Home ข่าวสาร

ข่าวสาร

ความนิยมของ LocalBitcoins ที่สูงขึ้นในจีนทำให้ผู้คนเริ่มกลัวการกลับมาของธนาคารกลางอีกครั้ง

ความกังวลเริ่มเข้าปกคลุมกลุ่มผู้ใช้บิทคอยในประเทศจีนเมื่อทางธนาคารแห่งประเทศจีนหรือ PBoC อาจจะมีแผนการจัดการเว็บให้บริการเทรดบิทคอยแบบ P2P ทั่วโลกในนาม LocalBitcoins หลังจากการสั่งหยุดให้บริการถอนของเว็บเทรดใหญ่ๆในจีนจนส่งผลให้ผู้คนแห่ไปหาเว็บ LocalBitcoins เมื่อเว็บ Huobi และ OkCoin ประกาศหยุดให้บริการถอนเป็นเวลา 1 เดือนโดยสืบเนื่องมาจากการเข้าควบคุมของ PBoC นั้น ส่งผลให้นักลงทุนในเหรียญบิทคอยต้องหนีไปหาตัวเลือกใหม่ๆ อย่างเช่นเว็บแลกเปลี่ยนแบบ P2P หรือบุคคลต่อบุคคล ซึ่งนั่นส่งผลให้โวลลุ่มในการเทรดบนเว็บดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นเป้นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในตอนนี้พนักงานของ LocalBitcoins ได้เข้าไปโพสในเว็บ Reddit (หรือเว็บบอร์ดที่คล้ายๆกับ Pantip บ้านเรา) เพื่อกล่าวถึงภัยคุกคามที่อาจมาจากทางธนาคารกลางแห่งประเทศจีน และทำการตัดสินใจพร้อมๆกับเว็บเทรดพันธมัตรอย่าง...

ราคาบิทคอยน์ในตลาดไทยพุ่งแตะ 100,000 บาทแซงตลาดโลกแบบไม่เห็นฝุ่น

ราคาบิทคอยน์บนเว็บเทรดบิทคอยน์แห่งประเทศไทยหรือ Bx นั้นได้ทำการซื้อขายจนราคาแตะ 1 แสนบาทต่อ 1 บิทคอยน์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2017 เวลา 10 โมง 50 นาที โดยคิดเป็นเงินดอลลาร์ประมาณ 2,920 ดอลลาร์ ซึ่งนำหน้าราคาตลาดโลกอยู่ที่ 2,536 ดอลลาร์บนเว็บ Coinbase โดยในขณะนี้ได้มีชาวไทยจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสนใจในตัวของเจ้าเหรียญ cryptocurrency ดังกล่าว โดยความต่างของราคาของตลาดไทยกับตลาดโลกนั้นเป็นตัวบ่งชี้ว่าดีมานด์ความต้องการของคนไทยในตัวบิทคอยน์นั้นสูงมากกว่าที่อื่น สาเหตุหลักๆนั้นเป็นเพราะความ FOMO (Fear of missing out)...

เว็บไซต์การเงินที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมันขึ้นรายชื่อบิทคอยเป็นค่าเงินหลัก

เว็บสัญชาติเยอรมันนามว่า Finanzen.net หรือเว็บที่ให้บริการทางด้านข่าวสารทางด้านการเงินในเยอรมันได้ลิสบิทคอยขึ้นบนกระดานค่าเงินหลักท่ามกลางเงินดอลลาร์, เงินเยน และเงินหยวน โดยกระดานดังกล่าวนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นกระดานค่าเงิน "ที่สำคัญ" บนเว็บไซต์ โดยลิสที่ว่านี้ประกอบไปด้วยค่าเงินทั้งหมด 7 ค่าเงินที่ Finanzen.net ได้ประกันว่าเป็นค่าเงินขั้นพื้นฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ โดยการนำบิทคอยขึ้นไปบนเว็บไซต์อาจกล่าวได้ว่าทางเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ได้มองบิทคอยเป็นอีกหนึ่งสกุลเงินหลักของโลกไปแล้วก็ได้

ราคาบิทคอยหลุดแนวรับ 900 ดอลลาร์ เทรดเดอร์แย่งกันเทขายท่ามกลางข่าวจากจีน

ราคาของลิทคอยเริ่มตกลงมาถึง 11% แล้วตั้งแต่เมื่อวาน โดยในขณะนี้ตลาดเริ่มที่ผันผวนอย่างรุนแรงเนื่องจากผู้คนเริ่มตกใจและแย่งกันขาย การเคลื่อนไหวล่าสุดของราคาเมื่อต้นสัปดาห์ทำให้เราได้เห็นถึงจุด ATH ใหม่กว่า ก่อนที่จะร่วงลงมาถึง 200 ดอลาร์ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะค่อยๆปรับตัวขึ้นมา โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของบิทคอยอยู่ที่ราวๆ 889 ดอลลาร์ในตลาดทั่วโลก โดยอ้างอิงจาก CoinDesk Bitcoin Price Index (BPI) โดยข่าวในจีนนั้นมีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศจีนหรือ PBoC รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศจีนได้ออกมาเตือนทางเว็บที่ให้บริการเทรดต่างๆในจีนว่าให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจจะถูกปรับได้ โดยตัวแทนจาก BTCC, OkCoin และ Huobi ได้ทำการพบปะหารือและพูดคุยกับทางหน่วยงานรัฐบาลเมื่อต้นสัปดาห์นี้มาแล้ว โดยราคาบนตลาด BTC-CNY นั้นได้ลงต่ำมาถึง 9% จากจุดสูงสุดในรอบวัน และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ...

