<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

แม้ว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะยังไม่ถูกกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะผิดกฎหมาย

ในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการออกมาเตือนของธนาคารกลางเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทเหรียญคริปโตเคอเรนซี่อาจจะผิดกฎหมายโดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางออกมาให้เหตุผลว่าคริปโตเคอร์เรนซีได้รุกล้ำเข้าไปพื้นที่ของธนาคารกลาง ซึ่งการให้เหตุผลเช่นนี้ก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียวโดยเฉพาะในแง่ของการพิจารณาถึงความชอบด้วยกฎหมายของคริปโตเคอร์เรนซี

สกุลเงินที่ยังไม่สามารถนำมาชำระหนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ในวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมารัฐมนตรีทางด้านกฎหมายของสิงคโปร์ได้ออกมาเตือนว่าคริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้เป็นเงินที่นำมาชำระหนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและแนะนำให้ธุรกิจต่าง ๆ ทำ due diligence ก่อนที่จะยอมรับคริปโตมาชำระเงิน ประกาศจากรัฐมนตรีดังกล่าวได้ออกมาหลังจากการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนของร้านขายเครื่องประดับ SK Jewellery กับบริษัทที่ให้บริการการชำระเงินเป็นคริปโตเคอร์เรนซี Bizkey Network 

ในประเทศอื่น ๆ เช่น ประเทศซามัว ธนาคารแห่งชาติของซามัวก็ออกมาเตือนพลเมืองว่ายังไม่ได้ออกกฎหมายมากำกับเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีเลย ธนาคารกลางเลยถือว่าคริปโตเคอร์เรนซียังไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและกล่าวว่าเงินดิจิทัลยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเสี่ยงและมีข้อสงสัยอยู่มาก นอกจากนี้ในประเทศซิมบับเวก็ออกมาตักเตือนในลักษณะเดียวกันว่ายังไม่ได้ออกกฎเกณฑ์มากำกับเกี่ยวกับวอลลุ่มการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีเลย

อย่างไรก็ตาม เราต้องพิจารณาก่อนว่าคำว่า “สถานะทางกฎหมาย” นั้นหมายความว่าอย่างไร ซึ่งคำว่าสถานะตามกฎหมายคือการที่กฎหมายยอมรับให้สกุลเงินนั้นสามารถนำมาชำระหนี้ได้อย่างถูกกฎหมายภายในเขตประเทศของตน เช่น เงิน Fiat หรือเงินจริงของประเทศต่าง ๆ เป็นเงินที่สามารถนำมาชำระหนี้ได้ในเขตประเทศของตรง

แต่การให้นิยามดังกล่าวไม่ได้กำกับไปถึงขนาดห้ามนำสกุลเงินอื่นมาใช้จ่ายในประเทศของตน เช่น บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอาจตกลงกันว่าจะทำธุรกรรมโดยใช้สกุลเงินของประเทศอื่นก็ได้ ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเช่นในประเทศซิมบับเวช่วงปี 2006 ถึงปี 2009 ได้ประสบกับภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงทำให้การซื้อขายในประเทศตกลงที่จะใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ เงิน pula ของบอตสวานาหรือเงิน rand ของอเมริกาใต้แทน

ทั้งที่สกุลเงินเหล่านั้นไม่ได้มีสถานะทางกฎหมายในประเทศซิมบับเวแต่การนำเงินนั้นมันใช้จ่ายก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงปี 2009 รัฐบาลได้นำสกุลเงินของหลายประเทศเข้ามาในระบบการเงินภายในประเทศมากมาย นอกจากเงินของต่างประเทศแล้ว เช็คและเครดิตก็ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายโดยที่ยังไม่ได้มีสถานะทางกฎหมาย

สกุลเงินที่สามารถนำมาชำระหนี้ได้แต่ไม่ได้มีสถานะทางกฎหมาย

ในสหรัฐอเมริกา ธนบัตรของประเทศสกอตแลนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมายจากรัฐสภาของสหรัฐฯแต่ก็ไม่ได้มีสถานะทางกฎหมายแม้กระทั่งในประเทศสกอตแลนด์เอง แม้ว่ามันไม่ได้มีสถานะทางกฎหมายแต่มันก็ได้รับการยอมรับให้นำมาชำระเงินได้เป็นการตกลงกันระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง

