<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

PPI สหรัฐฯ พุ่ง 3% เกินคาด กดดันเฟด “เบรก” ลดดอกเบี้ย

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

(14 ม.ค. 2026) – รายงานข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนภัยด้านเงินเฟ้ออีกครั้ง เมื่อดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจระงับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึง

ข้อมูลระบุว่า ดัชนี PPI ทั่วไปเดือนพฤศจิกายน ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.0% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลยืนยันจากสำนักงานสถิติแรงงาน (BLS) ชี้ว่า ดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนนั้น ปรับตัวร้อนแรงยิ่งกว่า โดยพุ่งขึ้นถึง 3.5% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

ดัชนี PPI ถือเป็นดัชนีชี้นำ (Leading Indicator) ที่สำคัญสำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค (CPI) การที่ตัวเลขฝั่งผู้ผลิตยังคงร้อนแรงเช่นนี้ บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคายังคงฝังแน่น และน่าจะทำให้เฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า (28-29 มกราคม) ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก CME FedWatch ที่ให้โอกาสสูงถึง 95% ว่าเฟดจะมีมติไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้

สถานการณ์เงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัวขึ้นนี้ อาจทำให้นักลงทุนต้องลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกในปี 2026 และอาจส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) อีกครั้ง

ที่มา: @KobeissiLetter