</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>กลับกัน กองทุน Bitcoin Spot ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ กลับต้องเผชิญกับกระแสเงินทุนที่ไหลออกสุทธิติดต่อกันเป็นเวลา 7 สัปดาห์ซ้อน ซึ่งได้ไปทำลายความหวังของฝั่งที่รอจะเห็นการดีดตัวกลับอย่างรุนแรงจากจุดต่ำสุด การกลับลงไปทดสอบระดับราคา 55,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งจึงเป็นกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ในขณะนี้&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา : <a href="https://cointelegraph.com/markets/bitcoin-put-call-ratio-hits-1-year-high-are-bears-preparing-for-drop-to-55k">Cointelegraph</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน : ไม่ว่าการเทขายในครั้งนี้จะมาจากสาเหตุของการโยกย้ายเงินทุนเข้าสู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่กองทุน Bitcoin Spot ETF ยังคงเผชิญกับกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิอย่างรุนแรงความเชื่อมั่นในฝั่งของนักลงทุนในตลาดดั้งเดิมก็อาจยังไม่กลับมาได้ง่ายๆ&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/06/cp-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/06/cp-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item>
					<item>
							<title><![CDATA[CEO โปรเจกต์คริปโตชี้ผู้ซื้อ Bitcoin รายใหญ่ในอนาคต อาจไม่ใช่มนุษย์แต่เป็น AI ]]></title>
							<link><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/06/30/crypto-project-ceo-suggests-future-major-bitcoin-buyers-might-not-be-humans-but-ai/]]></link>
							<pubDate>อังคาร, 30 มิ.ย. 2026 10:45:36 +0700</pubDate>
							<dc:creator>Pairploy Denpairojsak</dc:creator>
							<dc:identifier>230838</dc:identifier>
							<dc:modified>2026-06-30 10:49:21</dc:modified>
							<dc:created unix="1782816336">2026-06-30 10:45:36</dc:created>
							<guid isPermaLink="true"><![CDATA[https://siamblockchain.com/2026/06/30/crypto-project-ceo-suggests-future-major-bitcoin-buyers-might-not-be-humans-but-ai/]]></guid><category>26104</category><category>17</category>
							<description><![CDATA[Yat Siu ผู้ร่วมก่อตั]]></description><content:encoded><![CDATA[<!-- wp:details -->
<details class="wp-block-details"><summary>สรุปข่าว</summary><!-- wp:list -->
<ul class="wp-block-list"><!-- wp:list-item -->
<li>Yat Siu ผู้ร่วมก่อตั้ง Animoca Brands เปิดเผยวิสัยทัศน์สุดล้ำ ชี้เป้าในอนาคตบอท AI Agents จะก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้ซื้อและผู้ถือครองรายใหญ่ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี แซงหน้ามนุษย์</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>โมเดลเศรษฐกิจ Web3 กำลังเปลี่ยนผ่าน โดยเหรียญ Altcoins จะแปรสภาพเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ในรูปแบบของกำลังการประมวลผลและพลังงาน พร้อมทั้งมีกลไกการเผาเหรียญทิ้งตามปริมาณการใช้งานจริงของระบบ AI และสมองกลอัจฉริยะ</li>
<!-- /wp:list-item -->

