<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คนว่างงานสหรัฐฯ เกินคาด! ตัวเลขแตะ 209k สัญญาณเตือนแรงงานชะลอตัว ตลาดลุ้นเฟดหั่นดอกเบี้ย

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

(29 ม.ค. 2026) – สัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น เมื่อ Ash Crypto อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในวงการคริปโทเคอร์เรนซี ได้เปิดเผยตัวเลขดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ (Initial Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ล่าสุด โดยตัวเลขจริงออกมาอยู่ที่ 209,000 ราย ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 205,000 ราย และยังปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าอีกด้วย

ตัวเลขที่ออกมาสูงเกินคาดในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นภาพความเป็นจริงของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะ “ชะลอตัว” อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน การที่มีคนตกงานและมายื่นขอสวัสดิการเพิ่มขึ้น เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจเริ่มชะลอการจ้างงานหรือเริ่มมีการปลดคนงานออกบางส่วน ซึ่งเป็นผลพวงจากอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานจนเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริง

อย่างไรก็ตาม ในโลกของการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง ข้อมูลที่ดูเหมือนจะเป็นข่าวร้ายทางเศรษฐกิจเช่นนี้ กลับถูกตีความว่าเป็น “ข่าวดี” สำหรับตลาดหุ้นและคริปโทเคอร์เรนซี เนื่องจากความอ่อนแอของตลาดแรงงานจะเป็นแรงกดดันสำคัญที่บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ภายใต้การนำของ Jerome Powell ต้องกลับมาทบทวนนโยบายการเงินอีกครั้ง และอาจนำไปสู่การตัดสินใจ “ลดอัตราดอกเบี้ย” ได้เร็วกว่าที่คาดไว้ เพื่อประคองไม่ให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรง

ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยนี้เอง เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้นักลงทุนกล้าที่จะกลับเข้ามาเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Altcoins มากขึ้น เพราะหาก Fed เริ่มผ่อนคลายนโยบาย สภาพคล่องในระบบจะเพิ่มสูงขึ้น และค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง ซึ่งตามสถิติแล้วมักจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยดันราคาคริปโทฯ ให้พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่ลง

สถานการณ์ในขณะนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า Fed จะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อข้อมูลชุดนี้ในการประชุมครั้งถัดไป เพราะหากตัวเลขคนว่างงานยังคงไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ปี 2026 กลายเป็นปีแห่งการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงิน (Pivot) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดชะตาของตลาดการเงินโลกตลอดทั้งปีนี้


ที่มา: @AshCrypto