ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาชี้แจงกรณีการเบิกถอนเงินสดในระบบที่พุ่งสูงผิดปกติช่วง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง หลังถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจเชื่อมโยงกับการใช้เงินกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยระบุว่า สาเหตุหลักมาจากความกังวลของประชาชนต่อการขยายผลมาตรการอายัดบัญชีม้า ทำให้มีการถอนเงินสดออกมาเก็บไว้ใช้จ่ายแทนการทำธุรกรรมผ่านบัญชีออนไลน์
ธปท. ระบุว่า การเบิกถอนเงินสดที่สูงผิดปกติเกิดขึ้นชัดเจนใน เดือนกันยายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนและร้านค้าบางส่วนหันกลับมาใช้เงินสดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเพียง ภาวะชั่วคราว และระบบการชำระเงินของประชาชนได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา
สำหรับความกังวลเรื่องปริมาณเงินสดในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ธปท. ระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการการสำรองเงินสดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายจริงของประชาชน รวมถึงความต้องการเงินสดที่มักเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล เช่น เทศกาลตรุษจีน
นอกจากนี้ ธปท. ยังได้ประสานกับธนาคารพาณิชย์ให้ ติดตามการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติอย่างเคร่งครัด และรายงานข้อมูลให้ ธปท. ทราบอย่างต่อเนื่อง
ปมร้อนจากการเมือง หลัง “ชัยวัฒน์” ตั้งคำถามเงินสด 1.6 แสนล้าน
ประเด็นดังกล่าว กลายเป็นที่จับตาหลังจาก นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ตั้งคำถามว่า “เงินสด 160,000 ล้านบาทถูกเบิกออกไปไหน ในช่วง 4 เดือนก่อนเลือกตั้ง”

นายชัยวัฒน์ อ้างอิงข้อมูลสถิติธนบัตรของ ธปท. ระบุว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม–พฤศจิกายน 2568 มีการเบิกถอนเงินสดรวม 160,816 ล้านบาท โดยเฉพาะเดือนกันยายน 2568 เพียงเดือนเดียว ถูกเบิกออกไปสูงถึง 127,010 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และไม่สอดคล้องกับรูปแบบฤดูกาลตามปกติ
ชี้โยงไทม์ไลน์การเมือง หวั่นนำไปซื้อเสียง
นายชัยวัฒน์ ยังเชื่อมโยงช่วงเวลาดังกล่าวกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดและพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงการทำข้อตกลงยุบสภาภายใน 4 เดือน พร้อมตั้งข้อกังวลว่า เงินสดจำนวนมหาศาลอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ โดยเฉพาะการซื้อเสียง
อย่างไรก็ตาม ธปท. ยืนยันว่า การถอนเงินสดที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนกิจกรรมผิดปกติทางการเมือง แต่เป็นผลจากความตื่นตัวของประชาชนต่อมาตรการปราบปรามบัญชีม้า และการปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
ที่มา:Thairath

