Jeremy Barnum ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ JPMorgan Chase ออกมาแสดงจุดยืนต่อต้าน Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนอย่างชัดเจน โดยระบุว่า เป็น “สิ่งที่อันตรายและไม่ควรมี” พร้อมทั้งเตือนว่า มันอาจบ่อนทำลายเสถียรภาพของระบบการเงิน
ในงานแถลงผลประกอบการ Q4 ของธนาคาร Barnum เปรียบ Stablecoin ประเภทดังกล่าวว่าไม่ต่างจากระบบธนาคารคู่ขนานที่มีคุณสมบัติคล้ายเงินฝากที่จ่ายดอกเบี้ย แต่กลับอยู่นอกกรอบการกำกับดูแลและขาดกลไกคุ้มครองความเสี่ยงที่ภาคธนาคารพัฒนามายาวนานหลายทศวรรษ
Barnum ระบุว่า การสร้างเครื่องมือทางการเงินที่ทำหน้าที่เหมือนธนาคารครบวงจร ทั้งการรับฝากและให้ผลตอบแทน แต่ไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบเดียวกับธนาคาร ถือเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบการเงินโดยรวม
ท่าทีดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันโดยตรงระหว่างธนาคารดั้งเดิมกับผู้ออก Stablecoin โดย JPMorgan เองอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด และเป็นผู้ออกโทเคนเงินฝาก (Tokenized Deposit) อย่าง JPMD ซึ่งให้บริการด้านการชำระเงินเช่นเดียวกับ Stablecoin แต่ไม่สามารถเสนอผลตอบแทนสูงในลักษณะเดียวกันได้ ทำให้ Stablecoin กลายเป็นภัยคุกคามต่อโมเดลธุรกิจของธนาคารแบบดั้งเดิม
ทางฝั่งของกฎหมาย รายละเอียดร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ที่เพิ่งถูกเปิดเผยล่าสุด มีแนวโน้มสอดรับกับมุมมองของภาคธนาคาร โดยระบุชัดว่า ห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือในลักษณะ Passive หรือถือเพื่อรับดอกเบี้ยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าว ยังคงเปิดช่องให้มีการมอบ “รางวัล” ที่ผูกกับการใช้งานจริง เช่น สิ่งจูงใจในการเปิดบัญชี หรือโปรแกรมเครดิตเงินคืน
ความเห็นจากผู้บริหาร JPMorgan สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในวงการ Stablecoin ขณะที่ฝ่ายผู้กำหนดนโยบายและสถาบันการเงินดั้งเดิมต่างเริ่มจริงจังกับการวางกรอบกำกับดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้สินทรัพย์ดิจิทัลก้าวข้ามเส้นความเสี่ยงของระบบการเงินโดยรวม
ที่มา:bankless

