(20 ม.ค. 2026) – สัญญาณเตือนภัยจากยุโรปเริ่มดังขึ้น! เมื่อ The Kobeissi Letter รายงานข่าวด่วน (BREAKING) ว่า AkademikerPension กองทุนบำเหน็จบำนาญของเดนมาร์ก (ดูแลเงินออมของกลุ่มนักวิชาการ) ได้ประกาศเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) ที่ถือครองอยู่ทั้งหมดทิ้ง ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ โดยให้เหตุผลสั้นๆ แต่เจ็บแสบว่า “ความเสี่ยงด้านเครดิตพุ่งสูง” (Rising Credit Risk) ภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
แม้เม็ดเงินที่เทขายจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับขนาดตลาดพันธบัตรโลก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “เหตุผล” ของการขาย โดย CIO (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน) ของกองทุนระบุชัดเจนว่า สถานะทางการเงินของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน “ไม่ยั่งยืนอีกต่อไป” (No longer sustainable) อันเนื่องมาจากวินัยทางการคลังที่หย่อนยาน (Fiscal Indiscipline), ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง และความเสี่ยงจากนโยบายของทรัมป์
นอกจากประเด็นเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจแล้ว เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ยังมี “รอยร้าวทางการทูต” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จากกรณีที่ทรัมป์พยายามกดดันจะซื้อเกาะ “กรีนแลนด์” (ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก) อีกครั้ง ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเดนมาร์กตึงเครียดขึ้นมาทันที การเทขายพันธบัตรครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นทั้งการบริหารความเสี่ยง และการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์จากฝั่งยุโรป
นักวิเคราะห์มองว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ Domino Effect หากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) หรือกองทุนบำนาญอื่นๆ ในยุโรปเริ่มขาดความเชื่อมั่นและทำตาม จะส่งผลกดดันให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกเทขายออกมามากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตร (Yield) พุ่งสูงขึ้น และสร้างต้นทุนทางการเงินที่มหาศาลให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ เองในที่สุด
ที่มา: @KobeissiLetter

