พรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐฯ เริ่มออกมาเคลื่อนไหวด้วยการเตรียมเปิดโต๊ะเจรจา เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับ “กฎหมายกำกับดูแลคริปโต” ที่ค้างคามานานอีกครั้ง หลังจากที่เรื่องนี้เงียบหายไปหลายสัปดาห์ หลังจากการเลื่อนพิจารณาเมื่อเดือนก่อน
การกลับมาคุยกันรอบนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่า ทางพรรคต้องการลดความคลุมเครือในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยเป้าหมายหลักคือ การเคลียร์ประเด็นที่ยังไม่ตรงกันภายในพรรคเองให้จบ เพื่อเตรียมผลักดันร่างกฎหมายนี้ ให้เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของวุฒิสภาต่อไป
กฎหมาย CLARITY Act ถือเป็นหัวใจสำคัญในการจัดระเบียบโลกคริปโตของสหรัฐฯ ซึ่งประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือ การแบ่งบทบาทอำนาจหน้าที่ระหว่าง SEC และ CFTC ซึ่งเป็นชนวนถกเถียงกันมานาน ระหว่างหน่วยงานกำกับ นักการเมือง และผู้เล่นในอุตสาหกรรมคริปโต
แม้บางส่วนของร่างกฎหมายนี้ จะผ่านด่านเบื้องต้นมาบ้างแล้ว แต่การที่พรรคเดโมแครตยอมกลับมาเปิดโต๊ะคุยรอบใหม่นี้ ถือเป็นการปลดล็อกปัญหาเรื่องขอบเขตการกำกับดูแลและบทลงโทษให้ชัดเจน เพื่อให้ทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการรู้กติกาที่แน่นอนเสียที
ซึ่งทำเนียบขาวก็กำลังกดดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาข้อสรุปเรื่องกฎหมายคริปโตให้จบภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะผลการประชุมเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่างกลุ่มธนาคารและยักษ์ใหญ่ในวงการคริปโตยังติดล็อกในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ควรมีสิทธิ์ให้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนแก่ผู้ถือครองหรือไม่?
ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกี่ยวข้องกับนิยามว่า เหรียญเหล่านั้นจะถูกจัดเป็นเงินฝากธนาคาร หรือ เป็นหลักทรัพย์ ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมดูแลที่เข้มงวดต่างกัน
แม้ว่าคณะกรรมาธิการเกษตรของวุฒิสภาสหรัฐฯ จะได้เริ่มผลักดันร่างกฎหมายคริปโตให้คืบหน้าไปอีกขั้นแล้ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคใหญ่ เพราะการลงคะแนนเสียงยังแบ่งแยกตามพรรคอย่างชัดเจน ทำให้ขาดเสียงสนับสนุนที่เป็นเอกฉันท์จากทั้งสองฝ่าย ซึ่งจำเป็นมากต่อการนำร่างเข้าสู่วุฒิสภาชุดใหญ่
ในด้านฝั่งผู้นำในอุตสาหกรรมคริปโต กลับมีมุมมองที่เป็นบวกอย่างมาก โดย Patrick Witt จาก Crypto Council ได้แสดงความเห็นในงาน Ondo Finance Summit ว่า หากสภาคองเกรสสามารถหาข้อสรุปได้ทันเวลา เราอาจได้เห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามประกาศใช้กฎหมาย CLARITY Act ภายในวันที่ 3 เมษายน 2026 นี้ ซึ่งจะถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่สร้างความชัดเจนให้กับโลกคริปโตแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ดังนั้นช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จึงถือเป็น “โค้งสุดท้าย” ที่ชี้เป็นชี้ตายว่ากฎหมายฉบับนี้จะคลอดออกมาได้ทันเวลา หรือจะต้องถูกพับเก็บไว้ จนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดต้องรอคอยความชัดเจนออกไปอีกนาน
ที่มา :coinpedia