SEC ไม่อนุมัติกองทุนบิทคอย ETF ของ SolidX เป็นรายที่สอง

ทาง U.S. Securities and Exchange Commission หรือ SEC ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการของการไม่อนุมัติกองทุนบิทคอยของ SolidX เพื่อนำมาเทรดบน NYSE โดยการประกาศออกมาวันนี้ ซึ่งถือเป็นการไม่อนุมัติในรายที่สองสำหรับกองทุนบิทคอย ETF ในเดือนนี้ การตัดสินใจดังกล่าวมีเหตุผลเดียวกับที่เคยประกาศไม่อนุมัติกองทุนบิทคอยของสองพี่น้องวิงเคิลวอสไปก่อนหน้านี้ โดยทางการได้ให้คำอธิบายออกมาเป็นไฟล์ ซึ่งเหมือนกับเมื่อคราวของสองพี่น้อง Winklevoss แบบลอกกันมา “ตามที่ทางเราได้หารือกันนั้น ทาง SEC เราขอตัดสินใจไม่อนุมัติการขอยื่นเรื่องดังกล่าวนี้ เนื่องจากมันไม่เป็นไปตามกฏระเบียบของกฏข้อที่ 6(b)(5) ของกฏหมายที่ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนที่ต้องการการร่างกฏหมายที่สามารถป้องกันการฉ้อโกง รวมไปถึงความพยายามในการปั่นราคา และช่วยปกป้องนักลงทุนรวมไปถึงผลประโยชน์ของโดยรวม ทางเราเชื่อว่าในการที่จะบรรลุคุณสมบัติเหล่านี้ได้นั้น ทางผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนที่มีหน้าที่ในการลิสและแลกเปลี่ยนหุ้นส่วนของ comodity-trust exchanged...

บิทคอยจะกลายเป็นสิ่งที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฏหมายในญี่ปุ่นอีกภายใน 2 เดือน

บิทคอยกำลังจะถูกทำให้ถูกกฏหมายในประเทศญี่ปุ่น กล่าวคือสามารถใช้จ่ายและชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย โดยในร่างกฏหมายฉบับใหม่นั้นได้ถูกผ่านเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมตัว และจะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ เตรียมตัวนับถอยหลัง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ Mt.Gox ขึ้นมานั้น สถานะของบิทคอยในทางกฏหมายยังไม่สามารถหาจุดลงตัวได้ โดยร่างฉบับแรกที่ถูกนำเสนอเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วนั้นประกอบไปด้วยเนื้อหาว่าด้วย virtual currency ที่รวมเอาบิทคอยเข้าไปด้วย โดยมันได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงเนื้อหาร่างกฏหมายปัจจุบันที่ว่าด้วยการใช้ระบบการใช้จ่าย และการป้องกันการโอนเงินเพื่อหวังผลทางด้านอาชญากรรม "การแก้ร่างกฏหมายว่าด้วยการใช้จ่ายที่ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้มีเนื้อหาอัพเดตเกี่ยวกับ virtual currency นั้นได้ถูกประกาศเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว" กล่าวโดยนาย Kawai โดยร่างที่ว่านี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฏหมายและแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกตีพิมพ์ขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และช่วงการทดสอบทางสาธารณะได้จบลงไปแล้วเมื่อวันที่ 27 มกราที่ผ่านมา นาย Kawai ยังกล่าวอีกว่า "กฏหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้" สิ่งที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฏหมายแต่ไม่ใช่สกุลเงิน ในร่างกฏหมายได้กล่าวถึง virtual currency รวมไปถึงบิทคอย และได้บังคับใช้กฏหมายกับบริษัทหรือผู้ให้บริการทางด้านการแลกเปลี่ยน virtual currency...

เหรียญ Ethereum Classic เตรียมเข้า ICO: “ไม่มีคำว่าล้มเหลวสำหรับ ETC”

ทีมนักพัฒนา Ethereum Classic ออกมาประกาศทางทวิตเตอร์เพื่อบ่งบอกถึงสถานะบน ICO ของพวกเขาที่กำลังจะมาถึงแล้วเร็วๆนี้ ICOs are coming soon to $ETC. This is a good thing but investors need to do their own research and invest wisely. No bail outs in...

