การผลักดันกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ อาจต้องสะดุดและเลื่อนออกไปอีกหลายสัปดาห์ หลังจากที่คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาหันไปทุ่มเทเวลาให้กับนโยบายลดค่าครองชีพของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นลำดับแรก
โดยเฉพาะคำสั่งด่วนล่าสุดที่ทรัมป์ห้ามกลุ่มวอลล์สตรีทกว้านซื้อบ้านเดี่ยว เพื่อกดราคาที่อยู่อาศัยให้ต่ำลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ส่งผลให้การพิจารณากฎหมายคริปโตที่ตั้งเป้าจะแบ่งอำนาจการดูแลระหว่าง SEC และ CFTC อาจต้องล่าช้าไปจนถึงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม
นอกจากนี้ สถานการณ์ยังดูซับซ้อนขึ้น เมื่อ Coinbase ยักษ์ใหญ่ในวงการได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นผู้สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับข้อกำหนดบางส่วนที่เกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ และแพลตฟอร์มไร้ตัวกลาง ( DeFi) ทำให้กฎหมายที่อุตสาหกรรมคริปโต รอคอยยังคงหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้ในขณะนี้
ด้านสถานการณ์กฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากเกมการเมือง เนื่องจากผลสำรวจและคะแนนบน Polymarket ชี้ว่า ฝั่งเดโมแครตมีโอกาสสูงถึง 80% ที่จะกลับมาคุมเสียงข้างมากในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจทำให้วาระของทรัมป์สะดุด
ทำให้ฝั่งรีพับลิกันต้องรีบเข็นกฎหมายออกมาให้สำเร็จ ก่อนจะเสียอำนาจ แม้รัฐบาลทรัมป์จะอยากดันคริปโตใจจะขาด แต่ปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทำให้ต้องหันไปจัดการเรื่องปากท้องก่อน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลมากที่สุด
ส่งผลให้ที่ปรึกษาคริปโตระดับสูงของทำเนียบขาวอย่าง แพทริก วิตต์ ออกมาเตือนว่า วุฒิสภาต้องรีบเจรจาต่อรอง และยอม “ประนีประนอม” เพื่อให้กฎหมายผ่านได้ทันเวลา
ขณะที่คณะกรรมาธิการการเกษตรฝั่งรีพับลิกันในวุฒิสภา ก็ได้ชิงเปิดร่างกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อหวังจะเร่งพิจารณาในสัปดาห์หน้า แต่ก็ยังติดปัญหาที่ฝั่งเดโมแครตยังไม่เห็นด้วยในประเด็นหลักๆ ทำให้การปรับแก้กฎหมาย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ยังคงเป็นโจทย์หินที่ต้องแข่งกับเวลา
จอห์น บูซแมน ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตร ยอมรับว่า แม้ในรายละเอียดสำคัญจะยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง แต่ร่างกฎหมายคริปโตฉบับล่าสุดนี้ ถูกพัฒนาขึ้นจากการหารือร่วมกันของทั้งสองพรรค และรับฟังเสียงจากผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมมาปรับใช้แล้ว
โดยกระบวนการหลังจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ฝั่งเดโมแครตยื่นขอแก้ไขเนื้อหาได้อีกหลายขั้นตอน ทั้งในชั้นคณะกรรมการ และเมื่อร่างถูกส่งเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาใหญ่ ซึ่งในท้ายที่สุดจะต้องนำร่างกฎหมายจากทั้งคณะกรรมาธิการการเกษตรและคณะกรรมาธิการการธนาคารมาปรับจูนเนื้อหาให้ตรงกัน เพื่อให้ได้กฎหมายฉบับสมบูรณ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
ที่มา : cointelegraph

