(15 ม.ค. 2026) – กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในชุมชนคริปโทเคอร์เรนซี เมื่อมีการเปิดเผยว่า สาเหตุที่แท้จริงของการเลื่อนพิจารณาร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ (Crypto Market Structure Bill) ออกไปเป็นช่วงปลายเดือนมกราคมนั้น อาจเกิดจากแรงกดดันของ “กลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่” (Big Banks) ที่ต้องการสกัดดาวรุ่งคู่แข่งทางธุรกิจ
รายงานระบุว่า ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่กำลังล็อบบี้อย่างหนักเพื่อขัดขวางการเติบโตของ DeFi และ Stablecoins โดยมองว่านวัตกรรมเหล่านี้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อธุรกิจหลักของธนาคาร โดยเฉพาะเรื่อง “เงินฝาก” ข้อกังวลนี้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อ เจเรมี บาร์นัม CFO ของ JPMorgan ได้เคยออกมาเตือนในการแถลงผลประกอบการว่า Stablecoins ที่ให้ผลตอบแทน (Yield-bearing stablecoins) อาจดึงดูดเม็ดเงินจนทำให้เกิดภาวะเงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิม
ร่างกฎหมายในรูปแบบปัจจุบันจึงถูกมองว่าถูกเขียนขึ้นเพื่อ “จำกัดการแข่งขัน” มากกว่าที่จะส่งเสริมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของ ไบรอัน อาร์มสตรอง CEO ของ Coinbase ที่ออกมาแสดงจุดยืนแข็งกร้าวว่า “ไม่มีกฎหมายเลย ยังดีกว่ามีกฎหมายที่แย่” (No bill is better than a bad bill) โดยเขาชี้เป้าไปที่ข้อเสนอในการแบน “หุ้นที่ถูกแปลงเป็นโทเคน” (Tokenized Equities) และการปิดกั้นความเป็นส่วนตัวในระบบ DeFi ซึ่งถือเป็นการตัดแขนตัดขานวัตกรรมบล็อกเชนอย่างรุนแรง
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงสงครามเย็นระหว่าง “การเงินยุคเก่า” (TradFi) ที่พยายามปกป้องฐานที่มั่น กับ “การเงินยุคใหม่” (DeFi) ที่กำลังถูกกฎหมายบีบให้แคบลง ทำให้นักลงทุนต้องจับตาดูว่า ร่างสุดท้ายที่จะออกมาในช่วงปลายเดือนนี้ จะเอื้อประโยชน์ให้ใครกันแน่
ที่มา: @BullTheoryio

