เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา S&P Global Ratings สถาบันระดับโลกออกมาประเมินว่า Stablecoin สกุลเงินยูโร กำลังจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ตัวใหม่ของโลกการเงิน จากปัจจุบันที่มีมูลค่าแค่ 650 ล้านยูโร แต่ภายในปี 2030 ตลาดนี้มีโอกาสทะยานไปแตะ 1.1 ล้านล้านยูโร หรือราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ใช่คิดมาลอย ๆ เพราะมันคือ 5% ของเงินฝากรายวันในธนาคารยุโรปทั้งหมด
ที่น่าสนใจคือ รอบนี้มันไม่ได้โตเพราะการเก็งกำไรเหมือนยุคแรก แต่เกิดจากการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบของ Tokenization ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามากถึง 5 แสนล้านยูโร บวกกับระบบชำระเงินอีกกว่าแสนล้าน ตัวเลขพวกนี้กำลังฉีกหน้าฝั่งสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมี Stablecoin ดอลลาร์รวมกันอยู่แค่ 3.1 แสนล้านดอลลาร์
S&P เชื่อว่าปี 2026 จะเป็นปีแห่ง “สงครามธนาคารบนบล็อกเชน” อย่างแท้จริง เรากำลังจะได้เห็นธนาคารยุโรป 11 แห่งเริ่มออก Stablecoin ผ่านแพลตฟอร์ม Qivalis ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ทันที 150 ล้านราย ไม่นับรวมกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก (G-SIBs) อีก 10 แห่งที่จ่อคิวออก Stablecoin บน Public Blockchain ส่วนทางฝั่งเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็ไม่น้อยหน้า ธนาคารใหญ่ 3 แห่งเตรียมปล่อยเหรียญเงินเยนภายใต้การดูแลของ FSA ในเร็วๆ นี้
หมัดเด็ดที่ทำให้ยุโรปแซงทางโค้งคือ กฎหมาย MiCA กฎระเบียบที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ต้นปี 2025 ช่วยสร้างความมั่นใจเรื่องการสำรองสินทรัพย์และการแยกบัญชีลูกค้าที่ชัดเจน แม้ฝั่งหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง EBA จะยังทำรายละเอียดไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่กรอบกฎหมายที่นิ่งแล้วนี้แหละ ที่ปูพรมให้ยุโรปกลายเป็นผู้นำตลาด Stablecoin ไปก่อนใคร
แต่ถึงอย่างนั้น มุมมองของเหล่านักวิเคราะห์ก็ยังเสียงแตก Citi มองไกลไปถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วน Standard Chartered ให้ไว้ที่ 2 ล้านล้าน ขณะที่ JPMorgan ขอคาดการณ์แบบระมัดระวัง ประเมินไว้แค่ 5-6 แสนล้านดอลลาร์ เพราะมองว่ายังมีคู่แข่งสำคัญอย่าง “เงินฝากแบบ Tokenized” และ “CBDC” ของธนาคารกลางที่อาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งเค้กชิ้นนี้ไป
ที่มา:Theblock

