เบอร์มิวดา กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการประกาศแผนย้าย “ระบบเศรษฐกิจทั้งประเทศ” ขึ้นไปรันบนบล็อกเชนเป็นแห่งแรกของโลก โดยจับมือกับยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase และ Circle (ผู้ออกเหรียญ USDC) เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จะใช้ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่การทำงานของรัฐบาล ธนาคาร ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน
นายกรัฐมนตรี เดวิด เบิร์ต มั่นใจว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชาวเกาะที่มีประชากรราว 7.3 หมื่นคน
โดยเป้าหมายคือ การเปลี่ยนให้ GDP และตัวเลขเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศให้วิ่งอยู่บน “รางคริปโต” แทนระบบเดิม เพื่อก้าวสู่การเป็นต้นแบบเศรษฐกิจบนบล็อกเชนเต็มรูปแบบแห่งแรกที่ทั่วโลกต้องจับตามอง
เดวิด เบิร์ต นายกรัฐมนตรีเบอร์มิวดา กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เบอร์มิวดาเชื่อมาโดยตลอดว่า นวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบ ต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแล และภาคเอกชน ด้วยการสนับสนุนจาก Circle และ Coinbase ซึ่งเป็นบริษัทด้านการเงินดิจิทัลที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก”
“เรากำลังเร่งวิสัยทัศน์ในการนำการเงินดิจิทัลมาใช้ในระดับประเทศ นี่คือเรื่องของการสร้างโอกาส ลดต้นทุน และทำให้ชาวเบอร์มิวดาได้ประโยชน์จากอนาคตของการเงิน”
ซึ่งแนวคิด เศรษฐกิจบนบล็อกเชน ของเบอร์มิวดา ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรเหรียญ แต่คือการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในชีวิตประจำวันจริงๆ ตั้งแต่การจ่ายเงินซื้อของ ไปจนถึงการทำธุรกรรมภาครัฐ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศเล็กๆ แห่งนี้มีความคล่องตัว และทันสมัยที่สุดในโลกการเงินยุคใหม่
แผนการย้ายเศรษฐกิจของเบอร์มิวดา จะเริ่มจากการวางรากฐานที่จับต้องได้ โดยหน่วยงานรัฐจะเริ่มทดลองใช้ Stablecoin ในการชำระเงินจริง ควบคู่ไปกับการที่สถาบันการเงินเริ่มนำระบบ Tokenization มาใช้จัดการสินทรัพย์
สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ Coinbase และ Circle ไม่ได้แค่มาติดตั้งระบบ แต่จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยอบรมและให้ความรู้ด้านดิจิทัลแก่ประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนพร้อมก้าวเข้าสู่โลกใหม่ไปพร้อมกัน
โดย ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอของ Coinbase เชื่อว่า ความชัดเจนทางกฎหมายของเบอร์มิวดาจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ระบบการเงินแบบเปิด สามารถสร้างอิสรภาพทางเศรษฐกิจได้จริง ซึ่งในระยะยาว แผนนี้จะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม และเปิดประตูให้ชาวเบอร์มิวดาเข้าถึงตลาดการเงินระดับโลกได้อย่างไร้รอยต่อ
เบอร์มิวดาเป็นประเทศแรกๆ ที่ประกาศใช้กฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล (DABA) มาตั้งแต่ปี 2018 และเคยล้ำหน้าถึงขั้นเปิดให้ประชาชนจ่ายภาษีด้วยเหรียญ USDC ได้ตั้งแต่ปี 2019 รวมถึงเคยทดลองออก Stablecoin ของตัวเองมาแล้ว
การที่ Coinbase เลือกที่นี่เป็นฐานทัพหลัก เพราะเชื่อมั่นในระบบของธนาคารกลางเบอร์มิวดา (BMA) ที่มีความชัดเจน และเอื้อต่อการทำธุรกิจด้านนวัตกรรมมาโดยตลอด
ที่มา : decrypt

