bitkub-banner

ทรัมป์จวก Fed พังทั้งระบบ ซัดพาวเวลล่าช้า กดดันลดดอกเบี้ย 50–100 จุด เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และตัวเก็งการเลือกตั้งปี 2024 ออกมาโจมตีธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อย่างรุนแรง โดยระบุว่า “ทั้งองค์กรพังแล้ว ต้องได้รับการแก้ไข” พร้อมวิจารณ์การตัดสินใจของ เจย์ พาวเวล ประธาน Fed ว่าล่าช้าเกินไป ใช้ข้อมูลที่ล้าหลัง และส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวว่า หาก Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ต้นปี 2021 ตามข้อเสนอของเขา เศรษฐกิจจะไม่เข้าสู่ภาวะที่ยากลำบากเช่นปัจจุบัน เขาย้ำว่า Fed ยึดติดกับตัวเลขที่ “ดีเลย์มาหลายปี” และไม่ให้ความสำคัญกับปริมาณเงินที่หมุนเวียนในระบบ ซึ่งเขาเปรียบเปรยว่า “เหมือนสมเด็จพระสันตะปาปาที่ไม่เชื่อในพระเยซู”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเสนอทางออกว่า Fed จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยอย่างจริงจังทันที โดยระบุว่า “Feds going to come down here 50, 75, Maybe 100” หมายถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50–1.00% เพื่อพยุงเศรษฐกิจ และหยุดความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้น เขายังกล่าวหาว่า พาวเวล “ถ่วงเวลาและไม่กล้าตัดสินใจ” ทำให้เศรษฐกิจต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากเงินเฟ้อและการชะลอตัว

เสียงสะท้อนจากวงการการเงินก็ไม่ต่างกัน เจย์ แฮตฟิลด์ ซีอีโอและซีไอโอจาก Infrastructure Capital Advisors ยืนยันว่า Fed ทำผิดพลาดในเรื่องนโยบายที่ “แข็งเกินไป” และไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจจริง เขาชี้ว่า ความล่าช้าในการขึ้นดอกเบี้ยในอดีตทำให้ปัจจุบันตลาดการเงินสหรัฐฯ ต้องรับแรงกดดันหนัก

การแสดงความเห็นครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อ Fed หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว การจ้างงานและภาคอสังหาริมทรัพย์แสดงสัญญาณอ่อนแรง ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุม Fed ครั้งถัดไปว่าจะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยจริงหรือไม่

หาก Fed ตัดสินใจลดดอกเบี้ยแรงตามที่ทรัมป์เสนอ ผลกระทบจะสะเทือนทั่วโลก ทั้งตลาดหุ้นที่อาจพุ่งขึ้นจากสภาพคล่องที่กลับมา สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีที่มักได้แรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่า รวมถึง ทองคำ ที่อาจกลับมาเป็นที่หลบภัยของนักลงทุนมากขึ้น

ท่าทีของทรัมป์ไม่เพียงแต่สร้างแรงกดดันต่อ Fed เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำว่าประเด็นนโยบายการเงินกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในเกมการเมืองสหรัฐฯ ก่อนศึกเลือกตั้งใหญ่ปีหน้า

ที่มา: @CryptooIndia