<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

จีนประกาศแบน RWA อย่างเป็นทางการ! สั่งห้ามกิจกรรม ‘Tokenization’ สินทรัพย์จริงทุกรูปแบบ

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

รัฐบาลจีนประกาศจุดยืนแข็งกร้าว ด้วยการสั่งแบนสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาแปลงเป็นดิจิทัล หรือการ RWA (Real-World Asset) อย่างเด็ดขาด โดยมองว่าไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ที่รอการออกกฎหมายมารองรับ แต่เข้าข่ายกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายโดยตรง 

จีนระบุชัดว่า การนำอสังหาริมทรัพย์หรือสินค้าต่าง ๆ มาออกเป็นโทเคน เพื่อขายนั้น แท้จริงแล้วคือ “การระดมทุนแฝง” และการขายหลักทรัพย์นอกระบบ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขัดต่อความมั่นคงทางการเงินของรัฐ 

จุดยืนครั้งนี้ชัดเจนว่า จีนไม่ได้สนใจความล้ำสมัยของเทคโนโลยี แต่การมีเงินหมุนเวียน และการมีสัญญาผลตอบแทนนอกเหนือจากการควบคุมของรัฐ ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในระบบเศรษฐกิจของจีน

การประกาศแบน RWA ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดา แต่เป็นการประสานงานร่วมกันของหน่วยงานยักษ์ใหญ่ ที่เป็นหัวใจหลักของระบบการเงินจีนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสมาคมอินเทอร์เน็ตฟินเทค (NIFA) ไปจนถึงสมาคมที่ดูแลครอบคลุมทั้งระบบธนาคาร, ตลาดหลักทรัพย์, ตลาดฟิวเจอร์ส, บริษัทจดทะเบียน และระบบการชำระเงิน ซึ่งการที่ทุกหน่วยงานพร้อมใจกันออกแถลงการณ์ฉบับเดียวกันแบบนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า นี่คือ “ฉันทามติของรัฐบาลจีน” ที่จะปิดทางไม่ให้ RWA เกิดขึ้นได้ในประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับอุตสาหกรรมใด

ทางการจีนย้ำจุดยืนว่า ไม่เคยมีการออกใบอนุญาตให้โครงการ RWA แม้แต่รายเดียว ดังนั้นทุกโปรเจกต์ที่ติดป้าย RWA อยู่ในจีนตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ออกเหรียญหรือแพลตฟอร์มตัวกลาง ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมดทันที

โดยจีนได้จัดให้กิจกรรมเหล่านี้ อยู่ในหมวดการระดมทุน และซื้อขายหลักทรัพย์เถื่อน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกโทเคน การเปิดให้ซื้อขาย ไปจนถึงการจ่ายผลตอบแทน ล้วนถือเป็น การกระทำต้องห้าม

นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐยังเตือนว่า มิจฉาชีพมักใช้คำสวยหรูอย่าง RWA, Stablecoin, Mining ,”เหรียญที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน” มาบังหน้า เพื่อทำการแชร์ลูกโซ่ และระดมทุนอย่างผิดกฎหมาย ทำให้การกวาดล้างครั้งนี้จะเป็นไปอย่างเข้มงวด เพื่อตัดวงจรอาชญากรรม

การประกาศล่าสุดของทางการจีน ถือเป็นการ “ปิดประตู” ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพราะจีนระบุชัดว่า การไปจดทะเบียนบริษัทในต่างประเทศ เพื่อทำ RWA หรือคริปโต ก็ “ไม่ใช่ทางออก” 

หากทีมงานหรือโครงสร้างการทำงาน ยังคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่า จะเป็นการใช้พนักงานในจีน หรือจ้าง Outsource มาช่วยทำระบบ ทางการจีนจะถือว่า เป็นการลักลอบให้บริการทางการเงินภายในประเทศทันที

ที่มา : coindoo