<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Libra 2.0 ของ Facebook อาจกลายเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง

ปัจจุบันโปรเจคสกุลเงินดิจิทัลของจีนนั่นมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้ได้มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วและหลาย ๆ ประเทศก็กำลังเดินรอยประเทศจีนเพื่อเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัล อย่างไรก็ตามธนาคารกลางและที่ปรึกษาทางการเงินกำลังคิดที่เปิดตัว ‘Digital Monetary Institute’ ซึ่งเป็นฟอรัมสำหรับการสำรวจสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เพิ่มเติม

ในพอดคาสต์ล่าสุดของนาย Philip Middleton ประธานสถาบันการเงินดิจิทัล เขาได้มีการพูดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นำไปสู่การสร้าง CBDC , ความหมายของเงินเฟียตดิจิทัลและปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่กำลังผลักดันให้เกิดการสร้าง CBDC โดยเขากล่าวว่า :

“ปัจจัยภายนอกสองประการที่กำลังผลักดันให้สร้างโปรเจค CBDC เลยก็คือ หนึ่งการเปิดตัวของโปรเจค Libra ของ Facebook เมื่อช่วงฤดูร้อนของปีที่แล้ว ซึ่งสกุลเงินของภาคเอกชนที่เปิดตัวโดยเทคโนโลยีระดับโลกนี้อาจเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อธนาคารกลางและเสถียรภาพทางการเงิน และประการสองก็คือเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19”

ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษเป็นหนึ่งในองค์กรแรก ๆ ที่เริ่มต้นสนทนาเกี่ยวกับโอกาสในการเปิดตัวโปรเจค CBDC และธนาคารก็ได้ออกเอกสารเกี่ยวกับการอภิปรายต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสำรวจ CBDC แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลกลางไม่น่าจะหาคำตอบได้โดยไม่ขอความช่วยเหลือจากภาคเอกชน หน่วยงานทั้งสองจึงจำเป็นต้องหาตัวกลางและหาวิธีที่จะทำงานร่วมกันได้ เพื่อตอบสนองสิ่งนี้ นาย Middleton กล่าว

“ผมคาดหวังว่าหลาย ๆ ประเทศจะทดลองใช้ระบบของธนาคารกลางที่จะส่งมอบ CBDC แต่ควรรักษาไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับวิธีการส่งมอบและแน่นอนว่าผู้ประกอบการภาคเอกชนก็ควรได้รับการส่งเสริมให้มีการดำเนินงานร่วมกับทางธนาคารกลาง”

ประเด็นที่สำคัญก็คือ แม้ว่าโปรเจค CBDC จะกลายเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐบาลและองค์กรเอกชน แต่วิธีการดำเนินงานทุกอย่างก็จะยังคงถูกจัดการโดยธนาคารกลางอยู่ดีและองค์กรเอกชนก็จะไม่ได้เข้ามีส่วนร่วม ดังนั้นคำถามที่เกิดขึ้นก็คือ  ‘ความเป็นหุ้นส่วนนั้นคืออะไร’, ‘และทำไมผู้คนจึงจะต้องการกลับไปใช้ระบบการรวมศูนย์อำนาจ (centralized) แบบเก่า’ ซึ่งการมาของโปรเจค Libra 2.0 พร้อมกับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนรายใหญ่กว่า 75 บริษัท อาจจะเข้ามาเป็นคู่แข่งคนที่สำคัญของธนาคารกลาง รวมถึงโปรเจค Cbdc ทั่วโลกก็เป็นได้

ที่มา : eng.ambcrypto

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