แม้ Stablecoin จะถูกยกให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกคริปโต แต่รายงานฉบับใหม่กลับเผยให้เห็นภาพที่แตกต่างจากที่หลายคนเข้าใจ
มีเพียงประมาณ 1% เท่านั้น ที่เป็นการนำไปใช้ชำระเงินจริง
รายงานจากบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก McKinsey ร่วมกับบริษัทข้อมูลบล็อกเชน Artemis Analytics ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา Stablecoin มีการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนสูงถึง กว่า 35 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม มีเพียงประมาณ 1% เท่านั้น ที่เป็นการนำไปใช้ชำระเงินจริงใน “โลกจริง”
จากการประเมินของรายงาน พบว่าการชำระเงินจริง เช่น การจ่ายเงิน การโอนเงินข้ามประเทศ หรือการจ่ายเงินเดือน มีมูลค่ารวมเพียงราว 380,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเล็กน้อยมาก หรือประมาณ 0.02% ของปริมาณการชำระเงินทั่วโลกทั้งหมด ที่ McKinsey ประเมินไว้สูงกว่า 2 พันล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
ธุรกรรมมหาศาล แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ “การใช้งานจริง”
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ตัวเลขธุรกรรม Stablecoin ที่ดูสูงลิ่วในข่าวพาดหัว อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า Stablecoin กำลังแซงหน้าระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมอย่าง Visa หรือ Mastercard แล้ว
ในความเป็นจริง รายงานระบุว่า ปริมาณธุรกรรม Stablecoin ส่วนใหญ่มาจาก การซื้อขายคริปโตบนกระดานเทรด, การโอนภายในระบบหรือในระดับโปรโตคอลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานโดยตรง
ซึ่งแตกต่างจากการ “จ่ายเงินเฟียต” ที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน
สมรภูมิใหม่! ใครจะครองตลาดชำระเงินด้วย Stablecoin
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยในช่วงที่การแข่งขันเพื่อครองตลาดการชำระเงินด้วย Stablecoin กำลังทวีความรุนแรง ผู้เล่นรายใหญ่จากโลกการเงินดั้งเดิมอย่าง Visa และ Stripe เริ่มรุกเข้าสู่โครงสร้าง Stablecoin อย่างจริงจัง ขณะที่ฝั่งคริปโตอย่าง Circle และ Tether ก็ผลักดันโทเค็นของตนเองให้เป็นทางเลือกใหม่ของการโอนเงินข้ามประเทศ ที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่าระบบเดิม
Stablecoin ถูกใช้งานจริงในด้านใดบ้าง?
รายงานของ McKinsey และ Artemis ระบุว่า การใช้งาน Stablecoin เพื่อการชำระเงินจริงในปัจจุบัน กระจุกตัวอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ธุรกรรมระหว่างธุรกิจ : มูลค่าราว 226,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
- การจ่ายเงินเดือนและการโอนเงินระหว่างประเทศ: รวมประมาณ 90,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
- การชำระเงินอัตโนมัติ (Automated Fund Settlement): ราว 8,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ยังไม่โต…แต่ยังไม่จบ
แม้ตัวเลขการใช้งานจริงจะต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดหวัง แต่ผู้เขียนรายงานย้ำว่า สิ่งนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงความล้มเหลวของ Stablecoin โดยในรายงานระบุว่า
“ข้อเท็จจริงที่ว่าการชำระเงินด้วย Stablecoin ยังมีสัดส่วนต่ำ ไม่ได้ลดทอนศักยภาพในระยะยาวของมัน ในทางกลับกัน มันช่วยให้ตลาดเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า Stablecoin อยู่ตรงไหน และต้องพัฒนาอะไรบ้างเพื่อที่จะเติบโตในอนาคต”
รายงานฉบับนี้จึงอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า แม้ Stablecoin จะมีบทบาทสำคัญในโลกคริปโต แต่การจะก้าวขึ้นเป็น “ระบบชำระเงินหลักของโลก” ยังต้องใช้เวลา โครงสร้างพื้นฐาน และการยอมรับจากภาคธุรกิจอีกไม่น้อย
Source: CoinDesk