เหรียญ IOTA เปิดตัวบน Bitfinex ทำสถิติใหม่โดยมีมูลค่าตลาดรวมถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์

เมื่อเวลาประมาณสองทุ่มของเมื่อวานนี้ เว็บผู้ให้เทรดเหรียญคริปโต Bitfinex ได้ประกาศเปิดตัวเหรียญ IOTA โดยจะเปิดให้เทรดคู่กับสกุลเงินดอลลาร์ (IOT/USD) และ Bitcoin (IOT/BTC) โดยนักซื้อขายสามารถไปหาซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ของ Bitfinex การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของ IOTA ที่สามารถดึงดูดนักลงทุนใหม่ๆให้เข้ามาลงทุนได้สำเร็จ “การที่เหรียญของคุณได้ขึ้นไปอยู่บนเว็บเทรดนั้นเปรียบเสมือนกับว่าคุณได้รางวัลอันล้ำค่าเลยทีเดียว” กล่าวโดยผู้ก่อตั้ง IOTA นาม David Sønstebø “มันแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้มันพร้อมสำหรับการเปิดตลาดที่กว้างกว่า และผู้ใช้งานที่มากกว่า” โดยหากมาดูตัวเลขหลังจากการเปิดตัวแล้วนั้น ดูเหมือนว่าตลาดนั้นพร้อมแล้วสำหรับเหรียญ IOTA จริงๆ ความคาดหวังจากผู้ใช้งาน หลังจากการประกาศของ Bitfinex ถึงการเตรียมตัวจะเพิ่มเหรียญ IOT เมื่อวันที่ 4...

Quantum Computer จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งจุดจบของบิทคอยหรือไม่

"บิทคอยนั้นได้ตายไปแล้ว!" ดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะถูกทำนายไปแล้วราวๆ 119 ครั้ง หรือแม้แต่ในบางเว็บไซต์ก็ได้มีการออกมานับคำทำนายจากหลายๆฝ่ายว่าบิทคอยได้ตายไปแล้วกี่ครั้ง คำทำนายที่น่าขำเช่นนี้มักจะมาตอนที่ราคาบิทคอยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือเพิ่งจะเด้งขึ้นจากจุดต่ำสุด แต่ทว่าการมาของควอนตัม คอมพิวเตอร์ที่อาจจะเป็นภัยต่อบิทคอยในอนาคตนั้น นาย Andersen Cheng หรือผู้ก่อตั้งร่วมแห่งบริษัท Post Quantum ได้ทำการทำนายออกสื่อว่า "บิทคอยนั้นจะไม่สามารถต้านทานควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้...บิทคอยจะตายตั้งแต่วันแรกๆที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์ถูกนำออกมาใช้งาน" อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการมาถึงของควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นดูเหมือนว่าจะมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยหากอ้างอิงจากนาย Andersen นั้น ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นภัยต่อระบบ cryptography ของบิทคอยโดยความสามารถของมันคือการตรวจสอบ public key ย้อนหลังอย่างง่ายดาย ซึ่งจะส่งผลให้การอนุมานหา private key ของแอดเดรสของกระเป๋าบิทคอยสามารถทำได้ง่าย ควอนตัมคอมพิวเตอร์นั้นกำลังอยู่ในระหว่างช่วงวิจัยและพัฒนา และถูกให้เงินสนับสนุนนับพันล้านดอลลาร์โดยทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเมื่อไม่นานมานี้...

ธนาคารกสิกรไทยจับมือบริษัทฟินเทคจีน IBS ทำระบบบล็อคเชน โอนเงินไทยจีนไม่ต้องแปลงเป็นดอลลาร์

ธนาคารกสิกรไทยซึ่งถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของประเทศไทยได้จับมือกับบริษัทฟินเทคสัญชาติจีนมีนามว่า International Business Settlement หรือ IBS เพื่อร่วมมือกันพัฒนาระบบ blockchain ที่สามารถทำธุรกรรมเงินบาท-หยวนได้ โดยจากรายงานของ Nikkei ระบบที่ว่านี้จะรองรับการโอนเงินระหว่างบาท-หยวนทั้งในไทยและในจีนโดยที่ไม่ต้องผ่านการแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสกุลเงินดอลลาร์มักจะใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงินในตลาดโลกเเมื่อมีการส่งเงินผ่าน wire transfer (โอนเงินข้ามประเทศผ่านธนาคาร) ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำได้กล่าวไว้ว่า "ทางบริษัท IBS มีเทคโนโลยีและระบบเนทเวิร์คในการที่จะทำให้การโอนเงินข้ามประเทศนั้นง่ายขึ้นและไม่ต้องแปลงผ่านเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ในช่วงเวลาที่เงินหยวนกำลังอยู่ในขาขึ้นแบบตอนนี้" โดยเทคโนโลยีที่ว่าจะถูกออกแบบโดย IBS และสมุดบันทึกการโอนเงินจะถูกเก็บแยกไว้จากสมุดบันทึกของจากทั่วโลก SWIFT ซึ่งถ้าหากเปิดให้ใช้บริการแล้ว ระบบของ IBS จะเป็นที่เชื่อว่าเร็วกว่า ถูกกว่า และลอดภัยกว่า เมื่อเทียบกับระบบ SWIFT...

บทความเก่า