<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักวิเคราะห์ชี้! ‘วิกฤตค่าเงินญี่ปุ่น’ สร้างข้อได้เปรียบให้กับ Metaplanet ในสมรภูมิคลังสำรอง Bitcoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Adam Livingston นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ออกโรงชี้เป้าว่า ในขณะที่ทั่วโลกมอง “เงินเยนที่อ่อนค่า” เป็นวิกฤต แต่สำหรับบริษัทอย่าง Metaplanet เรื่องนี้กลับเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้พวกเขามีแต้มต่อเหนือคู่แข่งยักษ์ใหญ่ทั่วโลก รวมถึงเจ้าตลาดอันดับ 1 อย่าง Strategy 

ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังแบกรับหนี้สาธารณะสูงถึง 250% ของ GDP บีบให้รัฐบาลต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งส่งผลให้เงินเยนเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ 

Livingston ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า ตั้งแต่ปี 2020 Bitcoin ในคู่เงินดอลลาร์เติบโต 1,159% แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน Bitcoin พุ่งทะยานไปถึง 1,704% ส่วนต่างนี้เองคือ “กำไรพิเศษ” ที่ Metaplanet ได้รับจากโครงสร้างค่าเงินที่อ่อนแอของประเทศตัวเอง

กลยุทธ์ Arbitrage ดอกเบี้ย: ยิ่งเยนอ่อน ต้นทุนยิ่งถูก 

ทีเด็ดของ Metaplanet อยู่ที่ “ต้นทุนการเงิน” บริษัทกู้ยืมและจ่ายดอกเบี้ย ราว 4.9% เป็นสกุลเงินเยนที่กำลังด้อยค่าลงทุกวัน เมื่อเทียบกับ Bitcoin นั่นหมายความว่า “ต้นทุนที่แท้จริง” (Real Cost) ในการถือครอง Bitcoin ของพวกเขาลดต่ำลงเรื่อยๆ ต่างจากคู่แข่งฝั่งสหรัฐฯ อย่าง Strategy ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 10% ในสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ซึ่งเป็นภาระที่หนักอึ้งกว่ามาก

แม้ราคาหุ้นกลุ่มคลังสำรองคริปโตทั่วโลกจะดิ่งหนัก และนักลงทุนเริ่มถอดใจ แต่ Metaplanet กลับการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 4,279 BTC มูลค่ากว่า 451 ล้านดอลลาร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดันยอดถือครองรวมแตะ 35,102 BTC ผงาดขึ้นเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุด อันดับ 4 ของโลกทันที

20 บริษัทคลังสำรอง Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มา: Bitcoin Treasuries

ตราบใดที่ญี่ปุ่นยังคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำ และเงินเยนยังอ่อนค่า การกู้ “สกุลเงินที่อ่อนแอ” มาเก็บ “สินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุด” อย่าง Bitcoin จะยังคงเป็นท่าไม้ตายที่ทำให้ Metaplanet ได้เปรียบในระยะยาว แม้ราคาหุ้นระยะสั้นจะผันผวนตามตลาดก็ตาม

ที่มา: economist