การปฏิเสธความรับผิดชอบโดยรัฐบาลที่เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีส่วนใหญ่แล้วจะบอกว่าเป็นการชำระเงินที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายโดยไม่ได้บอกว่ามันผิดกฎหมาย บางทีเจ้าหน้าที่รัฐอาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องออกมากำหนดอะไรสักอย่างเพราะคริปโตเคอร์เรนซีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ คริปโตในฐานะที่ยังไม่ได้รับสถานะทางกฎหมายยังไม่ได้เป็นวิธีการชำระเงินที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างถูกกฎหมายเพราะคู่สัญญาไม่อาจบังคับให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมรับมันในการทำธุรกรรมได้

บทความของ Library of Congress ที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซีจากทั่วโลก การออกมาเตือนของรัฐบาลเกี่ยวกับเงินเสมือนเป็นรูปแบบของการให้ความรู้แก่สาธารณชน การออกมาตักเตือนดังกล่าวส่วนใหญ่แล้วจะออกมาโดยธนาคารกลางซึ่งเป็นการให้ความรู้แก่พลเมืองถึงความแตกต่างระหว่างเงินจริงกับเงินเสมือนและอะไรเป็นสิ่งที่ออกมาและได้รับการยอมรับว่าถูกกฎหมายโดยรัฐซึ่งคริปโตเคอร์เรนซียังไม่ได้รับการยืนยันดังกล่าว

นอกจากนี้ในบทความยังมีใจความหลัก ๆ ในเรื่องของคำเตือนของรัฐเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีมักจะเป็นเรื่องของความไม่เสถียรและเรื่องของการที่องค์กรต่าง ๆ ที่ทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซียังไม่ได้รับการกำกับดูแลและเป็นการประกาศแก่ประชาชนเป็นการทั่วไปว่าบุคคลใด ๆ ที่ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีจะต้องรับความเสี่ยงในแง่ของการสูญเสียเองและจะไม่มีการเยียวยาใด ๆ จากรัฐกรณีที่มีความสูญเสียจากการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีดังกล่าวเกิดขึ้น

รัฐบาลจะไม่รับผิดชอบใด ๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี

ในประเทศอังกฤษเมื่อเร็ว ๆ นี้นาย Mark Carney ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศอังกฤษกล่าวหาว่าคริปโตเคอร์เรนซีไม่มีอนาคต เขาโต้แย้งว่าสกุลเงินดิจิตอลไม่ได้เข้ามาปฏิวัติภาคการเงินเพราะเป็นสินทรัพย์มากกว่าสกุลเงิน เขายังกล่าวอีกด้วยว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ e-commerce ในสหราชอาณาจักรไม่เต็มใจที่จะทำธุรกรรมในสกุลเงินดิจิตอลเนื่องจากปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและความรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลออกมาเตือนเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีไม่ได้ออกมาบอกว่ามันผิดกฎหมายแต่หมายความว่าคริปโตเคอร์เรนซีนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสถาบันของรัฐ

นอกจากนี้ธนาคารกลางซึ่งได้รับการสนับสนุนจากไอเอ็มเอฟที่กำลังพิจารณาออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเองก็ได้เผชิญกับข้อโต้แย้งบางอย่าง กล่าวคือเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ CBDCs จะไม่ถือว่าเป็นคริปโตเคอร์เรนซีเพราะไม่มีคุณสมบัติเหมือนกับคริปโตเคอร์เรนซีที่สามารถให้อิสระแก่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ถือครองเหรียญใดการกระทำใด ๆ ก็ได้เกี่ยวกับเหรียญคริปโตอย่างอิสระและทำธุรกรรมได้แบบ peer-to-peer และจะไม่ถูกควบคุมโดยรัฐหรือสถาบันการเงินของรัฐ

ส่วนในประเทศสิงคโปร์ บริษัท SK Jewellery ได้ออกมาชี้แจงการตัดสินใจที่จะยอมรับการชำระเงินด้วยคริปโตเพราะการชำระเงินดังกล่าวไม่ได้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย การยอมรับให้ชำระเงินด้วยคริปโตถือเป็นเพียงอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการชำระเงินตามปกติให้กับลูกค้าของเราซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจตามปกติ” โฆษกของบริษัทกล่าว

คำเตือนจากรัฐบาลเป็นการมองในทั้งสองมุม กล่าวคือเป็นการให้พลเมืองและธุรกิจต่าง ๆ ตัดสินใจว่าจะเทรดคริปโตเคอร์เรนซีได้มากน้อยแค่ไหนเพราะมันเป็นเครื่องมือที่ไว้ใจได้แต่ยังไม่ได้ถูกกำกับดูแล ในขณะเดียวกันคริปโตเคอร์เรนซีก็เป็นเครื่องมือที่เป็นพลังสำคัญที่ให้เสรีภาพทางการเงินแก่ทุกคน

อ้างอิงจาก news.bitcoin