ข้อมูลจาก CoinGecko ล่าสุด เผยให้เห็นความโหดร้ายของตลาดคริปโตในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยมีโทเคนที่ล้มเหลว และกลายเป็น “เหรียญล้มตาย” สูงถึง 11.6 ล้านโปรเจกต์ ภายในปีเดียว ซึ่งกลุ่มที่เป็นต้นเหตุหลักคือ บรรดาเหรียญมีมที่เน้นกระแสชั่วคราวแต่ไม่มีพื้นฐานรองรับ
ตัวเลขความล้มเหลวในปี 2025 นี้ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.3% ของเหรียญที่ล่มสลายทั้งหมดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2021–2025 และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ปัจจุบันมีเหรียญที่เคยลิสต์อยู่บน GeckoTerminal มากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 53.2% ได้ตายจากตลาดไปเรียบร้อยแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า แม้ตลาดจะดูคึกคัก แต่โปรเจกต์ส่วนใหญ่กลับมีอายุขัยที่สั้นมาก

จำนวนสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีการใช้งานแล้ว: CoinGecko
ข้อมูลจาก CoinGecko ยืนยันชัดเจนว่า “เหรียญมีม” คือ ตัวการหลักที่ทำให้เกิดสุสานคริปโต ขนาดใหญ่ในปี 2025 โดยนับเฉพาะโทเคนที่เคยมีการซื้อขายจริงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง หรือเหรียญจาก pump.fun ที่ผ่านเกณฑ์พื้นฐานมาแล้วเท่านั้น ซึ่งผลปรากฏว่า มีโทเคนที่พังพินาศไปถึง 11.6 ล้านโปรเจกต์ ถือเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต
สาเหตุสำคัญมาจากเครื่องมืออย่าง pump.fun ที่ทำให้ใครก็ได้สามารถสร้างเหรียญขึ้นมาได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการพัฒนา (Dev) หรือมีแผนธุรกิจใด ๆ รองรับ ส่งผลให้ตลาดเต็มไปด้วยเหรียญขยะ ที่เน้นทำง่าย ปล่อยเร็ว และไม่มีทีมงานตัวจริงคอยดูแล จนสุดท้ายก็ล่มสลายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งความเสียหายไว้ให้เหล่านักเก็งกำไร
ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ถูกจารึกว่า เป็น “สุสานคริปโต” ที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย เพราะแค่เพียง 3 เดือน มีโทเคนพังพินาศไปสูงถึง 7.7 ล้านตัว ซึ่งคิดเป็นเกือบ 35% ของเหรียญที่ตายทั้งหมดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
โดยจุดต่ำสุดที่โลกต้องจดจำคือ วันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งเกิดเหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต มีเงินในฝั่งเลเวอเรจ ถูกกวาดเรียบไปกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียวเท่านั้น และแน่นอนว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจนแทบสูญพันธุ์คือ บรรดาเหรียญมีมที่ขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับ ทำให้สภาพคล่องหายวับไปกับตาในพริบตา
ด้านสถิติการกำเนิดของเหรียญคริปโตในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เรียกได้ว่า พุ่งสูงขึ้นแบบ “ไร้สติ” และน่าตกใจมาก หากย้อนกลับไปในปี 2021 บนระบบ GeckoTerminal มีเหรียญจดทะเบียนอยู่เพียงราว 4.2 แสนเหรียญ เท่านั้น แต่พอตัดภาพมาในปี 2025 จำนวนเหรียญกลับทะยานขึ้นไปแตะเกือบ 20.2 ล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่มหาศาลนี้ กลับสวนทางกับคุณภาพ เพราะในบรรดาเหรียญที่เกิดขึ้นทั้งหมด มีถึง 11.6 ล้านเหรียญ ที่ล้มตายลงภายในปีเดียว นั่นหมายความว่า เหรียญส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2025 มีอายุขัยที่สั้นมาก และจบชีวิตลงก่อนจะถึงสิ้นปีด้วยซ้ำ
หากลองกางสถิติเปรียบเทียบในแต่ละปี จะเห็นภาพความน่ากลัวที่ชัดเจนมาก เพราะจำนวนเหรียญที่พังทลายนั้น พุ่งทะยานแบบก้าวกระโดด จากปี 2021 ที่มีเหรียญตายเพียงแค่หลักพันต้น ๆ ได้ขยับขึ้นมาเป็นหลักแสนในปี 2022-2023 และเริ่มคุมไม่อยู่ จนทะลุหลักล้านในปี 2024 จนกระทั่งมาถึงจุดแตกหักในปี 2025 ที่ยอดเหรียญพัง พุ่งสูงถึง 11.6 ล้านเหรียญ

เหรียญดิจิทัลที่ไม่มีการใช้งานแล้วตั้งแต่ปี 2021
ตัวเลขนี้ยืนยันชัดเจนว่า ปี 2025 คือปีที่ระบบนิเวศคริปโตถูกทะลักด้วย “ขยะโทเคน” ในระดับที่ประวัติศาสตร์ไม่เคยเจอมาก่อน ซึ่งเป็นผลจากการสร้างเหรียญที่ทำได้ง่ายจนเกินไปจนล้นตลาดและพังครืนลงมาในที่สุด
ที่มา : thaipublica

