<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

​​ใครถือทันรวยเละ ! รู้จัก “River” เหรียญคริปโทฯ ที่ราคาพุ่งขึ้น 150 เท่า ภายใน 4 เดือน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

​​ในช่วงเวลาที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกำลังมองหา “เหรียญบอกลาความจน” ชื่อของโปรเจกต์ “River” (RIVER) ได้กลายเป็นคำตอบที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งวงการ DeFi หลังจากที่เหรียญม้ามืดตัวนี้ สามารถเปลี่ยนสถานะของผู้ถือครองในช่วงเริ่มต้น ให้กลายเป็นเศรษฐีคริปโทฯ ได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน

ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่า ราคา RIVER เริ่มต้นซื้อขายอยู่ที่เพียง $0.3 ในวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นราคาก็ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนขึ้นมาซื้อขายอยู่ที่ $47.5 ในปัจจุบัน คิดเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 15,736% หรือคิดเป็นตัวเลขกลมๆ คือ 150 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน

เบื้องหลังความร้อนแรงที่ฉุดไม่อยู่ของ River ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มีจุดเริ่มต้นสำคัญในช่วงต้นเดือนมกราคม เมื่อทางโปรเจกต์ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนจาก Maelstrom กองทุนคริปโทฯ ชื่อดังของ Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX  

ข่าวดังกล่าวเปรียบเสมือนการประทับตรารับรองคุณภาพระดับโลกและทำหน้าที่เป็นเหมือนพลุไฟที่จุดระเบิดราคา ส่งผลให้กราฟราคาของ RIVER ดีดตัวแรงแตะระดับ 38.32 ดอลลาร์ในช่วงแรก ก่อนจะไต่ระดับสร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเม็ดเงิน Smart Money ได้มองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของโปรเจกต์นี้ก่อนใคร

River คืออะไร ?

ที่มา:เว็บไซต์ River

River คือโปรโตคอล DeFi โครงสร้างพื้นฐาน ที่พยายามแก้หนึ่งในปัญหาเรื้อรังที่สุดของวงการ นั่นคือ “สภาพคล่องที่กระจัดกระจาย” ระหว่างบล็อกเชนที่มีอยู่หลายแห่ง โดยปกติแล้ว การโอนย้ายสินทรัพย์ข้ามเชนจำเป็นต้องพึ่งพา Bridge ซึ่งทั้งซับซ้อน ช้า และยังเคยเป็นต้นตอหลักของการแฮ็กคริปโทฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในอดีต 

River เข้ามาแก้ปัญหา Bridge เหล่านี้ โดยสร้างเส้นทางใหม่ขึ้นมา ด้วยแนวคิด Chain-Abstraction ที่พยายามซ่อนความยุ่งยากของแต่ละเชนออกไปจากผู้ใช้หัวใจของระบบนี้คือ เทคโนโลยีที่เรียกว่า “Omni-CDP” ซึ่งเป็นการเปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถนำสินทรัพย์ไปค้ำประกันบนเชนหนึ่ง และสร้าง Stablecoin บนอีกเชนหนึ่งได้ทันที

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถล็อก Bitcoin ไว้บนเครือข่ายหนึ่ง แล้วสร้าง satUSD ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ Peg กับเงินดอลลาร์บนอีกเครือข่ายได้ โดยที่สินทรัพย์ค้ำประกันไม่จำเป็นต้องถูก “Wrapped” หรือย้ายออกจากเชนต้นทางเลย แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงเชิงระบบ และทำให้การทำธุกรรมข้ามเชนรวดเร็ว และปลอดภัยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในเชิงเทคนิคโปรโตคอล River ใช้ระบบส่งข้อความข้ามเชนเพื่อซิงค์สถานะหนี้สิน พร้อมเสริมด้วย Oracles และกลไกชำระบัญชีอัตโนมัติ เพื่อรักษาเสถียรภาพของ satUSD ขณะเดียวกัน ยังมี Smart Vaults ที่นำเงินทุนไปจัดสรรกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนผ่านโปรโตคอล DeFi กว่า 30 แห่งแบบอัตโนมัติ ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการทั้งสภาพคล่อง และผลตอบแทนในระบบเดียว

ด้านโทเคนโนมิกส์ เหรียญ RIVER ถูกออกแบบให้เป็นแกนกลางของระบบ ใช้ทั้งในการกำกับดูแล และสร้างแรงจูงใจ จุดที่สร้างความแตกต่างคือ โมเดล ‘River Points’ ซึ่งเป็นแต้มที่ผู้ใช้งานจะได้จากการมีส่วนร่วม ทั้งการใช้งานโปรโตคอลและกิจกรรมบน Social Layer อย่าง River4FUN แต้มเหล่านี้ สามารถแปลงเป็น เหรียญ RIVER ได้ภายในกรอบเวลา 180 วัน โดยอัตราการแลกจะดีขึ้นตามระยะเวลาที่นานขึ้น คล้ายการให้รางวัลกับ “ความอดทน” มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น

ที่มา: CMC , chainwire