<!-- wp:list-item -->
<li>Animoca Brands เดินหน้าจัดทัพรับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ส่งบริษัทในเครือคว้าใบอนุญาต Stablecoin จากธนาคารกลางฮ่องกง ร่วมกับธนาคาร HSBC  พร้อมอัดฉีดงบ 10 ล้านดอลลาร์ หนุน HelloMinds ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน AI Agentic บอทที่สามารถคิดและตัดสินใจได้เอง </li>
<!-- /wp:list-item --></ul>
<!-- /wp:list -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>คำทำนายเชิงกลยุทธ์ของ Yat Siu ส่งผลเชิงบวกขั้นรุนแรงต่ออนาคตของ Bitcoin และระบบนิเวศคริปโตในระยะยาว การเปลี่ยนผ่านผู้เล่นในตลาดจาก "มนุษย์" ไปสู่ บอท AI Agents นับแสนล้านตัว จะช่วยเปิดประตูสู่อุปสงค์ซื้อปริมาณมหาศาลที่ไร้ขีดจำกัดด้านเวลาและอารมณ์&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph --></details>
<!-- /wp:details -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Yat Siu ผู้ร่วมก่อตั้ง Animoca Brands ได้ออกมาแสดงทัศนะที่น่าสนใจในสัปดาห์นี้ว่า ในอนาคต "บอท AI อัจฉริยะ" (AI Agents) จะกลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในตลาดคริปโต โดยเหรียญ Altcoins ต่าง ๆ จะเปลี่ยนสภาพไปทำหน้าที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ที่คอยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่มี AI เป็นผู้ดำเนินงานหลัก</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>แนวคิดของ Yat Siu มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เรียกว่า "Inference Tokens" หรือโทเคนที่ใช้ในกระบวนการประมวลผลของ AI ซึ่งเป็นหน่วยที่ผู้คนในปัจจุบันใช้จ่ายจริงอยู่แล้ว เวลาเรียกใช้งานระบบของ OpenAI, Anthropic และ Gemini&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดยเขามองว่า เหล่านักพัฒนาสามารถเปลี่ยนรูปแบบการใช้จ่ายเหล่านี้ให้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ ซึ่งมันจะเป็นตัวแทนของ "กำลังการประมวลผล (Compute) และพลังงาน" ที่มีกลไกการเผาเหรียญทิ้งจริง และมีการใช้งานจริงทางกายภาพ ไม่ต่างอะไรกับที่ชิปเซมิคอนดักเตอร์ทำหน้าที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ในอุตสาหกรรมการผลิตในโลกแห่งความจริง</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:heading {"anchor":"h-เตร-ยมระบบบล-อกเชนรองร-บกระเป-าเง-นของ-ai-น-บแสนล-านต-ว"} -->
<h2 id="h-เตร-ยมระบบบล-อกเชนรองร-บกระเป-าเง-นของ-ai-น-บแสนล-านต-ว" class="wp-block-heading"><strong>เตรียมระบบบล็อกเชนรองรับกระเป๋าเงินของ AI นับแสนล้านตัว</strong></h2>
<!-- /wp:heading -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ปัจจุบัน Yat Siu ได้ทดลองรันบอท AI Agents ส่วนตัวอยู่ถึง 212 ตัว ผ่านแพลตฟอร์ม Hello Minds (หรือชื่อเดิมคือ Animoca Minds) โดยเขากล่าวว่า "มนุษย์เราเป็นเพียงแค่หนูทดลองให้กับบอท AI เหล่านี้"&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Yat Siu อธิบายว่า การขยายขีดความสามารถของบล็อกเชนตลอดหลายปีที่ผ่านมา แท้จริงแล้วทำเพื่อรองรับธุรกรรมมหาศาลจากฝั่ง AI ไม่ใช่ของมนุษย์ และเขาเชื่อว่า การที่มนุษย์จะหันมาใช้คริปโตฯ อย่างแพร่หลายในอนาคต จะเป็นการใช้งานตามรอยระบบที่ AI ได้วางรากฐานไว้ล่วงหน้าแล้ว</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>นอกจากนี้ Yat Siu ยังมองว่า NFT มีโอกาสที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง เนื่องจากในโลกคริปโต NFT ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะความมั่งคั่ง และในอนาคตบอท AI Agents เหล่านี้จะกลายมาเป็นผู้ซื้อ NFT เสียเอง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งสัญญาณชี้วัดตัวตน และความน่าเชื่อถือของพวกมันในระบบ&nbsp;</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>โดย Yat Siu ชี้ว่า การที่ราคาเหรียญ Bored Ape เริ่มขยับเข้าใกล้ระดับราคาช่วงเดือนสิงหาคม 2021 ในช่วงนี้ ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ซึ่งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp; Anchor Point องค์กรในเครือ Animoca ก็เพิ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสเตเบิลคอยน์ 1 ใน 2 ใบแรกจากธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ควบคู่ไปกับธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง HSBC ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมขั้นสุดในการรองรับระบบการเงินดิจิทัลยุคใหม่</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>Yat Siu ยังได้ประกาศโครงการระดมทุนมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ ผ่าน Hello Minds เพื่อสนับสนุนนักพัฒนาที่กำลังสร้างแอปพลิเคชัน AI ในรูปแบบ Agentic หรือบอทที่สามารถคิดและตัดสินใจได้เอง โดยเขาเปรียบเทียบสถานการณ์ในปัจจุบันว่า คล้ายคลึงกับยุคบุกเบิกของ NFT และเกมแนว Web3 ในอดีต ก่อนที่อุตสาหกรรมเหล่านั้น จะเติบโตและพัฒนาจนกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในเวลาต่อมา</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>ที่มา&nbsp; :<a href="https://www.benzinga.com/crypto/cryptocurrency/26/06/60173949/bitcoins-next-buyer-is-not-human-says-animocas-yat-siu-how-ai-will-influence-crypto"> benzinga</a></p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:separator -->
<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity" />
<!-- /wp:separator -->

<!-- wp:paragraph -->
<p>มุมมองผู้เขียน :&nbsp; วิสัยทัศน์ของ Yat Siu ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้โลกคริปโตฯ โดยชี้ว่า มนุษย์ไม่ใช่ผู้เล่นหลักของบล็อกเชนอีกต่อไป แต่การอัปเกรดบล็อกเชนเลเยอร์ 2 ต่างๆ ในปัจจุบัน แท้จริงแล้ว ทำขึ้นเพื่อรองรับบอท AI นับแสนล้านตัวที่จะเข้ามาใช้งานในอนาคตต่างหากซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก</p>
<!-- /wp:paragraph -->

<!-- wp:paragraph -->
<p></p>
<!-- /wp:paragraph -->]]></content:encoded><enclosure url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/06/jjv0c84-150x150.jpg"/><media:content url="https://siamblockchain.com/wp-content/uploads/2026/06/jjv0c84-150x150.jpg" height="150" width="150" type="image/jpeg"/>		
					</item></channel></rss><!-- end of xml string -->